ทัวร์ราชาสถาน เจาะลึก 9 วัน 8 คืน

วันที่จัด
  • 25 ม.ค. – 3 ก.พ. 2562 ค่าทริป 68,900 บาท
รีวิวทริปราชาสถานกดที่นี่

ติดต่อเรา (กดเลย)

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1     Bangkok – Jaipur

19.00 น.
นัดพบกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถว D ประตู 2 เคาน์เตอร์สายการบิน THAI SMILE มีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ พร้อมแจกเอกสารเดินทางให้แก่ท่าน

22.05 น.
นำท่านเหินฟ้าไปยังชัยปุระ โดยสายการบิน THAI SMILE เที่ยวบินที่ WE343

01.15 น.
ถึงสนามบินเมืองชัยปุระ หรือจัยปูร์ นครสีชมพู จัยปูร์เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน โดยท่านมหาราชา ไสวชัย สิงห์ ที่ 2 (Maharaja Sawei Jai Singh II) เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1727 หรือเรียกว่า นครแห่งชัยชนะ  เป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้อย่างสวยงาม  เหตุที่เรียกว่า นครสีชมพู (Pink City) เพราะในสมัยอดีต มหาราชา รามสิงห์ (Maharaja Ram Sigh)  ซึ่งเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองจัยปูร์ในขณะนั้น ได้เสด็จประพาสและมีคำสั่งให้ประชาชนที่อยู่ในเขตเมืองทาสีบ้านเรือนด้วยสีชมพู อมส้ม เพื่อเป็นการถวายการต้อนรับเจ้าชายแห่งเวลส์ซึ่งต่อมาคือ King Edward VII  นับแต่นั้นมาจึงได้ชื่อว่า นครแห่งสีชมพู   (เวลาที่อินเดียช้ากว่าบ้านเราประมาณ 1ชั่วโมง30นาที) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระ จากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถปรับอากาศเข้าสู่โรงแรมที่พัก

พักที่ HOLIDAY INN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 2     Amber Fort – Jal Mahal – Hawa Mahal – City Palace – Jantra Mantra

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านชม แอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูงเหนือทะเลสาบเมาตา (MAOTA LAKE) และรายล้อมไปด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของป้อมปราการเก่า ในยุคศตวรรษที่ 11โดยพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1592 โดยมหาราชาแมน ซิงห์ แล้วเสร็จในรัชกาลของมหาราชาใจ ซิงห์ ป้อมปราการแห่งนี้ยังถือได้ว่าเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมราชปุต (RAJPUT) พระราชวังสีอำพัน ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปีพุทธศักราชที่ 2546 หรือปีคริสต์ศักราช 2013

(ราคาดังกล่าวรวมค่า นั่งรถจี๊ปตอนขึ้น-ลงเขา เพื่อเข้าสู่พระราชวังสีอำพัน (AMBER FORT) แล้ว หากลูกค้าท่านใดต้องการขี่ช้างแทนการนั่งรถจี๊ป จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและการขี่ช้างจะทำให้เสียเวลามากกว่าการใช้รถจี๊ป หากท่านใดมีความประสงค์สามารถแจ้งบริษัทฯ เพื่อทำการจองล่วงหน้า)

