ทัวร์ Road Trip ไอร์แลนด์ High light รอบเกาะ

วันที่จัด
  • 2 – 12 ธ.ค. 2561 ค่าทริป 99,000 บาท
**ราคานี้ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน**

ติดต่อเรา (กดเลย)

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1     Bangkok – Belfast

09.00 น.
พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 7 แถว N เคาน์เตอร์สายการบิน BRITISH AIRWAYS มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน

11.25 น.
ออกเดินทางสู่เมือง Belfast City ประเทศไอร์แลนด์ โดยสายการบิน BRITISH AIRWAYS เที่ยวบินที่ BA0010 โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ลอนดอน ถึงเวลา 17.35 น.

18.45 น.
เหินฟ้าสู่เมือง Belfast City โดยสายการบิน BRITISH AIRWAYS  เที่ยวบินที่ BA1422

20.10 น.
เดินทางถึง สนามบิน Belfast City ประเทศไอร์แลนด์ ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านเดินทางไปพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 2     Belfast – Dublin – Kilkenny City

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Dublin พาท่านเดินทางไปชม The Custom House ในดับลิน เป็นอาคารสมัยศตวรรษที่ 18 แบบนีโอคลาสสิกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมสิ่งแวดล้อมมรดกและรัฐบาลท้องถิ่น จากนั้นชม มหาวิหารเซนต์แพทริค (St. Patrick’s Cathedral) มหาวิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์ โดยตั้งอยู่บนที่ที่มีโบสถ์ก่อสร้างอยู่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 แม้ว่ามหาวิหารแห่งนี้จะมีสถานะเป็นมหาวิหารแห่งชาติ แต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีตำแหน่งบิชอปประจำอยู่เนื่องจากเมืองดับลินมีมหาวิหารอยู่สองแห่ง ชื่นชมยอดแหลมแกรนิตสูง 31 เมตรเหนือหอคอยมินอตที่สูงกว่า 45 เมตร ทั้งนี้ ตัวโบสถ์ปัจจุบันนั้นก่อสร้างขึ้นในปี 1220 เดินลอดประตูทางเข้าขนาดใหญ่ที่ส่วนหน้าของอาคารแล้วชื่นชมทางเดินกลางอันวิจิตรบรรจง เยี่ยมชมบริเวณที่ยืนของนักร้องประสานเสียง และสัมผัสบรรยากาศอันอบอุ่นที่เกิดจากโทนสีน้ำตาล สีแดง และลวดลายอันวิจิตรบนพื้น นอกจากนี้ยังมีบริการนำเที่ยวหลายครั้งทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ นักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลดเครื่องบรรยายออดิโอไกด์ได้เพื่อความเข้าใจที่กระจ่างมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับลักษณะต่างๆ ของโบสถ์ ชม The Guinness Storehouse โรงงานผลิตเบียร์ดำที่มีชื่อเสียงที่สุดในไอร์แลนด์และของโลกมากกว่า 200 ปี

–บ่าย–
จากนั้นเดินทางไปชม ปราสาทคิลเคนนีย์ (Kilkenny Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1195 ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมฝั่งแม่น้ำ Nore แต่เดิมได้ถูกสร้างด้วยไม้ โดย Richard de Clare หรือที่รู้จักกันในนามสตรองโบว์(Strongbow) และเหล่าอัศวิน 20 ปีต่อมา ทายาทรุ่นสองอย่าง William Marshal ก็ได้ทำการบูรณะใหม่โดยนำหินมาสร้างปราสาท นำชม โบสถ์เซนท์คานิซ (St.Canice’s Cathedral) ศาสนสถานสำคัญในเมืองคิลเคนนีย์ สร้างขึ้นในศรรตวรรษที่ 13 ด้านข้างเป็นหอคอยทรงกลม สูงประมาณ 30 เมตร สามารถปีนเข้าไปด้านใน(ค่าเข้าชม 3 ยูโร)  เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองมาจากโบสถ์เซนท์แพททริคในเมืองดับลิน

จากนั้นนำท่านไปยัง Thomastown เมืองในเขต Kilkenny ชม โบสถ์เจอร์พอยต์ (Jerpoint Abbey) ศาสนสถานที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์ แต่เดิมเป็นที่พำนักอาศัยของพระกลุ่มคริสเตียน

