ทัวร์ Roadtrip อเมริกา – Nature Highlight

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

วันที่จัด
  • 17 ก.ย. – 3 ต.ค. 2561 ค่าทริป 199,000 บาท
**ราคานี้ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน**

ติดต่อเรา (กดเลย)


โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1     Bangkok

23.00 น.
พบกันที่ท่าอาศยานสุวรรณภูมิ Row Q/R ประตู 8 เคาน์เตอร์สายการบิน EVA AIR มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเรื่องเอกสารการเดินทางให้ท่าน

วันที่ 2     Los Angeles – Las Vegas – Grand Canyon (ระยะทาง 436 กม.)

01.45 น.
ออกเดินทางไปยังลอสแองเจลลิส โดยสายการบิน EVA AIR เที่ยวบินที่ BR206 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน ถึงไต้หวันเวลา 06.35 น.

10.10 น.
ออกเดินทางต่อไปยังลอลแองเจลลิส โดยสายการบิน EVA AIR เที่ยวบินที่ BR6

—– เครื่องบิน บินผ่านเส้นแบ่งเวลาสากล—-

07.05 น.
เดินทางถึงลอสแองเจลลิส จากนั้นต่อเครื่องบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปยัง ลาสเวกัส

–บ่าย–
นำท่านเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) ของมลรัฐแอริโซนา ซึ่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของมลรัฐแอริโซนา จนกลายเป็นชื่อเล่นของมลรัฐแห่งนี้อีกด้วย  

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าสู่ที่พัก

วันที่ 3     Grand canyon – Hourshoe bend – Lake powell – Page (ระยะทาง 566 กม.)

–เช้า–
นำผู้ร่วมเดินทางไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของแกรนด์แคนยอน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ซึ่งมีอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ไพศาล ตระการตากับการชมหุบเขาขนาดใหญ่ที่มีความสูงและลึกประมาณ 1,800 เมตร อันเกิดจากชั้นหินสูงและแม่น้ำโคโลราโด (Colorado River) ที่ไหลผ่านที่ราบสูงอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดการสึกกร่อน และพังทลายของหินเป็นเวลากว่า 225 ล้านปีมาแล้ว

–บ่าย–
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว เราจะนำคณะเดินทางไปเที่ยวชม Horseshoe Bend ซึ่งเป็นจุดโค้งของแม่น้ำ Colorado ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยสถานที่แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการกัดเซาะทำให้มีรูปร่างคล้ายเกือกม้า จากนั้นนำคณะเที่ยวชมแหล่งน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งนั่นคือ  Lake Powell เป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่ง โดยสาเหตุของการเกิดแหล่งน้ำแห่งนี้  เนื่องจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนกันน้ำ Colorado

 

–ค่ำ–
รับประทานอาหารค่ำ จากนั้นเช็คอินเข้าสู่ที่พัก ที่เมือง Page ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ใน Arizona ที่มีความพิเศษอย่างมาก  เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ ซึ่งต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

 

วันที่ 4     Upper Antelope – Lower Antelope – Page

–เช้า-บ่าย–

รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม Upper Antelope Canyon หุบเขาที่น่าพิศวงและอันตรายที่สุด ตั้งอยู่ในแถบเมืองเพจ รัฐอริโซน่า  หุบเขาแห่งนี้เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ ทำให้ชั้นหิน Navajo Sandstone  พลังทลายลงมา บริเวณนี้ จึงชื่อได้ว่าเป็นหุบเขาที่อันตรายมากที่สุด เพราะอาจเกิดน้ำท่วมได้อย่างฉับพลัน และที่สำคัญ ระดับน้ำมีโอกาสสูงถึง 10 เมตร การจะเข้าไปชมนั้นต้องติดต่อขอนุญาตจากทางอุทยาน Navajo เท่านั้น โดยจะมีไกด์ ซึ่งเป็นชาว Navajoเป็นผู้นำทาง สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ขึ้นอยู่กับเวลาและจำนวนผู้เข้าชม