นำท่านผ่านชม พระตำหนักกลางน้ำ JAL MAHAL เป็นพระตำหนักฤดูร้อนของมหาราชาแห่งชัยปุระ สร้างโดยมหาราชาประตาปซิงห์ อยู่กลางทะเลสาบมานสาการ์ ในสมัยก่อนมหาราชาทรงมาประทับที่นี่ในช่วงฤดูร้อน เพื่อหลีกหลีความร้อน เป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและประณีต ประดับตกแต่งไปด้วยพลอยหลากสี ซึ่งห้องที่ประทับภายในพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้จะทำให้ท่านรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับความวิจิตรที่จำลองมาจากความงามของท้องฟ้ายามราตรี เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นด้วยหินทรายแดงสูง 9 ชั้น ซึ่ง 5 ชั้นอยู่เหนือระดับผิวน้ำ และ 4 ชั้นอยู่ใต้ระดับผิวน้ำ ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมราชปุต (ศาสนาฮินดู) ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมโมกุล (ศาสนาอิสลาม) ซึ่งสถาปัตยกรรมการผสมผสานสองศาสนานั้นถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของรัฐราชสถานแห่งเดียวในประเทศอินเดีย ไม่เพียงแต่สองสถาปัตยกรรมที่กล่าวไว้ข้างต้น พระราชวังชาลมาฮาลยังได้นำสถาปัตยกรรมแบบแบงกาลีมารวมไว้ด้วย โดยสามารถสังเกตได้จากศาลาทรงแปดเหลี่ยม หรือที่เรียกว่า CHHATRI ตามยอดมุมทั้งสี่ด้านของตัวอาคาร ภายในพระราชวังตามประตู แนวเสาตามระเบียงถูกสร้างและตกแต่งด้วยหินออกแกะสลักที่สมพระฐานะของมหาราชาใจ ซิงห์ ตรงกลางพระราชวังปรากฏสวนดอกไม้ที่เน้นเป็นดอกไฮอาซินธ์ และดอกมะลิในการตกแต่งประดับประดาให้เข้ากับฤดูร้อน พระราชวังชาลมาฮาล มาถูกทิ้งให้ร้าง อันเนื่องมาจากสาเหตุของน้ำที่กัดเซาะแนวกำแพงหินทรายจนเกิดเป็นรอยรั่ว ทำให้เกิดน้ำทะลักเข้าไปในตัวของพระราชวัง การเดินทางโดยชลมารคของมหาราชาสู่พระราชวังแห่งนี้ทำให้เกิดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมการต่อเรือที่มีการแกะสลักและประดับประดาตามสถาปัตยกรรมแบบราชปุต

–เที่ยง–
รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม TRIDENT เมืองชัยปุระ
จากนั้นนำท่านชม ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) “พาเลซออฟวินด์” หรือ พระราชวังแห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาไสวชัยสิงห์ เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโมกุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่านและให้หญิงสูงศักดิ์ในราชสำนักแอบมองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง คำว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสายลม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีชมพู ชมซิตี้พาเลช (City Place) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง ถูกสร้างขึ้นในรัชกาลของมหาราชาจัย ซิงห์ และถูกต่อเติมเรื่อยมา เป็นสถาปัตยกรรมแบบราชาสถานที่มีกลิ่นอายศิลปะแบบโมกุล พระราชวังแห่งนี้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของเมืองชัยปุระที่แสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระ ในปัจจุบันถึงแม้จะไม่มีมหาราชาแล้ว แต่พระราชวังแห่งนี้ยังถือว่าเป็นสมบัติส่วนพระองค์และชาวเมืองชัยปุระบางส่วนก็ยังเคารพนับถือพระองค์ แม้พระองค์จะไม่มีอำนาจหลงเหลือแล้วก็ตาม จากนั้นชมหอดูดาวจันทราแมนทาร์ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1727 โดยมหาราชาใจสิงห์ พระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์นักดาราศาสตร์ จึงทรงสร้างหอดูดาวและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ไว้มากมาย เรียกว่า Jantar Mantar ชมนาฬิกาแดด สูงถึง 28 เมตร ที่ยังเที่ยงตรงอยู่

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ HOLIDAY INN ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 3     Jaipur – Ajmer – Pushkar

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองอัจเม่ร์ เป็นหนึ่งในหัวเมืองหรือเขตปกครองที่สำคัญของรัฐราชสถาน โดยเมืองแอจเมอร์ถูกสร้างขึ้นโดยชาคัมบารี ชาห์ฮามานา (เชาฮัน) ผู้ปกครองอาณาจักรชาห์ฮามานา (SHAKAMBHARI CHAHAMANA (CHAUHAN)) ผู้รับตำแหน่ง อัชยราชาที่1 หรือ อัชยราชาที่1 โดยเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นช่วงคริสต์ศักราชที่1110-1135 เมืองแอจเมอร์เป็นเมืองที่ถูกขาอราวัลลี่โอบล้อมไว้ และเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางการจาริกแสวงบุญของศาสนาอิสลามนิกายซูฟี

