![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
ได้มีโอกาสไปเกียวโตเมื่อกลางเดือนที่แล้วค่ะพร้อมเพื่อนร่วมคณะเป็น 6 คนโดยนั่งชินกันเซ็นจากโตเกียวไปค่ะ
การไปเกียวโตครั้งนี้ มีการวางแผน วางกำหนดการที่ชัดเจนมากค่ะ เพราะเรามีเวลาในเกียวโตเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะโอ้เอ้ไม่ได้เลยค่ะ โดยแผนที่เราวางไว้ได้จากการสอบถามถึงที่ที่ควรไปทั้งจากเพื่อนคนไทยและเพื่อนคนญี่ปุ่น สรุปออกมาเป็นวัดล้วน ๆ และศาลเจ้า โดยแต่ละวันจะมีออปชั่นไว้วันละ 1 ที่ ในกรณีที่ทำเวลาดีมาก พวกเราก็จะได้ไปออปชั่นนั้น ๆ เราออกเดินทางวันเสาร์ไปขึ้นชินกันเซ็นที่สถานีโตเกียว โดยขบวนที่เราจะไปชื่อว่า ฮิคาริ ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวไปเกียวโตประมาณสองชั่วโมงนิด ๆ โดยแวะสถานีต่าง ๆ เพียง 5 สถานีเท่านั้น หน้าตารถฮิคาริเป็นแบบนี้ค่ะ
เลือกกระทู้จากคีย์เวิด เดียวกัน : โตเกียว เกียวโต ฟูจิ
กดลิงค์ดูกระทู้ที่เกี่ยวของ (Japan) : JR Pass ตั๋วไปญี่ปุ่น + JR pass ญี่ปุ่น ใบไม้สี่สี Hokkaido Lavender ตามรอยใบไม้แดงสีสันแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย โทนามิ ทิวลิป แฟร์ : Tonami tulip fair 1 ปีแห่งการเดินทาง : ตอนที่ 1 Spring - Rain Falls - Summer บรรยากาศทริปญี่ปุ่น ตอน ซากุระ : day 1 - ชมดอกทิวลิปสีสดๆที่ Huis Ten Bosch จ้า ทริปซากุระ 2010 - กล้องพี่มด วิ่งเล่นกลางทุ่ง เก็บดอกคอสมอส ^o^ Nippon..Yokoso /ชะโงกทัวร์ (ของแท้) ญี่ปุ่น ตามรอยใบไม้แดง ภาคแรก บรรยากาศซากุระ 2010 Huis tem Bosch รีสอทร์ทแห่งดอกไม้ ตามรอยใบไม้แดง..ฉบับย่อ |
ก่อนออกเดินทางพวกเราได้ดูพยากรณ์อากาศพบว่าเกียวโตจะมีฝนตกทั้งวัน แต่ทว่าระหว่างทางจากโตเกียวมา ฟ้าใสมาก ทำให้พวกเราดีใจว่าคราวนี้พยากรณ์อากาศอาจจะมีข้อผิดพลาดก็ได้ เมื่อนั่งไปสักระยะหนึ่ง ความตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้น เมื่อพบว่าทางด้านขวาของพวกเราคือภูเขาไฟฟูจิ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหิมะปกคลุมที่ยอดแต่กระนั้นฟูจิซังก็ยังยิ่งใหญ่สวยมากเสมอ
![]() |
เราไปถึงเกียวโตเวลาบ่ายสองโมงโดยที่คำภาวนาของพวกเราไม่เป็นผล เพราะในเกียวโตมีฝนโปรยปรายลงมา ผู้คนกางร่มเต็มท้องถนนไปหมด
ที่แรกที่พวกเราไปกันคือวัดคินคะคุจิ หรือปราสาทท่านโชกุนในอิ๊กคิวซัง เราเลือกที่นี่เป็นที่แรกเพราะค่อนข้างจะห่างจากจุดอื่น ๆ ที่เราจะแวะ และวัดปิดตอนสี่โมงเย็น วัดทองสวยสมคำร่ำลือจริง ๆ แม้ว่าจะมีฝนตกพรำ ๆ อยู่ตลอดเวลา วัดก็ยังสวยอยู่เสมอ ถึงฝีมือถ่ายรูปจะแย่ขนาดไหน มาถ่ายวัดนี้รูปก็ยังออกมาดูดีได้ รูปที่เอามาจะเห็นเม็ดฝนในน้ำ เป็นรูปก่อนที่ฝนจะเทลงหนัก ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้คนก็ทยอยมาเรื่อย ๆ ทั้งกรุ๊ปทัวร์ และนักเรียนที่มาทัศนศึกษา ![]() |
เพราะฝนตกเราจึงไม่มีเวลาดื่มด่ำความงดงามของวัดทองมากนัก
เราเลยเลือกไปที่ตัวเลือกที่เหลือ คือวัดเรียวอันจิ วัดเรียวอันจิอยู่ใกล้ วัดคินคะคุจิ นั่งรถไปประมาณห้านาที วัดนี้มีชื่อเสียงด้านสวนหิน ทุกวันจะมีคนมานั่งมองสวนหิน เพื่อตีปริศนาธรรม พวกเราเวลาน้อยเลยไม่สามารถค้นปริศนาธรรมจากสวนหินนี้ได้ ![]() |
ตกค่ำพวกเราก็เดินทางไปศาลเจ้ายาซากะ เป็นศาลที่เปิดตลอดคืน แต่ก็ไม่ทุกส่วน
จะมีบางส่วนที่เปิดให้เข้าชมและเข้าไปขอพร ![]() |
เกียวโตขึ้นชื่อว่าพิซซ่าญี่ปุ่นอร่อย พวกเราพยายามเดินหาร้านที่ทำด้วยตัวเอง
แต่ไม่เจอ เลยไปสรุปที่ร้านทำสำเร็จใต้สถานีเกียวโตแทน ![]() |
จากนั้นเราก็มาเดินถ่ายรูปในสถานีเกียวโต เป็นสถานีที่ใหญ่สถานีหนึ่ง มีคนเดินกันขวักไขว่ไปหมด อาจจะเป็นเพราะว่าสถานีนี้มีห้างสรรพสินค้าใหญ่อยู่ด้วย
![]() |
วันอาทิตย์เราต้องทำเวลาอย่างเต็มที่ เริ่มจากเช็คเอาท์จากโรงแรมตอนตีห้า เดินไปสถานีเกียวโตเพื่อขึ้นรถบัสไปวัดคิโยมิตสึ หรือวัดน้ำใสนั่นเอง ไปถึงต้องเดินขึ้นเขาไปพอสมควร ก็ได้เหนื่อยกันพอควร แต่ไม่มีเหงื่อเพราะยังเช้า บวกกับอากาศเย็นสบาย
เช้า ๆ อย่างนี้แทบไม่มีคนเลย จะถ่ายรูปมุมไหนก็สบายทั้งนั้น ไม่ต้องหลบคน รูปที่เห็นเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สามสาย โดยที่แต่ละสายจะมีความหมายต่างกัน ไปตอนเช้าแบบนี้เลยไม่ต้องต่อคิวมาก คนญี่ปุ่นบางคนเอาขวดพลาสติกมารองน้ำกลับบ้านด้วยค่ะ ทำให้คิดถึงคนไทยเวลาไปวัดแล้วเอาขวดพลาสติกมาตักน้ำมนต์กลับบ้านไปด้วย ![]() |
ส่วนหินที่เห็นในรูปเรียกว่า Love Stone เป็นเหมือนหินเสี่ยงทายความรัก โดยเดินหลับตาจากหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนหนึ่งค่ะ ถ้าเดินตรงก็แสดงว่าคู่แท้แน่ๆ ในกลุ่มเรามีผู้อาจหาญเดินอยู่คนเดียว แต่ทว่า เมื่อเดินไปสักพัก พลพรรคเห็นท่าไม่ดีเลยชิงดึงตัวออกมาซะก่อน เพราะว่าเดินเป๋ออกไปนอกเส้นทางเยอะเหลือเกิน ส่วนที่เหลือนี่ไม่มีใครกล้าลองเดินค่ะ
![]() |
พอได้เวลา พวกเราก็เคลื่อนพลไปที่วัดซังจูซานเกนโด ซึ่งเป็นที่ที่พี่คนไทยคนหนึ่งบอกว่าต้องไปให้ได้ ถึงแม้ภายนอกจะไม่มีอะไรก็ตาม แต่ข้างในสวยมาก และข้างในก็สวยจริง ๆ ค่ะ เป็นเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้เรียงรายเป็นแถว ด้านในห้ามถ่ายรูปค่ะ เลยมีแต่รูปวิหารด้านนอกมาให้ดูกัน
![]() |
จบจากตรงนี้ เวลาเราไม่พอเพราะฉะนั้นเราจึงเหลือไปได้อีกที่เดียวคือศาลฟูชิมิอินาริ เป็นศาลเทพจิ้งจอกค่ะ
ไปชมปกติไม่เสียเงินค่ะ แต่ถ้าทำพิธีต้องเสียเงินค่ะ ![]() |
ที่ศาลนี้มีเสาโทเรอิสีแดงเรียงรายกันเป็นทางยาวเหยียดเลยค่ะ ระยะทางเดินหลายกิโลเมตร
แต่พวกเราหยุดถ่ายรูปกันแค่ด้านหน้า แล้วก็นั่งพักก่อนไปสถานีเกียวโตเพื่อกลับโตเกียวค่ะ ![]() |
มุมมาตรฐานของวัดคิโยมิทสึ ตามคำขอค่ะ
หนูเน ไปหาร้านพิซซ่าอร่อย ๆ ในญี่ปุ่นกินกันเหอะ ![]() |
ไปเที่ยวกี่วันค่ะ
|
|
|
|
www.Painaima.com สงวนลิขสิทธิภาพถ่ายและบทความที่ทำขึ้นโดยเวบไซท์ ต้องการนำไปเผยแพร่ บอกกล่าวได้ที traval at painaima.com |