ทัวร์อเมริกาใต้

---

จุดเด่นทริป

โปรแกรมเต็ม

DAY 1: Bangkok – Buenos Aires night

  • นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมตัวเดินทางไกลข้ามซีกโลกสู่กรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES)
  • ออกเดินทางสู่กรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) สมญาปารีส แห่งทวีปอเมริกาใต้ ดินแดนสตรีผู้สร้างตำนานอย่าง เอวา เปรอง (Eva Peron) ประเทศอาเจนติน่า จากนั้นเดินทางเข้าที่พัก ณ ย่านศุนย์กลางเศษฐกิจและการค้าของเมือง

DAY 2 : fly Buenos aires to El Calafate- -Calafate-el chalten

  • เดินทางสู่เมืองเอล คาลาฟาเต้ (EL CALAFATE) โดยสายการบิน AEROLINEAS ที่ตั้งอยู่เกือบปลายสุดของทวีป โดยหมูบ้านเอล คาลาฟาเต้นั้น เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมฝั่งมหาสมุทรที่เปรียบเสมือนประตูสู่ดินแดนอุทยานแห่งชาติ บริเวณพาตาโกเนีย ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของทวีป
  • เข้าชม ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน่ (Perito Moreno) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส ธารน้ำแข็งสีขาวอมฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กว้างถึง 5 กิโลเมตร สูงกว่า 80 เมตร ที่สำคัญองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1981 และหนึ่งใน Highligh อย่างหนึ่งของการมาที่นี่คือการได้รอคอยก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงพื้นทะเลสาบ
  • เดินทางสู่ หมู่บ้าน El Chalten เมืองเล็กๆ ห่างจาก El Calafate 220 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นประตูสู่เส้นทาง trekking ต่างๆ มากมาย โดยรอบยอดเขา Fitz Roy ที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของดินแดนพาตาโกเนียอันเลื่องชื่อ

DAY 3 : El chalten – Stay on at Calafate village

  • เข้าชม ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน่ (Perito Moreno) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส ธารน้ำแข็งสีขาวอมฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กว้างถึง 5 กิโลเมตร สูงกว่า 80 เมตร ที่สำคัญองค์การยูเนสโก้ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1981 และหนึ่งใน Highligh อย่างหนึ่งของการมาที่นี่คือการได้รอคอยก้อนน้ำแข็งยักษ์หล่นลงพื้นทะเลสาบ
  • หมู่บ้าน El Chalten เมืองเล็กๆ ห่างจาก El Calafate 220 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นประตูสู่เส้นทาง trekking ต่างๆ มากมาย โดยรอบยอดเขา Fitz Roy ที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของดินแดนพาตาโกเนียอันเลื่องชื่อ

Day 4 : Calafate to puerto natales – Terros Del Panie o/n Hosteria

  • เมือง puerto natales เปอโตนาเลสที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 6 ชั่วโมง ในประเทศชิลี
  •  อุทยาน Terros Del Pane อุทยานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การ UNESCO ในปี 1978 (Terros Del Panie แปลว่า blue tower) เป็นอุทยานที่ครอบคลุมด้วยภูเขาน้ำแข็ง, ทะเลสาบและที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ มีเขตติดต่อกับ Bernardo O’Higgins National Park และ Los Glaciares National Park ทางฝั่งอาร์เจนติน่า โดยกินพื้นที่กว่า 2,400 กม. และยังเป็นที่ตั้งของยอดเขาที่มีรูปทรงแปลกตามากมาย ที่เกิดจากแรงกัดกร่อนของลมมานานนับหลายพันล้านปี และยังมีชื่อเสียงในหมู่นักเดินป่า นักปีนเขาทั่วโลก ในฐานะอุทยานที่เป็นที่ตั้งของเส้นทาง W Trek ที่โด่งดังที่สุดในทวีปอเมริกาใต้