นำทุกท่านชม Dargha Sharif สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม เป็นสุสานของนักบุญนิกายซูฟี “ควาจาห์ มออินุดดิน ชิสที (KHWAJA MOINUDDIN CHISHTI)” ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงเขาทาราการ์ ซึ่งภายในสถานที่แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารหินอ่อนสีขาวที่มีประตูขนาดมหึมาที่นิซามแห่งไฮเดอราบัดเป็นผู้สร้างถวาย และอีกอาคารหนึ่งเป็นมัสยิดอัคบารีที่ชาห์ จาฮาน กษัตริย์แห่งโมกุลผู้สร้างทัชมาฮาล เป็นผู้สร้างถวาย เพื่อรำลึกถึงพระอัยกา (ปู่) ที่ได้ทำการจาริกแสวงบุญมา ณ ที่แห่งนี้ ด้วยการราชดำเนินด้วยพระบาทจากเมืองอัคราเป็นประจำทุกปี จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองพุชคาร์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบพุชคาร์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่แสวงบุญของชาวฮินดู เป็นเมืองมังสวิรัติ เป็นเมืองที่ปลอดเนื้อสัตว์ ปลอดไข่ ปลอดแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด เป็นเมืองเก่าแก่ ตึกรามบ้านช่องสีขาวเรียงรายรอบทะเลสาบ และเป็นเมืองท่องเที่ยวทุกหนทุกแห่งในเมืองเล็กๆ แออัดไปด้วยร้านค้า ตำนานเล่าว่าพระศิวะโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียมเหสีไป น้ำตาจึงไหลออกมากลายเป็นทะเลสาบพุชคาร์ มีวัดพราหมณ์-ฮินดูเล็กๆ หลายแห่ง ไม่เก่าแก่ใหญ่โตเพราะถูกทำลายไปตั้งแต่คราวสู้รบกับชาวมุสลิม

–บ่าย–
หลังรับประทานอาหารกลางวัน  นำท่านชม วัดพระพรหม ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันในนาม  JAGATPITA BRAHMA MANDIR เป็นเทวาลัยที่เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นมาแล้ว 2,000 ปีและมาบูรณปฏิสังขรณ์ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่14 โดยเทวลาลัยแห่งนี้ถือได้ว่าเป็น 1 ในเทวาลัยอันมีไม่มากในโลกแห่งนี้ที่เป็นเทวาลัยของพระพรหม เทวาลัยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบริเวณทะเลสาบพุชการ์ สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวมียอดสิขะรา (ปรางค์) สีเดงปรากฏลวดลายหงส์แบบนูนต่ำ ซึ่งแสดงถึงเทวพาหนะของพระพรหมภายในวิมานประธานเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระพรหม 4 เศียร ทรงนั่งขัดสมาธิ 4 พระกรถือสายลูกประคำ คัมภีร์พระเวท คนโทซึ่งบรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคา และหญ้ากุศะ โดยเทวรูปองค์นี้ถูกประดิษฐาน ณ เทวาลัยแห่งนี้ เมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 718 โดยท่านอธิสังการา (ADI SHANKARA) ผู้นำศาสนาฮินดูกลับมาเรืองรองในประเทศอินเดีย

ชม ทะเลสาบ PUSHKAR ตั้งอยู่ที่เมืองพุชคาร์ ที่นี่เป็นเมืองในตำนานของศาสนาฮินดู มีความเชื่อว่า เป็นบ้านเกิดของพระพรหม ทุกๆปีจะมีชาวฮินดูเดินทางออกมาแสวงบุญและอาบน้ำที่ทะเลสาบแห่งนี้

–ค่ำ–
รับประทานอาหารและเข้าที่พัก คืนนี้เราจะพักกันที่ เมืองพุชคาร์ เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบ ที่ปราศจากความวุ่นวาย บรรยากาศดีๆ อากาศกำลังเย็นสบาย  เดินชมตลาดผ้ากันได้ตามอัธยาศัย รับรองว่าจะตกหลุมรักเมืองเล็กๆ นี้อย่างแน่นอน

พักที่ PUSHKAR PALACE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 4     Pushkar – Bikaner