–ค่ำ–
หลังอาหารเข้าพักผ่อนที่โรงแรม คืนนี้เราจะพักกันที่ Cashel

วันที่ 3     Cashel – Cobh – Cork city – Killarney

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม ร็อค ออฟ คาเชล (Rock of Cashel) หนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญของไอร์แลนด์ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งมันสเตอร์ จนในปี ค.ศ. 1101 Muirchertach Ua Briain กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ก็ได้บริจาคโบสถ์แห่งนี้ให้กับคริสตจักร จากนั้นเดินทางไปยัง เมือง Cobh

–บ่าย–
นำท่านชม มหาวิหารเซนท์โคลมาน (St. Colman’s Cathedral) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อโบสถ์แห่งโคฟ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1868 สไตล์กอธิค สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิหารแห่งนี้คือกระดิ่งที่ประดับรอบทั้ง 49 ใบ จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ท่าเรือสุดท้ายที่เรือไททานิกมาจอด

นำท่านเที่ยวชม St. Mary’s Cathedral โบสถ์เก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 สร้างในพื้นที่ของกษัตริย์ Donal Mor O’Brien กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มันสเตอร์ จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม ปราสาทแบล็คร็อค (Blackrock Castle) ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากศัตรู หลังจากในยุคที่กษัตริย์อังกฤษส่งผู้แทนมายึดครองบริเวณนี้ ก็ได้คืนปราสาทให้ชาวเมืองในปี ค.ศ. 1608 จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังป้อมชาร์ลส์ (Charles Fort) หนึ่งในป้อมปราการสมัยศตวรรษที่ 17 มีลักษณะเป็นรูปดาว ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1670 เพื่อดูแลรักษาอ่าว Kinsale จากนั้นนำท่านไปชม ปราสาทบลาร์นีย์ (Blarney Castle) ปราสาทหินที่ถูกสร้างโดย Cormac McCarthy กษัตริย์แห่งมันสเตอร์ในสมัยนั้น ที่ปราสาทแห่งนี้มีความเชื่อกันว่า ใครก็ตามที่ได้จูบหิน Blarney แล้วนั้น จะพูดจาฉะฉาน เป็นเจ้าแห่งการเจรจา เช่นเดียวกับ Cormac McCarthy ที่ครั้งหนึ่ง พระราชินีอลิซาเบธที่หนึ่ง ได้ส่งขุนนางไปเจรจากับ Cormac McCarthy เพื่อที่จะครอบครองปราสาท แต่พระองค์ก็มีวิธีเจรจา ปฏิเสธให้พระนางได้คล้อยตามทุกครั้งไป จนพระนางเรียกวิธีการพูดนั้นว่า “วิธีแบบ Blarney”

–ค่ำ–

จากนั้นเดินทางไปยังเมือง Killarney เมืองที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
คืนนี้พักที่ เมือง Killarney

วันที่ 4     Killorglin – Cahersiveen – Portmagee – Waterville

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า
จากนั้นนำท่านเดินทางตามเส้นทาง Ring of Kerry เส้นทางชมธรรมชาติที่ยาวประมาณ 179 กิโลเมตร ภาพทะเลสาบและภูเขาน้อยใหญ่สวยงาม ขับตามเส้นทางไปยัง Cahersiveen ชม โบสถ์แดเนียลโอคอร์เนล (Daniel O’Connell Memorial Church) โบสถ์ประจำเมือง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Daniel O’Connell ผู้นำการปลดแอคคาทอลิก มีสถาปัตยกรรมแบบโกธิคยุคกลาง นำท่านไปยัง Ballyinskelligs Bay อ่าวกว้างๆ มีชายหาดให้เดินเล่นได้ มองออกไปจะเห็นเกาะ Skellig