แม้จะชื่อได้ว่าเป็นหุบเขาที่อันตรายที่สุด แต่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ช่างภาพทั่วโลกต่างให้ความสนใจ เพราะในสถานที่อันตรายเช่นนี้กลับมีความสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ซ่อนเร้นอยู่ นั่นคือ เมื่อใดก็ตามที่แสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องแคบเข้ามากระทบกับชั้นหิน  ์Navajo Sandstone จะเกิดภาพสะท้อนที่สวยงามแปลกตาที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูกาล เนื่องจากการหักเหของแสงอาทิตย์จะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูร้อน แสงอาทิตย์จะเจิดจ้าเป็นพิเศษ จึงทำให้แสงเป็นโทนสีส้ม สีแดง ส่วนฤดูใบไม้ร่วง แสงอาทิตย์จะอ่อนลง จึงทำให้แสงเป็นโทนสีอ่อนๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้  หุบเขา Antelope Canyon เป็นสถานที่ซึ่งได้รับความนิยมในการถ่ายภาพมากที่สุดในอเมริกา

ในส่วนของ Lower Antelope Canyon อีกหนึ่งความงามที่รังสรรค์จากธรรมชาติ ทำให้ผู้มาเยือนไม่อาจละสายตาได้  นั่นคือ Lower Antelope Canyon เพราะเป็นลักษณะของหุบเขาหินทรายสีแดง อันเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติที่ผ่านมาอย่างยาวนาน โดยมีการกัดเซาะของน้ำ ลม และแสงแดด จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้เกิดเป็นร่องหินต่างๆ ที่มากด้วยสีสัน การชมความงามในหุบเขาหินทรายสีแดงนี้ถือว่าประทับใจอย่างมาก เพราะจะมีทางเดินให้ผู้มาเยือนได้ชมชั้นหินอย่างใกล้ๆ สามารถมองเห็นชั้นหินที่มีสีสันต่างๆ ประกอบกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามายังด้านใน  จึงเกิดเป็นภาพที่สวยงามจนยากเกินบรรยาย

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

วันที่ 5          Monument Valley – Moab (ระยะทาง 234 กม.)
–เช้า–

รับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางไปยัง Monument valley  เป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากหินรูปร่างลักษณะแปลกตา ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆราวกับมนุษย์สร้าง เช่น หินรูปทรงปราสาท เป็นหินที่มีลักษณะยอดราบ และอื่นๆอีกหลายรูปแบบ  โดยหุบเขาของหินประหลาดแห่งนี้ จะถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินทรายสีแดงที่มีอายุมากกว่า 50 ล้านปี ภูเขาแต่ละลูกจะมีความสูงราว 400-1000 ฟุต รอบๆหุบเขาจะมีพุ่มไม้เตี้ยๆอยู่เต็มบริเวณ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว   

สำหรับหุบเขา Monument valley แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เส้นเขตแดนระหว่างรัฐยูทาห์กับรัฐแอริโซน่า โดยภูมิภาคนี้ จะมีซากหินที่สึกกร่อนหลงเหลืออยู่มาก นักธรณีวิทยา ขนานนามแท่งเหล่านี้ว่า โมนูเมนต์ เนื่องจากเป็นแท่งที่มีลักษณะเหมือนกับสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์ทำขึ้นมานั่นเอง

–บ่าย–
หลังจากรับประทานอาหาร นำท่านเดินทางไปยังเมือง Moab ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆของรัฐยูท่าห์ แต่โดดเด่นไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวแนว Adventure จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยให้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย (ประมาณ 3 ชม.)

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

 

วันที่ 6    Canyonlands – Moab

–เช้า-บ่าย–
รับประทานอาหารเช้า นำท่านชม Canyonlands อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของรัฐ Utah ใกล้ๆ กับเมือง Moab  ความโดดเด่นของอุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัส เพราะมากไปด้วยสีสันที่เกิดจากการกัดเซาะของหิน ในหุบเขา Mesas และ Buttes โดยแม่น้ำ Colorado และ แม่น้ำ Green มีพื้นที่ครอบคลุม 527.5 ตารางไมล์ หรือ 1,366 ตารางกิโลเมตร ผู้มาเยือนจำนวนมากต่างเกิดความประทับใจ เนื่องจากมีความสวยงามแปลกตาของหุบเขา Canyonlands เป็นหุบเขาแกะสลักที่ลึกลงไปของที่ราบสูง Colorado จึงกลายเป็นสถานที่อันวิเศษที่สุดอย่างไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อน  ทำให้มีผู้มาเยือนจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 2008 มีผู้มาเยือนมากกว่า 400,000 คน

สำหรับอุทยานแคนยอนแลนด์แห่งนี้ ได้แบ่งพื้นที่อุทยานออกเป็น 4 ส่วน  คือ The Island in the sky, The Needles, The maze และ The Rivers Themselves ที่นี่ถูกตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1964

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 7    Arches National Park – Moab

–เช้า-บ่าย–

รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านไปยังอุทยานแห่งชาติ Arches National Park เป็นอุทยานที่มีความโดดเด่นและพิเศษอย่างมาก เพราะมากไปด้วยหินโค้งกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะ  Land Scape เป็นสะพานหินโค้งที่ยาวที่สุด โดยมีความยาวประมาณ 89 เมตร  มีความสูงเหนือแองหินขนาดใหญ่ เปรียบได้กับความสูงเท่าตึก 7 ชั้น จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สุดในอุทยานแห่งนี้

สำหรับอุทยานแห่งชาติ Arches National Park มีพื้นที่ไม่มากนัก โดยมีประวัติความเป็นมาอย่างน่าสนใจว่า สมัยก่อนเคยอยู่ใต้ท้องทะเล เวลาผ่านไปทำให้เกิดเกลือสะสมอยู่ด้านล่าง มีการทับถมกันของชั้นหินทราย  โดยชั้นหินที่ว่านี้ กลายเป็นส่วนของเปลือกโลก ที่ถูกน้ำ ลม และหิมะกัดกร่อนไปตามกาลเวลา เป็นเหตุให้ชั้นเกลือที่อยู่ด้านล่างเกิดการทรุดตัวลงและมีการชะล้างออกไปมากกว่าหินที่อยู่ด้านบน จึงกลายเป็นรูขึ้นมา  ก่อกำเนิดเป็นประติมากรรมที่รังสรรค์จากธรรมชาติที่แปลกตา คือ รูปทรงหินที่มีลักษณะโค้ง เว้า หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อาร์ช (arch)ที่ปรากฎอย่างมากมายภายในอุทยานกว่า 2000 แห่ง มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันไป   ถือเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของอุทยาน โดยเชื่อว่า ซุ้มหินโค้งเว้าเหล่านี้ ปรากฎอยู่เป็นระยะเวลานานมากกว่าล้านปีมาแล้ว

ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืมอีกอยางหนึ่ง คือ ผู้ร่วมเดินทางจะได้เห็น Park Avenue ซึ่งเป็นชื่อของหน้าผา ที่เด่นระฟ้า ตลอดจนความน่าอัศจรรย์ใจของแท่งหินที่เรียกว่า  Three Gossips มีลักษณะเป็นรูปคล้ายกับคนสามคนยืนเรียงรายกันอยู่ , Balanced Rock เป็นต้น  จากนั้นจึงมาถึงยังสถานที่ที่เรียกว่า Windows Section สัมผัสกับซุ้มหินโค้ง North Window และ South Window  ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับหน้าต่างบานใหญ่ๆ มองออกไปเห็นภาพทิวทัศน์จนสุดลูกหูลูกตา  จากนั้นขับรถเข้าไปเรื่อยๆ สู่ Devil’s Garden เป็นสถานที่อันพิศวงและน่าค้นหา จนไม่อาจละสายตาได้เพราะคล้ายคลึงกับดินแดนในเทพนิยาย  เมื่อเดินเข้าไปประมาณ 1.5 กม. จะพบกับซุ้มหินโค้งที่มีขนาดความยาวมากกว่า 18 เมตร ได้แก่  Delicate Arch กับ Landscape Arch  ซึ่งเป็นซุ้มหินโค้งที่มีความยาวมากที่สุดในโลกอีกหนึ่งแห่งและมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก  ต่อจากนั้นจึงนั่งรถเข้าไปชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกยามเย็นและชมวิวทิวทัศน์สวยๆ ที่ Delicate Arch พร้อมเก็บภาพความประทับใจนี้ไว้

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

วันที่ 8     Moab – Bryce Canyon National Park (ระยะทาง 400 กม.)

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติ Bryce Canyon (ประมาณ4-5 ชม.)