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเตรียมตัวเดินทางออกจากเมืองพุชคาร์มุ่งหน้าสู่เมืองบิคาเนอร์ เมืองแห่งป้อมสีแดง ซึ่งชื่อเมืองบิคาเนอร์นี้ถูกตั้งขึ้นตามผู้ก่อตั้ง คือ ราโอ บิคา ในปี ค.ศ.1488แต่เดิมถูกเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งความตายเนื่องจากไม่มีผู้คนอาศัยอยู่และถูกใช้เป็นแหล่งชุมนุมของโจรหลายสำนักแต่ก็ได้อยู่ในเส้นทางการค้าคาราวานระหว่างแอฟริกาและเอเชียตะวันตก จุดเด่นของเมืองบิคาเนอร์นั้น คือ ระลอกทรายอันสวยงามและแสงแดดอันเจิดจ้าเมืองตั้งอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยกำแพงยาว 7 กิโลเมตร และมีประตูทางเข้าถึง 5 ประตู

ชม KARNI MATA หรือวัดหนู เป็นเทวาลัยที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่คาร์นี หรือ นารีไบ ปราชญ์นักรบแห่งอาณาจักรโยธะปุระและอาณาจักรบิคาเนอร์ ผู้ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นร่างอวตารของพระแม่ทุรคาจากเหล่าสาวก และยังได้รับการบูชาจากเหล่าเชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรโยธะปุระและอาณาจักรบิคาเนอร์อีกด้วย เทวาลัยพระแม่คาร์นีถือได้ว่าเป็น 1 ในสถานที่อัศจรรย์ของอินเดียเนื่องจากเทวาลัยแห่งนี้ถูกเรียกว่าเทวสถานของหนูซึ่งมีการบูชาหนูที่อาศัยอยู่เทวาลัยแห่งนี้ราว 25,000 ตัว ซึ่งชาวเมืองเชื่อว่า หนูสีดำนั้นเปรียบแทนเหล่าบุตรของพระแม่คาร์นี และหากพบหนูสีขาวนั้นจะเปรียบเสมือนตัวแทนของพระแม่คาร์นีด้านในเทวาลัยจะประดิษฐาน เทวีรูปของพระแม่ทุรคาถูกฉาบทาด้วยผงสินธู ที่พระกรขวาถือตรีศูลย์ อันแสดงถึงปางที่เป็นนักรบของพระแม่

–บ่าย–
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม เมืองบิคาเนอร์ หลังอาหาร นำทุกท่านชม ป้อมจุนนาการ์ Junagarh Fort ป้อมสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองบิคาเนอร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1589 โดยมหาราชา ไร สิงห์ และแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1594 ภายในป้อมประกอบไปด้วย พระราชวัง วิหาร และศาลาที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรดงาม ผสานกลมกลืนด้วยสถาปัตยกรรมผสมแบบราชปุตแห่งราชาสถานยุคแรกจนถึงยุคสุดท้าย หล่อรวมกับสถาปัตยกรรมแบบโมกุล และอีกบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลภายใต้ยุคอาณานิคมของอังกฤษสถานที่สำคัญภายใน ป้อมปราการ JUNAGARTH เช่น

  • รอยฝ่ามือจารึกใกล้ประตูสุริยา (SUN GATE) บ่งบอกถึงผู้หญิงผู้สมัครใจทำพิธี “สตี”(SATI) ปลิดชีพตัวเองตายตามสามีผู้จากไปในสงครามป้องกันเมือง
  • บังลังค์ไม้จันทน์อายุเกือบหนึ่งพันปี เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ที่สุดของอินเดีย
  • ตำหนักเมฆา (BADAL MAHAI) ภายในตกแต่งด้วยภาพวาดเมฆและท้องฟ้า
  • ตำหนักดอกไม้ (LALMAHAI) ภายในถูกประดับด้วยภาพวาดดอกไม้นานาพันธุ์
  • ตำหนักจันทรา (CHANDRA MAHAI)
  • ตำหนักวายุ (HAWA MAHAI)
  • ท้องพระโรง ดิวันอิอัม (DIWAN-I- AAM) HALL OF PUBLIC AUDIENCE สถานที่ออกขุนนางชั้นนอก
  • ท้องพระโรง ดิวันอิคาส (DIWAN-I- KHAS) HALL OF PRIVATE AUDIENCE สถานที่เข้าเฝ้าชั้นใน