Day 5 : Drive around / evening drive to puerto natales  

  • อุทยาน Terros Del Pane อันประกอบไปด้วย ทะเลสาบสีฟ้าอันงดงาม วิวยอดเขารูปทรงแปลกตาที่เรียงรายอยู่โดยรอบ น้ำตก และทุ่งหญ้าสีทองในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และที่พลาดไม่ได้คือการชมสัตว์พื้นถิ่นประจำอุทยานแห่งนี้ อันได้แก่ตัวโบนาโค่ ที่มีรูปร่างคล้ายแกะผสมอูฐ

Day 6 : Bus to puerto arenas – Fly puerto arenas to sandiego

  • ไปยังสนามบินที่ เมืองปุนตาอาเรนัส (Puta Arenas) ที่อยู่ห่างออกไปราว 2 ชั่วโมง เมืองหลวงแคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา แคว้นใต้สุดของชิลี เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางซีกโลกใต้

  • ออกเดินทางจากสนามบินปุนตาอาเรนัส สู่สนามบินซานเตียโก โดย เที่ยวบิน LA292 (ใช้เวลาเดินทาง 3.30 ชม.)
  • นำชมจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง ซานเตียโก บริเวณเนินเขา Cerro San Cristóbal ที่สามารับชมวิวทัศนียภาพโดยรอบของเมือง ซานเตียโกที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาได้อย่างงดงาม

Day 7 : Fly to santiago and fly to Carama – Bus to Atacama o/n

  • เมืองซานเตียโก (Santiago) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี  ในหุบเขาตอนกลางของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานเตียโกเมโทรโพลิแทน ทุกท่านจะได้ชมหมู่ดาวที่งดงามที่เชื่อว่าจะไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อนในโลกได้ชัดถนัดตาเท่าที่นี่

DAY 8 : Uyuni salt sea circuit 

  • Uyuni salt sea ที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก เป็นแผ่นดินแห่งผลึกเกลือสีขาว บนพื้นที่กว่า 10,000 ตร.กม. และน้ำที่ขังอยู่ในแอ่งเกลือสะท้อนแสงแดดเป็นความงดงามอันน่าทึ่ง สมแล้วที่ได้รับการขนานนามว่า ผืนฟ้าจรดผืนโลก โดยเราจะใช้เวลาสามวันสองคืนในการออกสำรวจดินแดน surreal แห่ง โบลีเวียกัน โดยในช่วงแรกของเส้นทาง จะผ่านบ่อน้ำพุร้อน ทะเลสาบน้อยใหญ่มากมาย ที่เต็มไปด้วยฝูงนกฟามิงโก้ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของภูมิภาคนี้ รวมถึงสัตว์ป่าประจำถิ่นของ เทือกเขาแอนดีสมากมาย ก่อนที่จะเข้าพักท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมที่ระดับความสูงกว่า 4,000 เมตร

DAY 9 : Uyuni salt sea circuit 

  • นำทุกท่านออกผจญภัยบนเส้นทางต่อ โดยวันนี้ ไฮไลต์สำคัญจะเป็นภูมิประเทศที่แปลกตา ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ที่มีหินรูปทรงแปลกตา ราวกันภาพวาดของซัลวาดอร์ ดาลี ศิลปินกลุ่มเซอเรียลลิสต์ชื่อดัง รวมถึงทะเลสาบที่มีฝูงนกอาศัยอยู่อย่างมากมายอีกหลายแห่ง ก่อนจะเข้าพักยังโรงแรมเกลือ ที่ซึ่งอาคารที่พักสร้างจากเกลือจากบริเวณนั้น

DAY 10 : Uyuni  drive to La paz at night

  • เที่ยวชมเกาะIsla Incahuasi หรือเนินแผ่นดินที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศที่เป็นทะเลเกลืออันเวิ้งวาง ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวที่จะสามารถชมวิวของทะเลเกลือโดยรอบได้อย่างงดงาม
  • นำทุกท่านกลับมายังหมู่บ้านอูยูนี่ uyuni เพื่อทำการอาบน้ำและเดินชมตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณแถบนี้ ชาวเผ่าพื่นเมืองต่างๆ นำสินค้ามาวางขาย