นำท่านเดินทางสู่เมือง Portmagee เมืองเล็กๆสีสันสดใส นั่งเรือชมเกาะ Skellig Michael หากใครเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ก็คงจะคุ้นกันไม่ใช่น้อย เพราะเกาะแห่งนี้ถูกใช้ถ่ายทำเป็นดาว Arch-To ที่ซ่อนตัวของลุค สกายวอคเกอร์นั่นเอง ปัจจุบันบนเกาะไม่มีคนอาศัยแล้ว แต่ในอดีตนั้นเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียนในช่วงศตวรรษที่ 6 มีสิ่งปลูกสร้างที่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นแหล่งชุมชนเล็กๆ อยู่สูงขึ้นไปบนภูเขา ต้องเดินขึ้นบันไดหินถึง 600 ขั้น เกาะแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO อีกด้วย จากนั้นเดินทางไปยัง Waterville หมู่บ้านเล็กๆน่ารัก เป็นหมู่บ้านที่ชาร์ลี แชปลิน (Chalis Chaplin) นักแสดงตลกที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกชอบมาพักผ่อนตากอากาศ

–บ่าย–
จากนั้นไปยังอุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ โดยเดินทางผ่าน เมือง Caherdaniel เมืองที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งของ Derrynane Bay เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ที่ Daniel O’Connell ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายด้วย ผ่านชม หมู่บ้าน Sneem หมู่บ้านที่มีสีสันสดใสเหมือนลูกกวาดหลากสีอยู่รวมกัน เมือง Kenmare เมืองเล็กๆที่มีชื่อหมายถึง “หัวของทะเล” หรือก็คือ Killarney Bay ขับผ่านเส้นทาง Moll’Gap ถนนสาย N71 ที่เชื่อมระหว่างเมือง Kenmare กับเมือง Killarney นั่นเอง

ถึงเมือง Killarney นำท่านชม อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ (Killarney National Park) อุทยานที่เต็มไปด้วยป่าไม้ เทือกเขา ทะเลสาบ มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 10,236 เฮกเตอร์ (ประมาณ 102.36 ตร.กม.) และยังเป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวของประเทศไอร์แลนด์ที่ยังมีกวางแดงท้องถิ่นอาศัยอยู่ เดินทางไปยัง จุดชมวิว Ladies View อยู่กึ่งกลางของ Ring of Kerry หัวใจของอุทยานแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เหตุที่ได้ชื่อว่า Ladies View นั้น เป็นเพราะพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษได้เคยมาชมวิวที่จุดนี้นั่นเอง จากนั้นนำท่านไปยัง ปราสาทรอสส์ (Ross Castle) ในเขตอุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ปราสาทที่ทำการบูรณะจนสามารถขึ้นชมได้ทุกชั้น เว้นเสียแต่แค่ไม่มีหลังคาเท่านั้นเอง ปราสาทรอสส์ เป็นปราสาทในสมัยศตวรรษที่ 15 เป็นบ้านของบรรพบุรุษครอบครัว O’Donoghue clan

–ค่ำ–
คืนนี้พักที่เมือง Killarney

วันที่ 5          Miltown – Adare – Limerrick City

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางไปยัง Slea Head โดยผ่านเมือง Dingle เมืองที่ตั้งอยู่ในเส้นทาง Ring of Dingle หรือ Dingle Peninsula ผ่านเมือง Milltown เมืองเล็กๆบนถนน N70 เดินทางถึง แหลม Slea Head เหนือชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทร Dingle ปกคลุมไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ ไปชม แหลม Dunmore Head อยู่ด้านตะวันตกที่สุดของคาบสมุทร Dingle เมื่อปี ค.ศ. 1982 เรือ MV Ranga ถูกพายุซัดถล่มมาเกยตื้นอยู่บริเวณใกล้ๆ ระหว่าง Dunmore Head และ Slea Head

ชม Ballyferriter หมู่บ้านพื้นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไอริช ชื่อหมู่บ้านตั้งตามชื่อของชาวนอร์แมนคนหนึ่งคือ Piaras Feiritéar ถือได้ว่าเป็นหวัหน้าหมู่บ้าน ในศตวรรษที่ 17 เขาถูกสังหารโดยใครคนหนึ่งที่ไม่ทราบชื่อ จากนั้นเลยเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน และยังใช้เรียกกันแค่ในพื้นที่อีกด้วย ชม Ballydavid หมู่บ้านพื้นเมืองบริเวณคาบสมุทร Dingle ในปี ค.ศ. 2003 ได้ยกเลิกชื่อภาษาอังกฤษและใช้ชื่อในภาษาไอริชเป็นทางการคือ Baile na nGall ใกล้ๆกันนั้นมี ปราสาท Gallarus (Gallarus Castle) สร้างโดยอัศวินแห่ง Kerry ผู้สืบทอดราชวงศ์ Geraldine ในศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันยังเป็นมรดกของชาวไอริชอีกด้วย