จากนั้น นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กังการ์ โกลเด้น จูบิลี่ GANGA GOLDEN JUBILEE MUSEUM เป็นสถานที่แสดงงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของรัฐราชาสถาน จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1937 ภายในจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาสมัยคุปตะ, เครื่องดนตรีสมัยโบราณ, ภาพวาดทองโดยช่างฝีมือท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงมรดกตกทอดและขนมธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยพิพิธภัณฑ์นี้จะแบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะแสดงภาพวาด, ภาพงานศิลปะ, โลหะและงานไม้ และชั้นสองจะจัดแสดงเครื่องปั้นสำริดและงานดินเผา, คลังอาวุธ,ภาพวาดจิตรกรรม และพรม

ชม วัดเชนบันดาซาห์ BHANDASAR JAIN TEMPLE สร้างถวายท่านสุมาตินารถ ศาสดาของศาสนาเชนองค์ที่ 5 สร้างโดยราชวงศ์บันดาชาห์ ฐานของวัดนี้ปูด้วยเนยและมะพร้าวแห้ง ตัววัดแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามและวิจิตรบรรจงในการแกะสลักทุกตารางเมตร

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก คืนนี้พักที่เมืองบิคาเนอร์

พักที่ LALLGARH PALACE ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 5         Bikaner – Jaisalmer

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  เตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองบิคาเนอร์มุ่งหน้าสู่ เมืองจัยซาแมร์ เป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่า นครสีทอง ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางทะเลทรายธาร์ เมืองแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลือง เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมากระทบบนหินเหล่านี้จะเกิดเป็นหินสีทองอร่ามตาซึ่งเป็นที่มาของนครสีทองนั่นเอง เมืองจัยซัลเมียร์(JAISALMER) นี้ก่อร่างสร้างอาณาจักรขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1156 โดย ราวจัยซาล (RAO JAISAL) และยังเชื่อกันว่าราชบุตรแห่งจัยซัลเมียร์ สืบเชื้อสายมาจากพระกฤษณะ อาณาจักรกลางทะเลทรายแห่งนี้สร้างฐานะจากการเก็บภาษี ค่าผ่านทางจากกองคาราวานสินค้าผ้าไหม และเครื่องเทศ สิ่งที่ต่างจากเมืองอื่นๆในราชสถานคือภายในป้อมปราการโบราณแห่งจัยซัลเมียร์ยังคงเป็นเมืองเก่าที่มีชีวิต เพราะยังมีผู้คนตั้งบ้านเรือนอาศัยกันอยู่จนปัจจุบัน

–บ่าย–
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร ภายในโรงแรมเมืองไจซัลเมอร์ หลังอาหาร พาทุกท่านเดินทางสู่ เนินทรายแซม (SAM DUNE) กับภูมิทัศน์ที่แสนงดงามของขอบฟ้าจรดกับผืนทราย รอชมพระอาทิตย์อัสดงกลางทะเลทราย อันเป็นภาพที่น่าสุดแสนประทับใจ พร้อมกับให้ท่านได้สนุกสนานกับการขี่อูฐชมรอบๆทะเลทราย

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก ค่ำนี้พักที่ เมืองจัยซาแมร์
พักที่ DESERT TULIP ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 6   Jaisalmer

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า นำชมป้อมจัยซาแมร์ (Jaisalmer Fort) ปราการขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบ สร้างโดยมหาราชา วัลไจซัล สร้างขึ้นใน ปี 1156 รอบๆ ป้อมจัยซาแมร์มีหอรบถึง 99 หอ โดยศัตรูหลักของเมืองนี้คือบรรดา เจ้าราชปุตของนครต่างๆ รวมถึงจักรพรรดิอัคบาร์แห่งโมกุล ปัจจุบันป้อมจัยซาแมร์  เป็นป้อมเดียวในอินเดียที่มีผู้คนอาศัยอยู่ด้านบน

จากนั้นนำชม พระราชวังของมหาราวัล (Palace of the Maharawal) ตั้งอยู่ด้านขวามือของป้อมจัยซาแมร์ เป็นพระราชวังขนาด 5 ชั้น แบ่งเป็นห้องต่างๆ ซึ่งตกแต่งสวยงามตามสไตล์ราชปุต โดยห้องที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ กัชวิลล่าส์ (Gaj Villas) ซึ่งบุผนังด้วยกระเบื้องลายสีฟ้าเข้มจากประเทศฮอลแลนด์

