ทัวร์ราชาสถาน อจันต้า

กำหนดการเดินทาง

*จัดทริปส่วนตัว  – ราคาพักเดี่ยว กรุณาสอบถามทีมงาน

Trip Review

ทัวร์ราชาสถาน อจันต้า เเตกต่างอย่างไร

  • ทัวร์สไตล์กลุ่มเล็ก กันเอง คล่องตัว
  • เน้นเที่ยว ถ่ายรูปเต็มที่
  • เดินทางด้วยรถส่วนตัวแบบ Exclusive (ตามขนาดกรุ๊ป)
  • โรงแรม 3 ดาวหรือ เทียบเท่า (อินเดีย)

Line Line
ติดต่อเรา (กดจากปุ่มได้เลย)
painaima
painaimadotcom
02-635-3445
089-478-9334
travel@painaima.com

 

*จัดทริปส่วนตัว  – ราคาพักเดี่ยว กรุณาสอบถามทีมงาน

 

icon-day-01

กรุงเทพฯ – เดลี – อักรา

06.00 น. – นัดหมายพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ Row P  Gate 7-8 สายการบินเจ็ตแอร์เวย์ เที่ยวบิน 9W63 ออกเดินทางเวลา 8.45 น. จากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่กรุงเดลี (Delhi) ประเทศอินเดีย

11.25 น. – เดินทางถึงสนามบินเมืองเดลี หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และรับกระเป๋า

เที่ยง – รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย – เดินทางสู่เมืองอักรา (Agra) ในอดีตเป็นเมืองหลวงของประเทศอินเดีย ในยุคศตวรรษที่ 16 โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมุนา เมืองอักรามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของรัฐอุตรประเทศ มีความโดดเด่นในเรื่องของงานสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะ ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานที่กล่าวขานกันถึงตำนาน ว่าด้วยความรักของมหาราชา (ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง)

เย็น – รับประทานอาหารเย็น และ เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-02

อักรา – ไจปูร์

TLT_RAJ 0353

เช้า – รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม จากนั้นนำชม ทัชมาฮาล เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อนุสรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่บนโค้งแม่น้ำยมุนา ทัชมาฮาลเป็นสุสานแห่งมเหสีของกษัตริย์ชาร์ จาฮาน เมื่อนางจากไปในการคลอดลูกคนที่ 14 ชาร์จาฮานโศกเศร้าอยู่สองทศวรรษ แล้วทุ่มเทราชสมบัติส่วนใหญ่ไปกับการสร้างอนุสรณ์แห่งความรัก ดื่มด่ำกับความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ปรากฏอยู่ในอณูของสุสานหินอ่อนอันวิจิตรตระการตา

นำชม ป้อมอักรา (Agra Fort) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา เป็นป้อมที่สำคัญที่สุดในอินเดีย  สร้างจากหินทรายสีแดงลักษณะเป็นศิลปะแบบเบงกาลี  พระเจ้าดิชาร์จาฮัน ผู้สร้างทัชมาฮาล  ทรงสร้างวังทำด้วยหินอ่อนสีขาวภายในป้อมแห่งนี้ และพระองค์ก็ทรงถูกจองจำอยู่ภายในป้อมอักราโดยออรังเซบ  พระโอรสของพระองค์เอง  และสิ้นพระชนม์ที่นี่ในปี ค.ศ 1657 ทรงใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตในฐานะของนักโทษเฝ้ามองสุสานทัชมาฮาลที่สร้างขึ้นแด่มเหสีอันเป็นที่รักของพระองค์

เที่ยง- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ท้องถิ่น

บ่าย – จากนั้นออกเดินทางจากเมืองอักรา สู่เมืองไจปูร์ (Jaipur) นครสีชมพู (198 กิโลเมตร) เมืองหลวงของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยมีกษัตริย์ปกครองหลายพระองค์ ความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ดูได้จากป้อมปราการเด่นสง่าบนเนินเขา เป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม

เย็น- รับประทานอาหารและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-03

  ไจปูร์ – อัจเม่ร์ – พุชคาร์

TLT_RAJ 0536

เช้า – รับประทานอาหารเช้า นำชม ป้อมอาเมียร์ (Amber Fort ซึ่งหลายคนออกเสียงเป็นแอมเบอร์แต่ตามภาษา ฮินดีออกเสียงว่าอาเมียร์) ห่างจากเมืองไจปูร์ราว 11 กิโลเมตร ตัวป้อมตระหง่านอยู่บนยอดเขาล้อมรอบด้วยทะเลสาบ สร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมป้องกันภัยจากศัตรู และยังใช้เป็นที่ประทับด้วย ภายในมีพระราชวังขนาดใหญ่ จากพระราชวังอาเมียร์สามารถมองเห็นจัลมาฮาล หรือพระราชวังน้ำ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางน้ำ

จากนั้นนำชม ซิตี้พาเลซ หรือ พระราชวังสายลม ( Hawa Mahal ) ภายในมีหอดาราศาสตร์จันทรามันตราเข้าชมพิพิธภัณฑ์ไสวมานซิงค์ ของสะสมล้ำค่าสะดุดตา อาทิ พรม ภาพเขียนโดดเด่นมากที่สุดคือฉลองพระองค์ของมหาราชามโธสิงห์ที่ 1 ซึ่งมีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหารานีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม ลานนกยูง (นกยูงเป็นสัตว์ประจำแคว้นราชาสถาน) ในอดีตใช้เป็นลานสำหรับแสดงกลางแจ้งของนางรำ มีประตู 4 บาน โดยแต่ละประตูจะมีภาพวาดแทนสัญลักษณ์ของทั้ง 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน-ประตูนกยูง ฤดูร้อน-ประตูดอกบัว ฤดูหนาว-ประตูลายดอกไม้ และฤดูใบไม้ผลิ-ประตูสีเขียวตอง จากนั้นชมพระราชวังแห่งสายลม วังขนาดเล็กสูง 5 ชั้น รูปทรงสะดุดตา สีชมพูส้มและมีหน้าต่างมากถึง 935 บาน สำหรับเหล่านางในนั่งมองทิวทัศน์ของโลกภายนอกซึ่งคนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามา  

เที่ยง –  รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้น ออกเดินทางสู่เมืองอัจเม่ร์ นำทุกท่านชม Dargha sharif สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม เป็นสุสานของนักบวชคนสำคัญของศาสนาอิสลาม จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองพุชคาร์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆริมทะเลสาบพุชคาร์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่แสวงบุญของชาวฮินดู เป็นเมืองมังสวิรัติ เป็นเมืองที่ปลอดเนื้อสัตว์ ปลอดไข่ ปลอดแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด เป็นเมืองเก่าแก่ ตึกรามบ้านช่องสีขาวเรียงรายรอบทะเลสาบ และเป็นเมืองท่องเที่ยวทุกหนทุกแห่งในเมืองเล็กๆ แออัดไปด้วยร้านค้า ตำนานเล่าว่าพระศิวะโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียมเหสีไป น้ำตาจึงไหลออกมากลายเป็นทะเลสาบ พุชคาร์มีวัดพราหมณ์ วัดฮินดูเล็กๆ หลายแห่ง ไม่เก่าแก่ใหญ่โตเพราะถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อคราวสู้รบกับชาวมุสลิม

ค่ำ – รับประทานอาหารและเข้าที่พัก คืนนี้ เราจะพักกันที่ เมืองพุชคาร์ เมืองเล็กๆริมทะเลสาบ ที่ปราศจากความวุ่นวาย บรรยากาศดีๆ อากาศกำลังเย็นสบาย เดินชมตลาดผ้ากันได้ตามอัธยาศัย รับรองว่าจะตกหลุมรักเมืองเล็กๆนี้อย่างแน่นอน

 

icon-day-04

 พุชคาร์-บิคานอร์

เช้า- รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเตรียมตัวเดินทางออกจากเมืองพุชคาร์มุ่งหน้าสู่เมืองบิคาเนอร์ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Shekhawati อยู่ในทะเลทราย Thar ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างอินเดียและปากีสถาน ในปี ค.ศ 1486 Roa Bika ได้นำกองทัพจำนวนหนึ่งแยกออกมาจากเมืองไจปูร์ไปสร้างเมืองใหม่ ได้ปราบกองโจรและรวบรวมกลุ่มชนพื้นเมืองต่างๆเข้าด้วยกัน แล้วสร้างเมืองขึ้นใหม่ชื่อบิคาเนอร์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางถึงเมืองบิคาเนอร์ นำทุกท่านชม Junagarh Fort สร้างขึ้นโดย Roa Rai Singh ซึ่งเป็นเจ้าครองเมืองรุ่นที่ 3  Junagarh Fort เป็นกำแพงเมืองสร้างด้วยหินทรายสีชมพู มีความยาว  986 เมตร สร้างเป็นป้อมรักษาการณ์ จำนวน 37 แห่ง บนกำแพงเมือง  ลักษณะของ Junagarh เป็น พระราชวังสำหรับกลุ่มชนชั้นนักรบ และเป็นเมืองที่สร้างอยู่ท่ามกลางทะเลทราย ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เมืองนี้อยู่มาได้ถึง 800 ปี ภายในกำแพงเมืองมีวังและศาลา รวม 37 แห่ง  สร้างโดยเจ้าครองนครหลายรุ่น แต่ละวังก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน

ค่ำ – รับประทานอาหารและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-05

 บิคาเนอร์- จัยซาแมร์

06.00 น.- รับประทานอาหารเช้า

07.00 น. –เตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองบิคาเนอร์มุ่งหน้าสู่เมืองจัยซาแมร์ เป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่า นครสีทอง ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางทะเลทรายธาร์ เมืองแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลือง เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมากระทบบนหินเหล่านี้จะเกิดเป็นหินสีทองอร่ามตาซึ่งเป็นที่มาของนครสีทองนั่นเอง

เที่ยง –รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางถึงเมืองจัยซาแมร์  นำชม ฮาเวลีพัทวันกี (Patwon Ki Haveli) เป็นคฤหาสน์ที่มีขนาดใหญ่และหรูหราที่สุดในบรรดาฮาเวลีด้วยกัน ใช้เวลาในการสร้าง 50 ปี ความโดดเด่นอยู่ที่มีจาโรกัส (ระเบียงและซุ้มหน้าต่างที่ยื่นออกมาล้อมรอบคฤหาสน์) มากถึง 66 ระเบียง

เย็น –รับประทานอาหารและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-06

จัยซาแมร์

เช้า – เย็น รับประทานอาหารเช้า นำชม  ป้อมจัยซาแมร์ (Jaisalmer Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบ สร้างโดย มหาราวัลไจซัล สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1156 รอบๆ ป้อมจัยซาแมร์มีหอรบถึง 99 หอ โดยศัตรูหลักของเมืองนี้คือ บรรดาเจ้าราชปุตของนครต่าง ๆ รวมถึงจักรพรรดิอัคบาร์แห่งโมกุล ปัจจุบัน ป้อมจัยซาแมร์เป็นป้อมเดียวในอินเดียที่มีผู้คนอาศัยอยู่ด้านบน

จากนั้นนำชม พระราชวังของมหาราวัล (Palace of the Maharawal) ตั้งอยู่ด้านขวามือของป้อมจัยซาแมร์ เป็นพระราชวังขนาด 5 ชั้น แบ่งเป็นห้องต่างๆ ซึ่งตกแต่งสวยงามตามสไตล์ราชปุต โดยห้องที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ กัชวิลล่าส์ (Gaj Villas) ซึ่งบุผนังด้วยกระเบื้องลายสีฟ้าเข้มจากประเทศฮอลแลนด์

นำทุกท่านไปชม วัดเชน (Jain Temples)  ตั้งอยู่บนป้อมจัยซาแมร์ กลุ่มวัดเชนประกอบด้วยวัด 7 วัด มีวัดประธานซึ่งมีขนาดใหญ่สุดมีชื่อว่า ซานดราปราพู ส่วนอีก 6 วัด ได้แก่ วัดซานตินาท วัดสัมพนาท วัดซิตาลนาท  วัดปาราสนาท  วัดริคาบเดฟ และวัดคุณธูนาท ซึ่งแต่ละวัดก็สร้างเพื่อถวายแด่ศาสดาของศาสนาเชน ทั้งนี้ วัดทั้งหมดยังสร้างเชื่อมถึงกัน ทำให้สามารถเดินเข้าออกแต่ละวัดได้อย่างสะดวก

ชมทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadsisar Lake) เป็นทะเลสาบเก่าแก่ประจำเมืองจัยซาแมร์ สร้างโดยมหาราชา วาลกาดซี ราว ค.ศ.1367 ซึ่งทะเลสาบนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองจัยซาแมร์ รอบๆ ทะเลสาบจะมีวัดและอนุสรณ์สถานเล็กๆ สีเหลืองทองอร่าม  ไปขี่อูฐที่ทะเลทรายทาร์ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด จัยแซลเมียร์ ชมศิลปะแห่งสายลม ที่บรรจงวาดลวดลายลงบนเนินทรายอันกว้างไกลสุดสายตา  

ค่ำ- รับประทานอาหารและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-07

จัยซาแมร์ – โจดปูร์

TLT_RAJ 1394

เช้า- รับประทานอาหารเช้า เตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองจัยซาแมร์มุ่งหน้าสู่เมืองโจดปูร์ หรือ เมืองโยธปุระได้ชื่อว่า เมืองสีฟ้า เพราะบ้านเรือนนิยมทาด้วยสีฟ้าซึ่งถือเป็นสีสัญลักษณ์ของพราหมณ์

เที่ยง- เดินทางถึงเมืองโจดปูร์ รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย –นำชม พิพิธภัณฑ์พระราชวังอุเหมาบาวัน (Umaid Bhavan Palace) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1929 เป็นพระราชวังที่ก่อสร้างขึ้นในยุคใหม่และเป็นพระราชวังสุดท้ายที่สร้างขึ้นก่อนอินเดียได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ โดยใช้ฝีมือแรงงานกว่า 3,000 คน และใช้เวลาก่อสร้างถึง 15 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ภายในพระราชวังแห่งนี้ประกอบด้วยห้องต่างๆ 347 ห้อง แบ่งเป็นห้องจัดงานเลี้ยงที่จุคนได้ราว 1,000 คน ถึง 8 ห้อง นอกจากนี้ยังมีโรงภาพยนตร์ รวมถึงสระน้ำขนาดยักษ์อยู่ชั้นใต้ดินด้วย  

เย็น –รับประทานอาหารและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

TLT_RAJ 1238

 

 

icon-day-08

โจดปูร์ – ออรังคบาด

เช้า –รับประทานอาหารเช้า นำชม ป้อมปราการเมห์รานการ์ แห่งอาณาจักรเมวาร์โบราณ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าของโจดปูร์ สร้างด้วยหินทรายแดง เป็นจุดชมเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ภายในป้อมเป็นพระราชวังที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ได้รับการบูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานที่น่าเที่ยวชมที่สุดในราชาสถาน ป้อมเมห์รานการห์ เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ตั้งตระหง่านบนเนินเขาสูง สร้างใน ค.ศ.1459 ชมประตูแห่งชัยชนะไจโปล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 เพื่อฉลองชัยชนะที่กองทัพเมวาร์สามารถต้านการรุกรานจากกองทัพของมหาราชาแห่งไจปูร์และ อุไดปูร์ได้ในคราวเดียวกัน มีร่องรอยของกระสุนปืนใหญ่ฝังอยู่บนผนังหินของประตู ประตูโลหะโปล อนุสรณ์แห่งความทรงจำของเหตุการณ์ในปี ค.ศ.1843 ที่เหล่าสนมของมหาราชามานซิงห์ กระโดดเข้ากองไฟตายตามสามีตามประเพณีสาติ (Sati) ซึ่งเป็นพิธีกรรมอันมีเกียรติของชาวราชปุต พูลมาฮาล หรือวังบุปผา สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1724 นับว่างดงามอ่อนช้อยที่สุด ด้วยภาพวาดสไตล์ ‘รักมาลา’ (Ragmala Painting) การวาดแห่งสีสันและอารมณ์ ความพิเศษคือภาพวาดบนผนังและเพดานทั้งหมดเป็นผลงานของศิลปินเพียงท่านเดียว ต่อมาศิลปินเสียชีวิตลงแต่มหาราชาก็ไม่ให้ใครมาสานงานต่อ กำแพงส่วนที่เหลือจึงโล่งไร้การตกแต่ง โมติมาฮาล หรือวังไข่มุก จุดเด่นอยู่ที่การนำเปลือกหอยมุกมาบด นำไปผสมปูนแล้วฉาบลงบนผนังห้อง ผนังห้องจะดูแวววาวเมื่อต้องแสงไฟแสงเทียน อนุสรณ์สถานจัสวันต์ธาดา อยู่ห่างจากป้อมเมห์รานการ์ราว 1 กิโลเมตร สร้างจากหินอ่อนสีขาวในปี ค.ศ.1899 เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ซิงห์ที่ 2 พระองค์เป็นมหาราชาที่ได้รับการนับถือยิ่งจากประชาชน โดยเป็นผู้ริเริ่มโครงการชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง

บ่าย- เดินทางสู่สนามบินเมืองโจดปูร์ โดยสารเครื่องบินภายในประเทศ เที่ยวบิน 9W316 (15.25-16.55  น.) เพื่อเดินทางสู่เมืองมุมไบ จากนั้นต่อเครื่องบินภายในประเทศเพื่อเดินทางสู่เมืองออรังคบาด เที่ยวบิน 9W2511 เวลา (19.15-20.05 น.)