–บ่าย–
เดินทางต่อไปยังเมือง Adare เมืองเล็กๆที่อยู่ในเขต Limerrick ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในไอร์แลนด์ และถูกกำหนดให้เป็นเมืองมรดกโดยรัฐบาลไอร์แลนด์

ชม Adare Desmond Castle ปราสาทที่เป็นป้อมปราการ เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดย O’Donovans ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะพลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนไอร์แลนด์ จากนั้นนำท่านไปยังเมืองLimerrick City เมืองริมฝั่งแม่น้ำแชนนอน เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม (City of Culture) และมีชื่อเสียงในฐานะสวรรค์ของคนที่หลงใหลด้านศิลปะ ชม King John’s Castle ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Limerrick ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ช่วงหนึ่งหลงปราสาทถูกใช้เป็นฐานทัพและศูนย์บัญชาการทางทหารสำหรับภูมิภาค Shannon ในปี ค.ศ. 1642 กลุ่มกบฏชาวไอริชที่ต่อต้านการปกครองของอังกฤษได้ทำลายปราสาทลง ปัจจุบัน King John’s Castle ได้รับการบูรณะและเปิดให้เข้าชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุต่างๆตลอดปี

–ค่ำ–
คืนนี้พักที่เมือง Doolin

วันที่ 6    City of Mohor – The Burren National Park – Galway

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นพาท่านไปยังหน้าผาที่ตั้งตระหง่านของ Mohor และเยี่ยมชมหอคอย O’Brien’s Tower พร้อมชมวิดีโอแบบ Interactive ที่ Visitor’s Center และเดินเล่นบนคลิฟบอร์ดโดยชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลและหมู่เกาะอารัน จากนั้นนำท่านไปยัง The Burren National Park ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของThe Burren หมายถึงสถานที่ที่เป็นหิน สถานที่นี้เป็นที่รวบรวมและแสดงพันธุ์ไม้ หิน และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ใน The Burren ชมหมู่บ้านชาวประมง Kinvara ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่สวยงามแปลกตา และขึ้นชื่อในเรื่องเพลงไอริช หมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบนี้มีชายหาดที่มีหินขรุขระ และมีปราสาทยุคกลางที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่น่าทึ่งของอ่าว Galway และทุ่งหญ้าเขียวขจีในชนบท ในหมู่บ้านนี้มีอาคารเก่าแก่ที่แปลกตา ทำให้ดูมีเสน่ห์ ท่านจะได้เห็น ปราสาท Dunguaire Castle ซึ่งอยู่บริเวณหมู่บ้าน Kinvara บริเวณทิศใต้ของ Co. Galway ปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1520 โดยตระกูล O’Hynes บนแนวหินริมอ่าว Galway ที่มีทัศนียภาพที่งดงาม ปราสาทแบบ Tower House นี้ได้ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือไปตามกาลเวลาจนถึงปี 1924 ปราสาทได้ถูกซื้อโดย Oliver St. John Gogarty หมอผ่าตัดและนักเขียนผู้โด่งดัง ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงฟื้นฟูของวรรณกรรมไอริช ต่อมาในปี 1954 ปราสาทถูกเปลี่ยนมือเป็นของ Christobel Lady Amptill ผู้ซึ่งซ่อมแซมปราสาทต่อจาก Oliver St. John Gogarty จนเสร็จสมบูรณ์ ภายหลังปราสาทได้ตกเป็นทรัพย์สินของ Shannon Development

–บ่าย–
ชม Galway Cathedral ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Corrib ใจกลางเมือง Galway ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายของยุค 1950 โดยนับเป็นมหาวิหารที่สร้างจากหินที่ใหม่ที่สุดของยุโรป สร้างแล้วเสร็จและถูกเปิดใช้งานในปี 1965 ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ Our Lady Assumed into Heaven และ St. Nicholas ออกแบบโดย J.J. Robinson ในแบบผสมผสานกันของศิลปะ Renaissance, Romanesque และ Gothic Galway Cathedral มีชื่อเสียงเรื่องศิลปะการตกแต่งภายในของมหาวิหาร เช่น รูปปั้น โมเสคและกระจกสีต่างๆ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมือง Galway ช่วงเย็นๆพาท่านไปชมพระอาทิตย์ตกที่ Galway Bay