นำทุกท่านไปชม วัดเชน (Jain Temples) ตั้งอยู่บนป้อมจัยซาแมร์ กลุ่มวัดเชน ประกอบด้วยวัด 7 วัด มีวัดประธานซึ่งมีขนาดใหญ่สุดมีชื่อว่า ซานดราปราพู ส่วนอีก 6 วัด ได้แก่ วัดซานตินาท วัดสัมพนาท วัดซิตาลนาท วัดปาราสนาท วัดริคาบเดฟ และวัดคุณธูนาท ซึ่งแต่ละวัดก็สร้างเพื่อถวายแด่ศาสดาของศาสนาเชน ทั้งนี้วัดทั้งหมดยังสร้างเชื่อมถึงกัน ทำให้สามารถเดินเข้าออกแต่ละวัดได้อย่างสะดวก

ชม ฮาเวลีพัทวันกี (Patwon Ki Haveli) เป็นคฤหาสน์ที่มีขนาดใหญ่และหรูหราที่สุดในบรรดาฮาเวลีด้วยกัน ใช้เวลาในการสร้าง 50 ปี ความโดดเด่นอยู่ที่มีจาโรกัส (ระเบียงและซุ้มหน้าต่างที่ยื่นออกมาล้อมรอบคฤหาสน์) มากถึง 66 ระเบียง

–เที่ยง–
รับประทานอาหารเที่ยง ภัตตาคารภายในโรงแรมเมืองไจซัลเมอร์  นำท่านชม SAALAM SINGH KI HAWELI (MOTI MAHAL) หรือพระตำหนักไข่มุก ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การนำเปลือกหอยมุกมาบด ก่อนนำไปผสมปูนแล้วฉาบลงบนผนังห้อง ทำให้เวลาจุดเทียนตอนกลางคืนผนังห้องจะดูแวววาว ส่วนเพดานใช้กระจกสีสันสดใสตัดขอบด้วยสีทองเพื่อช่วยเพิ่มมิติให้ห้องโดดเด่นขึ้น จุดประสงค์การใช้งานห้องนี้เพื่อหารือข้อราชการกับข้าราชการระดับสูง และยังมีบางข้อมูลบอกว่าบริเวณชั้น 2 มีห้องลับ ซึ่งมหารานีสามารถแอบฟังการสนทนาได้จากด้านบน

พาทุกท่านนั่งเรือ ชม ทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadsisar Lake) เป็นทะเลสาบเก่าแก่ประจำเมือง จัยซาแมร์ สร้างโดยมหาราชา วาลกาดซี ราวค.ศ. 1367 ซึ่งทะเลสาบนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองจัยซาแมร์ รอบๆ ทะเลสาบจะมีวัดและอนุสรณ์สถานเล็กๆ สีเหลืองทองอร่าม

–ค่ำ–
รับประทานอาหารและเข้าที่พัก ค่ำนี้พักที่  เมืองจัยซาแมร์
พักที่ DESERT TULIP ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 7     Jaisalmer – Jodhpur

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า เตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองจัยซาแมร์มุ่งหน้าสู่ เมืองโจดปูร์ หรือ เมืองโยธปุระ เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในแคว้นราชาสถาน ได้ชื่อว่า เมืองสีฟ้า เพราะบ้านเรือนนิยมทาด้วยสีฟ้าซึ่งถือเป็นสีสัญลักษณ์ของพราหมณ์

–เที่ยง–
เดินทางถึงเมืองโจดปูร์ รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ป้อมปราการเมห์รันกาห์ (MEHRANGARH FORT) ถือได้ว่าเป็น 1 ใน 4 ของพระราชวังแบบป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย ที่กินเนื้อที่อาณาบริเวณภูเขา 125 ลูก ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและเป็นจุดชมวิวมหานครสีฟ้าที่งดงาม มหาปราการหินแห่งนี้ถูกสร้างบนเนินเขาสูง 122 เมตร ในปีค.ศ.1459 เมื่อฤาษีตนหนึ่งบอกแก่มหาราชาโยธะ (Maharaja Jodha) ควรสร้างเมืองขึ้น โยธะปุระจึงเป็นศูนย์กลางอาณาจักรตั้งแต่สมัยนั้นมาป้อมปราการถูกเสริมเติมแต่งจนมีขนาดใหญ่มหึมา ภายในป้อมปราการแห่งนี้ ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยแก้วหลากสี และแบ่งเป็นท้องพระโรงขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิเช่น พระตำหนักโมติมาฮาล (MotiMahal) พระตำหนักไข่มุก และพระตำหนักพูลมาฮาล (Phool Mahal) พระตำหนักแห่งมวลดอกไม้