  • เดินทางโดยรถโดยสารไปยังกรุงลาปาซ เมืองหลวงประเทศโบลิเวีย ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 เมืองมหศัจรรยแ์ห่งใหม่ของโลกในปี 2014 ท้้งนี้กรุงลาปาซเป็นเมืองที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเมืองหลวงแห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส

DAY 11 : La paz – puno o/n

  • ออกเดินทางจากกรุงลาปัส สู่เมือง Puno ในประเทศเปรู โดยบนเส้นทางทุกท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ของริมฝั่งทะเลสาบติติกากา ที่เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาใต้
  • นำทุกท่านนั่งเรือโดยสารข้ามไปชมเกาะพระอาทิตย์ อันมีตำนานความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดของชนเผ่าอินคา ซึ่งเป็น Hightlight ของการมาเยือนทะเล สาบติติกากา จากนั้นออกเดินทางต่อสู่เมืองปูโน่ ในประเทศเปรู

DAY 12 : Uros (floating island) – puno cusco

  • Uros (floating island) เกาะลอยอูรอสแห่งทะเลสาบติติกากา ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในทวีปอเมริกาใต้และได้รับสมญานามว่า ทะเลสาบแห่งม่านเมฆ เนื่องจากอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,811 ม. ลึกกว่า 180 ม. ในทะเลสาบแห่งนี้ มีเกาะน้อยเกาะใหญ่ถึง 41 เกาะ แต่มีเกาะหนึ่งที่เป็นที่รู้จักของที่นี่คือเกาะลอยอูรอส เป็นเกาะที่คนพื้นเมืองสร้างจากต้นกกที่ขึ้นอยู่ตามทะเลสาบ เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยกัน
  • นำทุกท่านเข้าเมืองคูซโค เมืองหลวงสำคัญแห่งอาณาจักรอินคา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเทือกเขาแอนดิส

DAY 13 :  Cusco – ollantaytambo – Machu pichu

  • เมืองออลลันตัยตัมโบ (Ollantaytambo) เพื่อไปชมซากโบราณสถานของชาวอินคาอีกแห่งหนึ่งในหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ถือว่าเป็นซากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคาที่สมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ ซากโบราณแห่งนี้ก่อด้วยหินล้วนๆ เรียงเป็นขั้นบันไดซ้อนกันขึ้นไปบนภูเขา ดูสวยงามจนน่าอัศจรรย์ใจ และทึ่งในความสามารถของชาวอินคาอย่างยิ่ง เนื่องจากรอยต่อของก้อนหินแต่ละก้อนวางเรียงแนบสนิทชิดกันจนไม่สามารถนำกระดาษแผ่นเดียวสอดเข้าไปตรงรอยต่อนั้นได้ และจากนั้นเดินทางต่อโดยรถไฟเส้นทางสุดคลาสสิค เพื่อไปยังโบราณสถานยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของชาวอินคา

DAY 14 : Machu pichu fullday – cusco lima

  • Machu pichu มาชูปิกจู หรือ เมืองสาบสูญแห่งอินคา ร่องรอยอารยธรรมโบราณบนเทือกเขาสูงใหญ่ในเปรู มีระดับความสูงอยู่ที่ 2,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญทางโบราณคดี และการศึกษาประวัติศาสตร์ ของอเมริกาใต้เลยก็ว่าได้ ที่นี่ยังถูกจัดให้เป็น เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

  • เดินทางสู่ กรุงลิม่า (Lima) โดยสายการบิน TACA INTERNATIONAL AIRLINES เที่ยวบินที่ TA920 (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงลิม่า (LIMA) ประเทศเปรู

DAY 15 : Lima to rio to iguazu (fly to iguazu)