–ค่ำ–
คืนนี้พักที่เมือง Galway

วันที่ 7     Galway – Sligo – Connemara – Kilary Fjord – Sligo

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านนั่งรถผ่านเส้นทาง Lough Inagh Valley, County Galway เป็นเส้นทางขับรถจากเมือง Galway ไปยัง Kylemore Abbey จะมีเส้นทางที่เป็น 1 ในที่สวยงามที่สุดใน Ireland จะได้เห็นทั้งวิว ทะเลสาบ และภูเขา เดินทางถึงอุทยานแห่งชาติ Connemara National Park อุทยานแห่งนี้มีบริเวณครอบคลุมด้านทิศตะวันตกและที่ราบลุ่มปัจจุบัน ท่านจะได้เห็นทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขา ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด พันธุ์พืชหายาก และสัตว์ป่าหลากหลาย มีภูเขา Diamond Hill สูงถึง 500เมตร สูงกว่าหมู่บ้านเล็กๆของ Lettet frack นี้เป็นหนึ่งในการเดินป่าที่ดีที่สุดของที่นี่ Connemara เป็นคำภาษาไอริชมีความหมายว่า ‘Inlets of the Sea’ หรือปากทางสู่ทะเล ด้านในของ Connemara ละลานตาไปด้วยบึง ทุ่งหญ้า บ่อโคลนน้อยใหญ่ หุบเขาอันเวิ้งว้างโดดเดี่ยว รวมถึงทะเลสาบสีดำส่องแสงเป็นประกายมากมาย Connemara ได้รับการขนานนามว่า ‘The Real Emerald of Ireland’ หรือดินแดนมรกตที่แท้จริงของไอร์แลนด์มาช้านาน กิจกกรรมที่เป็นที่นิยมในแถบ Connemara รวมถึง ขี่จักรยาน ขี่ม้า เดินเขา แคมป์ปิ้ง ลงเรือชมทัศนียภาพในทะเลสาบ

ท่านจะได้ชมKylemore Abbey ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามของ Connemara บริเวณริมทะเลสาบ Pollacapall และทะเลสาบ Kylemore ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1867-1871 โดย Mitchell และ Margaret Henry คู่สามีภรรยาจากManchester ที่มาท่องเที่ยวฮันนีมูนที่นี่ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ Connemara เป็นจุดหมายที่นิยมในการมาล่าสัตว์และตกปลา Mitchell และ Margaret หลงใหลในทัศนียภาพอันงดงามของ Connemara และปรารถนาจะมีบ้านที่นี่ ในช่วงการฮันนีมูนทั้งสองได้เช่า Kylemore Lodge เป็นที่พัก ซึ่งอาคารดั้งเดิมอยู่จุดเดียวกับที่เป็นปราสาท ณ ปัจจุบัน และชม Killary fjord

–บ่าย–
นำท่านไปยังเมือง Sligo ชม Benbulben Mountain อยู่ทางทิศเหนือของ Sligo Town โดยห่างออกมาประมาณ 16 กม. เป็นภูเขาที่โดดเด่นที่สุดของไอร์แลนด์ บางครั้งถูกเรียกว่า Table Mountain เนื่องจากมียอดเรียบแบนและด้านข้างตัดตรงลักษณะคล้ายโต๊ะ ด้านบนของภูเขามีลักษณะเฉพาะคือมีลักษณะเป็นร่องคลื่นที่ถูกกัดเซาะของหินปูนและหินดินดานคล้ายกลีบของผ้าปูโต๊ะ ชมบริเวณ Mullaghmore Head เห็นหาดลักษณะเป็นหินแผ่นใหญ่เอียงรับคลื่นจากมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีฉากหลังเป็น Benbulben Mountain เห็นอยู่ไกลๆ

–ค่ำ–
คืนนี้พักที่เมือง Burt

วันที่ 8     Londonderry – Ulster – Portrush – Cause way Coast

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านไปยังเมือง Londonderry ชม The Guildhall ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Derry ในเขต Northern Ireland, UK ห่างจากพรมแดน Republic of Ireland บริเวณ Co. Donegal เพียงประมาณ 7 กม. The Guildhall ตั้งอยู่บริเวณริมเขตกำแพงเมืองเก่า อาคารหินทรายสีแดง แบบ Neo-Gothic และ Tudor นี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1887 โดยกลุ่ม The Honorable The Irish Society เพื่อเป็นที่ใช้การของเมือง The Guildhall ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งด้วยกระจกสีสวยงามช่วงปี 2012-2013 อาคารได้ถูกปิดลงเพื่อทำการบูรณะทั้งภายในและภายนอก

ด้านหน้าของอาคารคือ Guildhall Square มีลานน้ำพุประดับและนับเป็นลานเมืองหลักของ Derry ปัจจุบันทั้ง The Guildhall และ Guildhall Square ถูกใช้เพื่อเป็นศูนย์ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว สถานที่จัดนิทรรศการ สถานที่จัดแสดงทางวัฒนธรรม คาเฟ่ เดินชมโบสถ์ St. Columb Cathedral และ เสา War Memorial tower

–บ่าย–
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมือง Ulster ชมชายหาด Downhill Beach ซึ่งยาวกว่า 11 กิโลเมตรนี้นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะที่ตั้งของวัด The Mussenden Temple ทั้งชายหาด และภายนอกของวัดนั้นถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำของ Dragonstone ซึ่งเป็นสถานที่ที่ Stannis Braratheon ดึงดาบ Lightbringer ออกมา และทาง Melisandre ก็ได้ประกาศว่า Stannis คือ Azhor Ahai (ฮีโร่ที่ตีดาบ Lightbringer ขึ้นมา) กลับชาติมาเกิด

จากนั้นนำท่านไปยังเมือง Portrush ชม Dunluce Castle ซึ่งเป็นปราสาทยุคกลาง ตอนนี้จะเห็นแค่ปรักหักพัง ตั้งอยู่บนขอบของหินบะซอลต์ ใน County Artrim จากนั้นชม Carrick-a-Rede Rope Bridge หรือสะพานเชือก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เป็นจุดชมวิวชายฝั่งทะเลได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่เดิมนั้นชาวประมงได้สร้างสะพานเชือกแห่งนี้เพื่อใช้เป็นทางข้ามช่องแคบที่มีความลึกประมาณ 30 เมตร และมีความกว้างประมาณ 20 เมตร ไปยังเกาะคาร์ ริก-อะ-รีด (Carrick a-Rede Island) เพื่อตรวจดูแหดักปลาแซลมอนเท่านั้น ในปัจจุบันสะพานเชือก คาร์ริก-อะ-รีด ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลมาที่นี่เพื่อประลองความกล้าในการข้ามสะพานแห่งมากถึง 247,000 คนต่อปี และในปัจจุบันสะพานได้เปิดให้บริการตลอดทั้งปีอีกด้วย

ชม Giant’s Causeway ซึ่งเป็นหินทรงหกเหลี่ยมที่เรียงตัวกันราวแท่งดินสอ ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติล้วนๆ ตั้งอยู่ที่เกาะไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งจัดอยู่ใน 1 ใน 100 สถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย Giant’s Causeway นั้นประกอบด้วยเสาหินบะซอลต์กว่า 40,000 แท่ง ขนาดเสากว้างเฉลี่ย 46 ซม. สูงประมาณ 1-2 ม. เกิดจากการเย็นตัวลงของลาวาเมื่อประมาณ 50,000 – 60,000 ปีที่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้มันเป็นรูปทรงเรขาคณิตสมมาตรได้ขนาดนี้ เป็นเพราะเนื้อหินบะซอลต์ของลาวาในบริเวณนี้มีความสม่ำเสมอกัน เมื่อลาวาเริ่มแข็งตัว และมีการหดตัวขึ้น แรงหดตัวนี้จะกระจายไปอย่างสม่ำเสมอเท่ากันทั่วทั้งพิ้นผิว และเกิดการแตกร้าวเป็นทรงเรขาคณิต ด้วยความงามตามธรรมชาตินี้เอง จึงทำให้ทาง UNESCO ประกาศให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ในปี 1986 และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไอร์แลนด์เหนือในที่สุด