นำชม พิพิธภัณฑ์พระราชวังอุเหมาบาวัน (Umaid Bhavan Palace) สร้างขึ้นในปี1929 เป็นพระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นในยุคใหม่และเป็นพระราชวังสุดท้ายที่สร้างขึ้นก่อนอินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ โดยใช้ฝีมือแรงงานกว่า 3,000 คน และใช้เวลาก่อสร้างถึง 15 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ภายในพระราชวังแห่งนี้ประกอบด้วยห้องต่างๆ 347 ห้อง แบ่งเป็นห้องจัดงานเลี้ยงที่จุคนได้ราว 1,000 คน ถึง 8 ห้อง นอกจากนี้ยังมีโรงภาพยนตร์ รวมถึงสระน้ำขนาดยักษ์อยู่ชั้นใต้ดินด้วย

ชม อนุสรณ์สถานจัสวานธาดา (JASWANT THADA) อาคารที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งตัวอาคาร ถูกใช้เป็นสุสานหลวงที่ฝังพระศพของมหาราชา จัสวาน สิงห์ที่สองและราชนิกูลองค์อื่นๆ

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก เมืองโจดปูร์

พักที่ PARK PLAZA ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 8     Jodhpur – Jain Temple – Udaipur – Pichola Lake

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเดินทางสู่ เมือง UDAIPUR (เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) แวะชม วัดเชนแห่งเมืองรานัคปุระ (JAIN TEMPLE) วัดเชนแห่งเมืองรานัคปุระ ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยวิหารแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางเส้นทางแสวงบุญของศาสนิกผู้นับถือศาสนาเชน ตัวอาคารสร้างมาจากหินอ่อนและใช้เสาค้ำตัวอาคารถึง 1444 ต้น ภายในประดิษฐานพระอธินาถหรือพระวิษณุ

–เที่ยง–
รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยัง Udaipur (ประมาณ 2 ชั่วโมง)
นำท่านล่องเรือใน ทะเลสาบพิโชล่า (PICHOLA LAKE) ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบที่มีขนาดกว้าง 3 กม. และยาว 4 กม. ภายในทะเลสาปแห่งนี้มีเกาะตั้งอยู่ 4 เกาะ ได้แก่

  1. Jag Niwas ที่ตั้ง Lake Palace
  2. Jag Mandir เป็นพระราชวังฤดูร้อน
  3. Mohan Mandir ไว้เป็นที่สำหรับมหาราชาไว้ชมงานเทศกาล Gangaur
  4. Arsi Vilas มีพระราชวังขนาดเล็กไว้สำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดิน

–ค่ำ–
รับประทานอาหารค่ำ จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย ค่ำนี้พักที่เมืองอุทัยปุระ
พักที่ GOLDEN TULIP ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า

วันที่ 9    Udaipur – City Palace – Fateh Prakash Palace – Jagdish Temple Jaipur – Bangkok 

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า หลังอาหารนำท่านชม ซิตี้พาเลซ(City Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาว สร้างโดย Maharana Udai Signh II ในปี 1559 มีสถาปัตยกรรมแบบผสมระหว่างยุโรปและจีนเข้าด้วยกัน ตั้งตระหง่านอยู่บนฝั่งริมทะเลสาบ Pichola ที่พระราชวังมีสนามหญ้า, ศาลา ,ระเบียง สร้างด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับด้วยกระจกและแก้วหลากสี ประกอบด้วย 11 พระราชวัง สร้างโดยผู้ปกครองที่แตกต่างกัน ภาพวาดไม่ซ้ำกัน ในปี 1974 มีการจัดทำส่วนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชม มีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่มีค่า ครั้งหนึ่งเคยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง James Bond ตอน Octopussy เมื่อปี 1983