  • เดินทางสู่ เมืองริโอ เดอ จาเนโร (RIO DE JANEIRO) อดีตเมืองหลวงของประเทศบราซิล ที่มีชื่อเสียงจากงานคาร์นิวาล หาดโคปาคาบานา และอิปาเนมา  เขาชูการ์โลฟ สนามฟุตบอลมาราคานา และรูปปั้นพระคริสต์ที่ได้รับการโหวตให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคใหม่ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

  • นำทุกท่านขึ้นชมจุดชมวิวบนยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระเยซู อันเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นที่ติดตาและจดจำของคนทั่วโลก ต่อด้วยย่านเมืองเก่าที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และมนต์ขลังแบบแซมบ้า

DAY 16 : Rio to iguazu falls Brazil

  • เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติอิกัวซุ (IGUAZU NATIONAL PARK) โดยสายการบิน XXXX ไปตื่นตาตื่นใจกับ iguazu falls น้ำตกอีกวาซู น้ำตกสุดอลังการที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ สูงกว่า 80 เมตร และยาวกว่า 2.7 กิโลเมตร ไปชมความงดงามของกระแสน้ำ ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายยามตกกระทบกันเกิดเป็นสายรุ้ง ที่นี่ยังถือเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก

  • นำทุกท่านข้ามไปยังน้ำตกอิกัวซุ ในฝั่งอาเจนติน่า

DAY 17 : Iquazu Agen fly to Buenos Aires

  • เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติอิกัวซุในฝั่งอาเจนติน่า ที่มีทัศนียภาพที่แปลกตาและงดงามคนละแบบ ก่อนที่จะเดินทางสู่กรุงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) โดยสายการบิน LAN เที่ยวบินที่ LA4029

  • พาท่านเที่ยวชมเมืองกรุงบัวโนส ไอเรส

DAY 18 :  Buenos Aires

  • เที่ยวชมย่านเมืองเก่าของนครบัวโนสไซเรส ฉายาปารีสแห่งลาตินอเมริกา ชมสุสานของวีรสตรีที่โด่งดังของอาเจนติน่า เอวา เปรอง อาคารรัฐสภาที่เป็นฉากสำคัญในภาพยนตร์อัตชีวประวัติของนาง ก่อนหาซื้อของฝากไวน์ชั้นเลิศและสินค้าพื้นเมือง ชมการแสดงแทงโก้

  • (เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงสนามบินกรุงบัวโนส ไอเรส เมืองหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า และบินกลับสู่กรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

***รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

วันที่จัด

รูปแบบทริป

Road Trip Style

• กลุ่มขนาดเล็กขนาด 4-6 ท่าน
• ทีมงานของเราขับรถพาเที่ยว
• ปรับเปลี่ยนโปรแกรมได้ (เฉพาะกรุ๊ปเหมา)
• ชอบความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการเดินทาง
• สามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้าง เช่นการยกกระเป๋าหรือสั่งอาหารเอง
• เราดูแลเรื่องวีซ่า กิจกรรม การเดินทางทุกชนิดตามโปรแกรม
• โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่ 
• มีประกันการเดินทาง

** สิ่งที่ไม่รวมในค่าทริปคือตั๋วเครื่องบิน และ อาหารกลางวัน/เย็น

Deluxe Style

รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่าง (สำหรับกรุ๊ปเหมา จำนวนที่เหมาะสมคือ 15 ท่าน แต่หากมีจำนวนน้อยกว่านั้นสามารถจัดได้เช่นกัน)

• ตั๋วเครื่องบิน • วีซ่า • กิจกรรมและการเดินทางทุกชนิด • โรงแรมระดับ 3-4 ดาว ขึ้นกับพื้นที่ • อาหารครบทุกมื้อ • ประกันการเดินทาง • ทิปไกด์

ไปไหนมาดอทคอม • 089-4789334 • 02-045-3445 • Line : @painaima.com • painaima@gmail.com • ติดต่อเรา

ไปไหนมาดอทคอม • ติดต่อเรา

 
   
error: บทความทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของไปไหนมาดอทคอม