ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัม

วันที่จัด
  • 17 – 28 ต.ค. 2561 ค่าทริป 69,900 บาท

รีวิวทริปปากีสถาน คาราโครัมกดที่นี่

ติดต่อเรา (กดเลย)

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1     Bangkok- ISB

16.30 น.
นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เช็คอินเพื่อเดินทางสู่ปากีสถานด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 349

19.00 น.
บินสู่เมืองอิสลามาบัด ใช้เวลาเดินทางสู่เมืองอิสลามาบัด ประมาณ 5 ชั่วโมง

22.10 น.
เดินทางถึงเมืองอิสลามาบัด เข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 2     Naran Valley – Chillas

–เช้า–
หลังอาหารเช้า นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง Chillas (เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง) โดยผ่านถนนคาราโครัมไฮเวย์ เข้าไปตามเส้นทางที่ราบสูงบาบูซาน เข้าสู่ นาราน (Naran) หุบเขานารานซึ่งเต็มไปด้วยทะเลสาบและภูเขาที่งดงามราวภาพวาด

–บ่าย–
เดินทางต่อ ผ่านหุบเขาคัคฮาน (Kaghan Valley) หุบเขาสีเขียว จนถึงเมือง Chilas

–ค่ำ–
รับประทานอาหารเย็น ถึงเมือง Chillas ค่ำๆ พักผ่อนตามอัธยาศัย

ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัม

วันที่ 3     Chilas – Fairy Meadows

–เช้า–
หลังอาหารเช้า นำท่านเช็คเอาท์ นำท่านออกเดินทางสู่ Fairy Meadows โดยออกจากชีลาสถึงจุด เปลี่ยนรถที่ Raikot Bridge เราจะใช้รถจีปนั่งคันละ 4-5 คน  นั่งประมาณ 1 ชั่วโมง ครึ่ง สู่จุดเริ่มต้นเดินเทรค Fairy Meadows

–บ่าย–
หลังอาหาร นำท่านเดิน Trek ประมาณ 6.5 กม สู่ Fairy Meadows ใช้เวลาประมาณ 2.5 – 3.5 ชั่วโมง หรือจะใช้ล่อก็ได้ แต่แนะนำให้เดินจะสะดวกกว่า ทางเดินเป็นเนินสลับทางราบ วิวระหว่างทางเป็นลักษณะป่าสน สลับกับลำธารที่ไหลมาจาก Nanga Parbat Glacier

บ่ายคล้อยชมวิวรอบๆ Fairy Meadows วิวทุ่งหญ้า พร้อมชมยอดเขา Nanga Parbat ในบรรยากาศสบายๆ

–ค่ำ–
ทานอาหารค่ำ จากนั้นพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 4    Fairy Meadows – Gilgit – Hunza

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า เดินทางสู่ Gilgit ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับ แนวเทือกเขาคาราโครัมอันยิ่งใหญ่ เดินทางถึง เมืองกิลกิต (Gilgit) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธิ์ที่ตกสำรวจชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน และใช้เป็นเส้นทางการเผยแผ่ศาสนาพุทธจากอินเดียสู่ดินแดนต่างๆ ในเอเชีย ทำให้พบหลักฐานทางพระพุทธศาสนาในเมืองนี้เป็นจำนวนมาก แวะชมพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผา (Kargah Buddha) เพราะความศรัทธาต่อพุทธศาสนาทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งปีนขึ้นไปสลักรูปศาสดาของเขาบนหน้าผาที่สูงจากแม่น้ำ 400 เมตร เชื่อว่าสลักขึ้นราวศตวรรษที่ 7 อำลาเมืองกิลกิตที่เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางของเส้นทางการค้าขนส่งบนคาราโครัมไฮเวย์ (ประมาณ 2 ชม.)