จากนั้นชม ฟาเตห์ ประการห์ พาเลซ(Fateh Prakash Palace) ตั้งอยู่ทางตะวันออกริมทะเลสาบ Pichola ตั้งตามชื่อ Maharana Fateh Singh หนึ่งในผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ Mewar พระราชวังที่สวยงามแห่งนี้มีป้อมปราการที่โดดเด่นและโดมคู่บารมี ภาพวาดและคริสตัลอันล้ำค่า มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่แกะสลักสวยงาม ปัจจุบันบางส่วนได้กลายเป็นโรงแรมที่พัก

–เที่ยง–
รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านชม JAGDISH TEMPLE วัดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง  UDAIPUR และเป็นวัดที่เคารพสักการะสำหรับชาวเมืองเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1651 เป็นเทวาลัยที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพจักกนาถ (LORD JAGGANATH) ซึ่งเป็นอวตารลำดับที่ 9 ของพระวิษณุ โดยเทวาลัยแห่งนี้สร้างโดยพระราชดำริของมหารานาจากัต ซิงห์ (MAHARANA JAGAT SINGH) ซึ่งสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปีคริสต์ศักราช 1651 ซึ่งใช้งบประมาณการก่อสร้างสูงถึง 1,500,000 รูปี หรือ 22,023 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเทวาลัยแห่งนี้ถือได้ว่าเป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวหลักในเมืองอุทัยปุระ
เนื่องจากลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรม อันประกอบไปด้วย

  • ต้นแบบสถาปัตยกรรม มหามารุ (MAHA MARU) หรือ มารุกูร์ชรา (MARU-GURJARA)ของศาสนาฮินดู
  • พระมณฑป (ศาลาโถง) แบบสองชั้น ที่เชื่อมกับสันดารา (ทางเดินมีหลังคาคลุม)แบบสองชั้นที่เชื่อมไปยังครรภคฤหะ (ห้องประดิษฐานเทพประธาน)
  • ยอดปรางค์แบบสมาวารณา (ปรางค์ยอดปลายแหลมทรงปีรามิดที่มีลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ) ที่รายล้อมด้วยยอดปรางค์ขนาดเล็กหลายปรางค์ที่สร้างลดหลั่นกันลงมา
  • ขนาดความสูงขององค์เทวาลัยราว 25 เมตร ซึ่งเป็นเทวาลัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองอุทัยปุระ
  • เทวรูปพระจักกนาถที่สร้างด้วยหินสีดำขลำ
  • งานแกะสลักที่เด่นชัดด้านประติมานวิทยา (ICONOGRAPHY)

ได้เวลา นำท่านสู่สนามบิน เช็คอินโดยสายการบิน INDIGO AIRLINES เที่ยวบินที่ 6E437 ออกเดินทางเวลา 17.35 น. เดินทางสู่เมืองจัยปูร์

18.25  น.
18.25 น.
เดินทางถึงสนามบินเมืองจัยปูร์ รอต่อเครื่อง (อิสระอาหารเย็น ภายในสนามบิน) เช็คอินสายการบิน THAI SMILE เที่ยวบิน WE344 ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานครเที่ยวเวลา 02.15 น.

วันที่ 10     BANGKOK

06.20 น.
กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ
  • อาหารทุกมื้อตามรายการ
  • ที่พักระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า พักห้องละ 2 ท่าน
  • ค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมและกิจกรรมตามรายการที่ระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ไม่รวม

  • ทิป Local Guide และคนขับรถ 4 Euro/วัน/คน
  • ค่าหนังสือเดินทาง และค่าแปลเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ประกันกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย (ซื้อเพิ่มได้)
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี vat 7% และ service tax 3%

การจองทริป

  • สำรองที่นั่ง 20,000 บาท ภายใน 3 วัน​ ส่วนที่เหลือ​ชำระก่อนเดินทาง ​30 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
เงื่อนใขการบริการ
  • ทริปออกเดินทางเมื่อครบ 6 ท่าน สำหรับ Roadtrip และ 15 ท่าน สำหรับทริปมาตรฐาน
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)
error: Content is protected !!