–ค่ำ–
คืนนี้พักที่เมือง Bushmills

ทัวร์ไอร์แลนด์

ทัวร์ Road Trip ไอร์แลนด์

วันที่ 9     The dark Hedge – Belfast

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางไปยังเมือง Belfast เมืองแห่งท่าเรือ เก็บภาพกับไฮไลท์ของชนบทกับ The Dark Hedges หรืออุโมงค์ต้นบีชอายุราว 200 ปี

ชม Titanic Museum เรื่องราวโศกนาฏกรรมอันก้องโลก ภายในมีการนำเสนอเรื่องราวของเมืองเบลฟาสต์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงความเป็นจิตวิญญาณแห่งแรงงาน การท่า และการต่อเรือ โดยสร้างความภูมิใจสูงสุดแห่งยุคให้กับเมืองๆนี้ ด้วยการสร้างเรือที่ไม่มีวันจมอย่าง “ไททานิก” ชม The Big Fish เป็นรูปปั้นปลาที่ปิดด้วย Ceramic Mosaic

–บ่าย–
หลังอาหาร พาท่านไปเดินเล่นย่าน St. George Market มีสินค้าหลากหลายทั้งงานฝีมือ อาหาร เครื่องดื่ม ร้านบูติก ฯลฯ จากนั้นชม Belfast City Hall ศาลาว่าการเมืองเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ของที่นี่ และเดินไปชม Belfast Cathedral กันต่อ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1899 แต่มาสิ้นสุดที่ปี 1981 ในด้านทิศใต้ของโบสถ์เป็นหลุมฝังศพของวีรบุรุษสหภาพแรงงาน Sir Edward Carson โบสถ์นี้มีแก้วสีโมเสคประมาณ 150,000 ชิ้น เดินชมกำแพงสันติภาพ Peach Wall เริ่มก่อสร้างกำแพงสันติภาพแห่งแรกขึ้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 อันเป็นช่วงแรกที่ได้เริ่มมีเหตุรุนแรงระหว่างกองกำลังประชาชนฝ่ายโปรเตสแตนต์กับฝ่ายคาทอลิกที่ได้รับขนานนามว่า The Trobles ในระยะแรกมีไม่กี่กำแพงแล้วเพิ่มเป็น 18 กำแพงในทศวรรษที่ 1990 และเพิ่มจำนวนต่อมาอย่างรวดเร็ว ส่วนประกอบของกำแพงมีทั้งอิฐ เหล็ก และเหล็กกล้า บางแห่งยังมีตาข่ายเหล็กหรือลวดหนามเสริมขึ้นไปเหนือขอบกำแพงอีกด้วย

–ค่ำ–
คืนนี้พักที่เมือง Belfast

ทัวร์ Road Trip ไอร์แลนด์

วันที่ 10     Belfast – Bangkok

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

09.05 น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯ  โดยสายการบิน BRITISH AIRWAYS เที่ยวบินที่ BA1423 แวะเปลี่ยนเครื่องที่ลอนดอน ถึงเวลา 10.30 น.

15.15 น.
ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพ โดยสายการบิน BRITISH AIRWAYS เที่ยวบินที่ BA0009

วันที่ 11         Dublin – Bangkok

09.45 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

รวม

  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว หรือ เทียบเท่า พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • วีซ่าแบบปกติ (สำหรับพาสปอร์ตไทย)
  • ค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ตลอดการเดินทาง
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม
  • ค่าเข้าชมตามรายการที่ระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ
  • อาหารกลางวันและเย็น
  • ทิปตามสมัครใจ : Guide เป็นคนไทย ไม่มีการบังคับทิปขั้นต่ำ
  • ค่าหนังสือเดินทาง และค่าแปลเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ประกันกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย (ซื้อเพิ่มได้)
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี vat 7% และ service tax 3%

การจองทริป

  • สำรองที่นั่ง 30,000 บาท ภายใน 3 วัน​ ส่วนที่เหลือ​ชำระก่อนเดินทาง ​30 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ยกเว้นส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ถ้ามี )
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

เงื่อนไขการบริการ

  • ออกทริปที่ 7 ท่าน
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)
error: Content is protected !!