–บ่าย–

ชมความงดงามและสัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติจากป่าสงวนที่เปิดโล่ง พร้อมๆกับชมความสวยงามของทุ่งหญ้าอันเขียวขจีกับชุมชน โดยป่าแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อรัฐยูทาห์ จนได้รับการขนานนามว่า  เป็นอัญมณีของรัฐยูทาห์  จากนั้นนำคณะผู้เดินทาง มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติ ไบรซ์ แคนยอน (Bryce Canyon Nation Park)  โดยชื่อนี้ เป็นการตั้งชื่อตามผู้บุกเบิกนิกายมอร์นอนชื่อ Ebenezer Bryce เนื่องจากตัวเขาเองได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1875  สำหรับภูมิประเทศของไบรซ์แคนยอนโดยทั่วไปนั้น มีความโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดคือ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูง โดยอยู่เหนือระดับน้ำทะเลมากถึง  8,000-9,000 ฟุต แต่ในส่วนของแกรนด์แคนยอนจะมีความสูงน้อยกว่า คือ 7,000 ฟุต

สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในไบรซ์แคนยอน คือ แท่งหินยอดแหลม หรือเรียกกันว่า ฮูดู (Hoodoos) เรียงรายกันเป็นแนวยาว สูงตระหง่านเสียดฟ้า ดูสวยแปลกตา เพราะมีรูปทรงที่แปลกประหลาดแต่น่าชวนมอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แท่งหินยอดแหลม กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของไบรซ์แคนยอน ที่ใครๆต่างก็อยากมาเที่ยวชมสักครั้ง

สำหรับตำนานความเป็นมาของแท่งหินแปลกตาเหล่านี้ มีตำนานของอินเดียแดงได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า  มนุษย์คนใดที่ต้องคำสาปก็จะกลายเป็นแท่งหินรูปทรงประหลาดที่เห็นกันอยู่นี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แท่งหินฮูดู เกิดจากการกัดเซาะของชั้นหิน ลม ฝน และหิมะ เนื่องจากลักษณะเป็นหน้าผาสูง ทำให้กระแสน้ำไหลผ่านจะใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็วมากกว่าปกติ  รวมถึงพลังงานของการกัดเซาะนั้นทำงานอย่างสม่ำเสมอ ประกอบด้วยสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะมีหิมะตก และในตอนกลางคืนมักจะเกิดการแข็งตัวของน้ำแข็ง ที่จะละลายในตอนกลางวัน  พอตกกลางคืนน้ำแข็งก็เกิดแข็งตัวขึ้นมาใหม่ วนเวียนอยู่เป็นวัฏจักรเรื่อยมา จนลิ่มน้ำแข็งสามารถแทรกตัวเข้าไปในเนื้อหินได้ เป็นสาเหตุให้เนื้อหินต้องแตกหรือแยกออก ทำให้เกิดเป็นแท่งหินฮูดู ที่มีรูปทรงประหลาดปรากฎในไบรซ์แคนยอนอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

วันที่ 9     Bryce Canyon – Zion National Park – Las Vegas (ระยะทาง 401 กม.)

–เช้า–

รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ Zion National Park (ประมาณ 1.30 ชม) ชมอุทยานแห่งชาติไซออน (Zion National Park) แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักเดินทาง ที่ชื่นชอบธรรมชาติ เดินป่า การผจญภัย และปีนเขาให้มาสัมผัสธรรมชาติและความท้าทายกันสักครั้ง โดยสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ มากไปด้วยทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล  ภูเขา หน้าผาหินทราย หุบเขาลึก จึงถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของอุทยาน จนทำให้เป็นอุทยานที่มีชื่อเสียงอย่างมากในรัฐยูทาห์

สำหรับอุทยานไซออน เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่อยู่ใกล้ๆ กับเมืองสปริงเดล (Springdale) เมืองในมลรัฐยูทาห์  ตามประวัติความเป็นมาแต่เดิม อุทยานแห่งนี้มีชื่อว่า Mukuntuweap National Monument ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อ เป็นอุทยานแห่งชาติไซออน เมื่อปี ค.ศ. 1918 โดยมีพื้นที่ 593 ตารางกิโลเมตร  โดยคำว่า “ไซออน” (Zion) มาจากภาษาฮิบรูโบราณ มีความหมายถึง  สถานที่หลบลี้ภัย

–บ่าย–
ถึงเวลาเดินทางต่อไปยังเมือง ลาสเวกัส (Las Vegas) (เดินทางประมาณ 5 ชม.)  เมืองที่ได้รับฉายานามที่ทั่วโลกทราบกันดีว่า “เมืองคนบาป (Sin City)”  เนื่องจากเมืองแห่งนี้มากไปด้วยคาสิโส (ประมาณ 2-3 ชม) จึงถือได้ว่า เป็นเมืองที่เจริญเติบโตมาจากการพนัน  ในช่วงเย็นท่านจะได้ช้อปปิงกันอย่างเพลินๆแบบอิสระที่ถนน Strip

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

 

วันที่ 10     Las Vegas – Idaho falls – Teton (ระยะทาง144 กม.)