20.05 น. –เดินทางถึงเมืองออรังคบาด เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-09

ออรังคบาด – อชันตา – ออรังคบาด

เช้า –รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำชม หมู่ถ้ำอชันตาทั้ง 30 ถ้ำ ตลอดความยาวกว่า 1 กิโลเมตร เลียบเพิงผาริมฝั่งน้ำ ประกอบไปด้วย กลุ่มถ้ำรุ่นแรกและเก่าแก่ที่สุดที่ก้นเกือกม้า (ถ้ำที่ 8 –15)ที่ประกอบด้วยถ้ำเจดีย์ และ ถ้ำวิหาร มีภาพวาดซ้อนกัน 2 สมัยแม้จะลางเลือนมากแล้วแต่ก็ยังเห็นรอยศรัทธาในอดีตอันยิ่งใหญ่ กลุ่มถ้ำรุ่นหลัง ครึ่งหลังของเกือกม้า (ถ้ำที่ 16 – 26) ล้วนเป็นถ้ำสำคัญและสวยงามมาก ตั้งแต่ถ้ำ 16 ที่มีภาพพระนางสุนทรีที่มีชื่อเสียง รวมถึงภาพพุทธประวัติ ถ้ำ 17 ที่มีภาพหัวใจพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ปฏิจจสมุปบาท ถ้ำ 19 ที่มีสถูปหินงดงามมากที่สุด และ ถ้ำ 26 ที่มีพระไสยาสน์ปางปรินิพพานองค์ใหญ่พร้อมพระสาวกและพระพุทธรูปรายรอบ กลุ่มถ้ำรุ่นหลัง ครึ่งแรกของเกือกม้า (ถ้ำที่ 1 – 7) ถ้ำ 1 มีภาพพระอวโลกิเตศวรปัทมปานิ และ วัชรปานิและพระมหาชนกชาดกมีชื่อเสียงที่สุด เช่นเดียวกับถ้ำ 2 ที่มีภาพพุทธประวัติปางประสูติแสดงภาพพระนางสิริมหามายาอย่างงดงาม ส่วนถ้ำที่ 6 นั้นเป็นถ้ำเดียวในอชันตาที่ทำเป็น 2 ชั้น มีภาพมารวิชัยและมหาปาฏิหาริย์อย่างงดงาม

(ทานอาหารกลางวันเป็นอาหารกล่อง เพื่อให้สามารถมีเวลาชมถ้ำได้ตลอดวัน) จากนั้นเดินทางกลับเมืองออรังคบาด