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนันนำท่านเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางไปยังเมือง Idaho Falls โดยสายการบินภายในประเทศ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City

–บ่าย–

นำท่านเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอน (Grand Teton National Park) (เดินทางประมาณ 2 ชม) ตั้งอยู่รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติกันอย่างจุใจ อีกทั้งอุทยานแห่งชาติไวโอมิง ยังถือเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของมลรัฐไวโอมิงอีกด้วย โดยอยู่ห่างจากเมืองแจ็คสัน (Jackson) เพียงแค่ 10 ไมล์ (16 กิโลเมตร)

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 11        Teton – Yellowstone (ระยะทาง 112 กม.)
–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า ชมภูเขาแกรนด์ทีทอน (Grand Teton Mountain) ในเทือกเขาร็อกกี้ (Rocky Mountains)  ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 13,775 ฟุต (4,199 เมตร) ถือเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในรัฐไวโอมิงที่หลายๆคนอยากไปสัมผัส  และยังเป็นภูเขาที่มีความสูงเป็นลำดับที่ 2 ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย อุทยานแห่งชาติ แกรนด์ ทีทอน เป็นอุทยานที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว สภาพผืนป่าเป็นทะเลสาบ สลับกับทุ่งหญ้ากว้าง มีทัศนียภาพของภูเขาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ที่โดดเด่นอย่างมากคือกวางมูส ซึ่งเป็นกวางขนาดใหญ่และยังมีชีวิตอยู่ในอุทยานแห่งนี้ ตลอดจนสัตว์ป่าสายพันธุ์อื่นๆ เช่น สิงโตภูเขา นกอินทรีหัวล้าน วัวกระทิง เป็นต้น ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของทั้งธรรมชาติและสัตว์ป่า จึงทำให้อุทยานแห่งชาติแกรนด์ ทีทอน เป็นสถานที่ซึ่งมากไปด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดนักท่องธรรมชาติให้มาเยือนอยู่เสมอ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมีผู้เข้าชมอุทยานราวๆ 2.5 ล้านคนต่อปี อุทยานแห่งนี้ จึงถูกจัดลำดับให้ เป็น 1 ใน 10 ของอุทยานในสหรัฐอเมริกาที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่ง

สำหรับอุทยานแห่งชาติแกรนด์ ทีทอน มีสถานที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) และอยู่ทางตอนเหนือของเมืองแจ็คสัน

–บ่าย–
จากนั้นนำคณะเดินทางสู่อุทยานแห่งแรกของโลก อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone Plateau) (เดินทางประมาณ 3 ชม)

–ค่ำ–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 12    Yellowstone National Park
–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นทำท่านไปยังอุทยานแห่งแรกของอเมริกา อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน (Yellowstone Plateau) (เดินทางประมาณ 6 ชม.) อุทยานแห่งนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ตั้งของทะเลสาบเยลโลวสโตน หนึ่งในทะเลสาบที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และสูงที่สุดในทวิปอเมริกาเหนืออีกด้วย  นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน ยังเป็นอุทยานที่มีทัศนียภาพที่น่าสนใจ เพราะมากไปด้วยภูเขาสูง หน้าผาชัน มีความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนระบบนิเวศเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้อย่างลงตัว

–บ่าย–
รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นนำคณะชม แมมมอธ ฮอตสปริง (Mammoth Hot Springs) สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามตระการตาของบ่อน้ำพุร้อนอายุนับพันปีที่สลับซับซ้อนบนเนินเขา นักท่องเที่ยวจะได้ชมภาพที่รังสรรค์จากธรรมชาติของ แมมอธ ฮอตสปริง โดยเฉพาะภาพแปลกตาของต้นไม้ที่ตายยืนต้นตามชั้นหิน ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการสะสมของแคลเซียมคาร์บอเนตแบบเข้มข้น กลายเป็นภาพที่สวยงามจับใจมากแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน จากนั้นนำท่านชม บ่อน้ำพุร้อนนอริส (Norris Gerser Basin) เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดความเปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดในอุทยานและยังมีอุณหภูมิที่สูงที่สุดอีกด้วย   และที่พลาดไม่ได้ คือ นำชม แกรนด์แคนยอนแห่งเยลโลสโตน (Grand Canyon of Yellowstone) ซึ่งเป็นหุบเหวที่เกิดขึ้นจากเหตุภูเขาไฟระเบิดทำให้เกิดการแยกตัวของพื้นโลก ตลอดจนการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งในยุคที่น้ำแข็งละลาย จึงกลายมาเป็นหุบเหวเช่นในปัจจุบัน

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

 

วันที่ 13     Yellowstone – Idaho falls – San Francisco (ระยะทาง 175 กม.)

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำคณะเดินทางกลับเมือง Idaho Falls (ประมาณ 2 ชม.) เพื่อเดินทางไปยังสนามบิน จุดหมายปลายทางสู่ ซานฟรานซิสโก โดยสายการบินภายในประเทศ โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Salt Lake City

16.00 น.
ถึงสนามบินเมืองซานฟรานซิสโก (San Francisco) ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่มากไปด้วยสถานท่องเที่ยวอย่างหลากหลายและคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเมืองซานฟรานซิสโก ตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางสายน้ำสามด้าน ด้านตะวันตกคือมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศเหนือ และทิศตะวันออก ติดกับอ่าวซานฟรานซิสโก แม้ว่าเมืองนี้จะอยู่ติดทะเล แต่มีอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด จึงไม่เหมาะสมสำหรับการเล่นน้ำ

–ค่ำ–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 14     San Francisco – Yosemite (ระยะทาง 308 กม.)

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี้ (Yosemite National Park)

–บ่าย–

จากนั้นนำคณะเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ โยเซมิตี (Yosemite National Park) ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นหุบเขาที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา โดยมีความเป็นมาคือ ในอดีตหุบเขาแห่งนี้ถูกน้ำแข็งตัดผ่าน จนมีกว้างของหุบเขา 1.6 กิโลเมตร ยาว 11 กิโลเมตร และยังมีความโดดเด่นไปด้วยภูเขาหินขนาดใหญ่สองลูกที่ตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ นั่นคือ ฮาล์ฟโดม (Half Dome) และ แอลแคปปิตอล (EI Capital)

ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของหุบเขาอย่างที่ปรากฎมาช้านาน  ทำให้ได้รับการผลักดันจาก จอห์น มุยร์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติคนสำคัญ จนทำให้เป็นอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีมาถึงทุกวันนี้

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

วันที่ 15    Yosemite

–เช้า-บ่าย–
รับประทานอาหารเช้า นำคณะชมทะเลสาบโมโน (Mono Lake) หรือ An Alien Landscape ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา  เป็นทะเลสาบที่มีทัศนียภาพที่น่าสนใจ เพราะบนผืนน้ำจะสลับไปด้วยโขดหินแหลมรูปทรงแปลกตา แต่ทะเลสาบแห่งนี้ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มากไปด้วยการปนเปื้อนของสารหนู

–เย็น–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 16     Yosemite – San Francisco (ระยะทาง 306 กม.)

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าท์ นำท่านเดินทางกลับเมือง San Francisco (เดินทางประมาณ 4-5 ชม.)

–บ่าย–

เดินทางถึงเมืองซานฟรานซิสโก นำคณะผู้ร่วมเดินทางชม Golden Gate Bridge เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นและสวยงามไปด้วยทัศนียภาพ จึงเป็นหนึ่งใน 10 สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าประทับใจมากที่สุด ซึ่งหากใครมาเยือนซานฟรานซิสโก ก็ต้องมาสัมผัสกับบรรยากาศที่สะพานแห่งนี้ให้ได้  สำหรับ Golden Gate Bridge เป็นสะพานที่เชื่อมไปยัง Marin Country โดยมีอายุการสร้างมากว่า 65 ปี มีกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลาย คือ การปั่นจักรยาน หรือเดินเล่นชมบรรยากาศเพลินๆ  