เย็น- รับประทานอาหารและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

icon-day-10

ออรังคบาด – เอลโลรา – มุมไบ – กรุงเทพฯ

เช้า –รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางไปชมถ้ำเอลโลรา ออกเดินเล่นยามเช้าเข้าถ้ำพุทธทั้ง 12 จนถึง วัดวิหารไกรลาสอันยิ่งใหญ่ โดยเริ่มต้นจาก 12 ถ้ำพุทธ ถ้ำที่ 1 และ 2 เต็มด้วยพระพุทธรูปปางประทานธรรม และ พระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่มากมาย ที่โถงหน้าถ้ำ 6 ซึ่งมีงานแกะสลักพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่นั้น มีนางตารามหามยุรีที่งดงามมีชื่อเสียงอยู่ด้วย ส่วนถ้ำ 10 นั้นถือเป็นหนึ่งในถ้ำเจดีย์ที่งดงามที่สุดของอินเดีย นอกจากห้องเจดีย์ที่มีครีบหิน และพระพุทธรูปประทานธรรมด้านหน้าแล้ว ยังมีโถงหน้าเป็น 2 ชั้นพร้อมภาพแกะสลักอย่างสวยงาม ส่วน 2 ถ้ำสุดท้าย 11 และ 12 ที่นอกจากทำเป็น 2 และ 3 ชั้นแล้ว ยังมีพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์มากมาย 3 ถ้ำฮินดู ด้านใต้ ถ้ำ 14 ที่เคยเป็นถ้ำพุทธมาก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นถ้ำพระศิวะเมื่อพุทธศตวรรษที่ 13 มีภาพนานาเทพงดงามมากทั้งฝ่ายพระศิวะและพระวิษณุตลอดจนนานานางศักติทั้งหลาย ส่วนถ้ำ 15 นั้นมีความงดงามได้ชื่อว่า ถ้ำพระนารายณ์สิบปาง มี 2 ชั้น มีทั้งภาพศิวนาฏราช และ ภาพพระวิษณุกับพระพรหมกำลังบูชาศิวลึงค์เป็นตรีมูรติ มหาวิหารคูหาไกรลาส หมายเลข 16 ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในงานการแกะหินก้อนเดียวเป็นมหามณฑป วิหาร โคปุระ ลานประทักษิณ ระเบียงคดและวิหารย่อยที่เต็มไปด้วยภาพสลักสวยงามมากมาย มีหลายรูปสลักที่มีชื่อเสียง ทั้งภาพมหาภารตะ รามเกียรติ์ ทศกัณฑ์เขย่าเขาไกรลาส คชลักษมี และ พระแม่คงคา ยมุนา สรัสวดี ตรีมูรติ ฯลฯ

เที่ยง- รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารในโรงแรมไกรลาส หน้าถ้ำ แล้วพักผ่อน ก่อนจะกลับไปเข้าถ้ำต่อ ชม 13 ถ้ำฮินดู ด้านเหนือ (17 – 29)ประกอบด้วยถ้ำขนาดย่อมหลายถ้ำ ที่สำคัญและสวยมากคือถ้ำ 21 ที่มีภาพสลักพระศิวะ เทพ ศักติ และ พระแม่แห่งน้ำทั้งหลาย มีลานพระโคนนทิอยู่ด้านหน้า จากนั้นเป็นถ้ำพระศิวะ พระภิฆเนศร์ พระวิษณุ จนถึงถ้ำ 29 ที่สำคัญมาก เป็นห้องคูหาศิวลึงค์ขนาดใหญ่ มีเทพผู้พิทักษ์ และ ภาพแกะสลักนานาเทพ เช่น พิธีสยุมพรของพระศิวะกับพระอุมาสวยงามมาก กลุ่มถ้ำเชนทั้ง 5 หลายถ้ำมีลักษณะผังและการสร้างตามอย่างถ้ำไกรลาสของฮินดู แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก

16.00 น. –ออกเดินทางสู่สนามบินเมืองออรังคบาด

17.00 น.- รับประทานอาหารเย็น

18.30 น. –เดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ เที่ยวบิน 9W2512 (20.35-21.25 น.)เพื่อเดินทางสู่เมืองมุมไบ

icon-day-11

01.55 น.- โดยสารเครื่องบินหว่างประเทศเพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบิน 9W62 (01.55-07.40 น.)

07.40 น. –เดินทางถึง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

 

 


TLT_RAJ 1433 TLT_RAJ 1297 TLT_RAJ 1168 TLT_RAJ 1062 TLT_RAJ 0895 TLT_RAJ 0595 TLT_RAJ 0271 TLT_RAJ 0273 TLT_RAJ 0476 TLT_RAJ 0301 TLT_RAJ 0503 TLT_RAJ 0554 TLT_RAJ 1635 TLT_RAJ 1597 TLT_RAJ 1590 TLT_RAJ 1565 TLT_RAJ 1469 TLT_RAJ 1238

รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-อินเดีย ชั้น economy สัมภาระ 20 Kg
  • ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ที่ระบุตามรายการ
  • วีซ่า
  • ที่พักระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า (อินเดีย) พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • ค่าอาหารตามรายการที่ระบุ
  • ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมตามระบุในโปรแกรม

ไม่รวม

  • มินิบาร์
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี ser tax 3% และ tax  7 %

การจองทริป

  • ชำระส่วนแรกท่านละ 5,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่สอง 50% ของที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 45 วัน 
  • ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 25 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

ตารางทริปตลอดปี

 

 

Leave a Reply

1 Comment on "ทัวร์ราชาสถาน อจันต้า"

เตือน
avatar
เรียง:   ใหม่สุด | เก่าสุด
จุ๋ม
Guest

จีน ทิเบต เนปาล

wpDiscuz
error: Content is protected !!