จากนั้น นำผู้ร่วมเดินทาง ชมความสวยงามของสวนสวยอย่าง  Japanese Tea Garden เป็นสวนที่มีความโดดเด่นด้านธรรมชาติหลายอย่างด้วยกัน เช่น สวนสมุนไพร ทะเลสาบ อีกทั้งยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดงาน 1984 World’s Fair  พร้อมนั่งจิบชาร้อนๆชมความงามของสายน้ำและน้ำตก ต่อมานำผู้ร่วมเดินทางชมถนนที่มีความมหัศจรรย์มากที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเมืองซานฟรานซิสโก  นั่นคือ ถนนลอมบาร์ด (ถนน Crookest Street หรือ ถนนลอมบาด) หรือบางคนเรียกว่า ถนนงู  เนื่องจากสภาพถนนมีลักษณะที่คดเคี้ยวคล้ายงูกำลังเลื้อยนั่นเอง ถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี  ค.ศ. 1922 เพื่อเชื่อมถนนไฮด์กับถนนลีเวนเวิร์ท โดยมีลักษณะไต่ลงมาตามเนินชัน 40 องศา ซิกแซก 8 โค้งหักศอกแบบวันเวย์ขาลง แต่ความพิเศษของถนนงู ยังมีมากกว่านั้น เพราะในระหว่างโค้ง ได้มีการประดับประดา ตกแต่งด้วยดอกไม้และต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ ขณะเดียวก้นก็มีบันไดคนเดิน 2 ข้างทางให้เดินขึ้นไปได้ บรรยากาศสองข้างทางของถนน ยังเรียงรายไปด้วยแมนชั่นเก่าแก่ที่มีรูปทรงสวยงามแต่ราคาค่อนข้างแพง

และพลาดไม่ได้อีกหนึ่งสถานที่ในตำนาน คือ การชมฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือของชาวประมงที่มีความสำคัญอีกหนึ่งแห่งทางด้านประวัติศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1960 โดยท่าเทียบเรือแห่งนี้เป็นตลาดขายส่งปลา และถูกพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน จึงคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว และมากไปด้วยสถานที่ต่างๆให้ได้เที่ยวชมกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหารทะเล หอศิลป์ ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆอีกมาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอันแสนเพลิดเพลิน โดยมีบริการแล่นเรือใบ ล่องเรือรับประทานอาหารค่ำที่แสนอร่อยและโรแมนติก หรือหากใครที่ชื่นชอบการผจญภัยก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน

โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ 39 หรือ Pier 39 จะมากไปด้วยกิจกรรมให้ได้ทำกันอย่างสนุกสนาน เช่น มีม้าหมุน รวมไปถึงการแสดงต่างๆ และยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหารให้เลือกรับประทาน  ร้านขายของจำนวนมากให้ได้เดินช้อปปิงกันอย่างเพลินๆ บริเวณนี้จึงถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ที่น่าสนใจมากอีกอย่างหนึ่ง คือ สิงโตทะเล นับร้อยตัว ที่ออกมานอนอาบแดดในช่วงฤดูหนาวให้ได้ชมกัน ส่วนถ้าใครไปเที่ยวในฤดูร้อนอาจไม่ได้เห็นสิงโตทะเล เพราะพวกมันจะย้ายไปผสมพันธุ์ที่อ่าวแม็กซิโกนั่นเอง

–ค่ำ–
หลังอาหาร นำท่านเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา

วันที่ 17         San Francisco – Bangkok
–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

13.00 น.
เหินฟ้าสุ่กรุงเทพ โดยสายการบิน EVA AIR เที่ยวบินที่ BR7 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน ถึงไต้หวันเวลา 17.30 น.

20.45 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน EVA AIR เที่ยวบินที่ BR205

23.30 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

ทัวร์ Roadtrip อเมริกา รวม

  • ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ และภาษีสนามบิน
  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว หรือ เทียบเท่า พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • ค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ตลอดการเดินทาง
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม
  • ค่าเข้าชมตามรายการที่ระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • วีซ่าแบบปกติ (สำหรับพาสปอร์ตไทย)
  • ทิปตามสมัครใจ : Guide เป็นคนไทย ไม่มีการบังคับทิปขั้นต่ำ
  • ค่าหนังสือเดินทาง และค่าแปลเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ประกันกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย (ซื้อเพิ่มได้)
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี vat 7% และ service tax 3%

การจองทริป

  • สำรองที่นั่ง 30,000 บาท ภายใน 3 วัน​ ส่วนที่เหลือ​ชำระก่อนเดินทาง ​30 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
เงื่อนใขการบริการ
  • ทริปออกเดินทางเมื่อครบ 6 ท่าน สำหรับ Roadtrip และ 15 ท่าน สำหรับทริปมาตรฐาน
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)
error: Content is protected !!