–บ่าย–
เดินทางต่อสู่ เมืองฮุนซ่าร์ (Hunza) ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ระหว่างทางแวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) 7,790 เมตร

–ค่ำ–
ทานอาหารค่ำ จากนั้นพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 5     Hunza

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า พาท่านชมบัลติทฟอร์ด (BALTIT FORT) แลนมาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆ เมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต

–บ่าย–
จากนั้นเดินชมตลาดการค้าพื้นเมืองของเมืองคาริมาบัด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตและบ้านเรือนก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย ได้เวลาสมควรพาคณะเข้าที่พักที่ Eagle Nest Resort เป็นรีสอร์ทที่อยู่สูงที่สุดในเมือง Karimabad สามารถมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างสวยงาม รวมถึงยอดเขาต่างๆ ที่อยู่รายรอบ โดยเฉพาะเลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งมาจากรูปทรงที่เหมือนนิ้วของหญิงสาว

–ค่ำ–
รับประทานอาหารเย็น **คืนนี้พักผ่อนกันที่ Hunza**

วันที่ 6     Hunza(Hunza Valley) – Passu – Khunjrab – Passu

–เช้า–
เช้าตรู่ตื่นรับอากาศหนาวพร้อมชมพระอาทิตย์ค่อยๆ แย้มแสงแรก กระทบเหลี่ยมมุมแห่งยอดเขาหิมะทั้งหลายที่โอบล้อมหุบเขาแห่งนี้ จากสีชมพูเป็นสีทอง เริ่มต้นวันใหม่โดยสมบูรณ์ ทานอาหารเช้า แล้วเดินทางสู่ทะเลสาบบอริท (Borit Lake) เป็นทะเลสาบน้ำจืดสีเขียวใส ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างสงบท่ามกลางหุบเขาสวยแห่งนี้ เดินทางต่อไปยังเมืองพาสสุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอันสวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสีสันของน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งจากยอดเขาหิมะ ที่มีสีฟ้าแปลกตาชวนมอง (ใช้เวลาในการล่องเรือ ประมาณ 2 ชั่วโมง) เดินทางถึงเมืองพาสสุ

–บ่าย–
หลังรับประทานอาหารกลางวัน ชื่นชมวิวทิวทัศน์ ถ่ายรูปกับภูเขาฟันเลื่อย แล้วเดินทางต่อสู่เมืองซุส (Sost) เมืองชายแดนของปากีสถานก่อนจะเข้าอุทยานแห่งชาติ Khunjerab เขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีนที่มีความสูง 4,730 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดบนคาราโครัมไฮเวย์สร้างตั้งแต่ปี 1964 โดยความร่วมมือของจีนและปากีสถาน โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่ จีนสร้างถนนตั้งแต่เมืองคัชการ์ถึงเมืองกุลมิท ประเทศปากีสถานเสร็จในปี 1979 ส่วนปากีสถานสร้างถนนตั้งแต่เมืองกุลมิทลงไปจรดเมือง ราวัลพินดิ แล้วเสร็จในปี1982 พร้อมกับเปิดเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยว ส่วนช่องเขาคุนจีราบเปิดให้ข้ามแดนได้ตั้งแต่ปี 1986 พรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ  คุนจีราบซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูยาก จนถึงเวลาเดนิทางกลับเมืองพาสสุ

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น **คืนนี้พักผ่อนกันที่ พาสสุ**

วันที่ 7     Passu – Gupis – Phander Lake

–เช้า–
ลังรับประทานอาหารเช้า หลังอาหารนำท่านเดินไปถ่ายภาพ Passu Village หมู่บ้านเล็กๆ น่ารักๆ เห็นวิวของ Passu peak  เดินทางต่อผ่านเมือง Gupis โดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัส กับต้นผลไม้ต่างๆ เช่น แอปปริคอท , เชอร์รี่ , แอปเปิ้ล  สีชมพู สีขาว ทั้งหุบเขา พร้อมกับวิวสายน้ำ พร้อมแนวเทือกเขาฮินดูกูชอันยิ่งใหญ่

–บ่าย–
จากนั้นเดินทางไปเที่ยวและถ่ายภาพที่หุบเขาพานเดอร์ ซึ่งจะได้สัมผัสความงดงามของลำธาร แม่น้ำและแมกไม้ที่สีสันสดใสในช่วงฤดูใบไม้ผลิ  แวะชมทะเลสาบพานเดอร์ เป็นอีกหนึ่งทะเลสาบที่ไม่ควรพลาด ความงดงามของธรรมชาติเปรียบเหมือนหญิงสาวที่สวยงามซ่อนอยู่ในบ้านที่รอให้เราได้เดินทางเข้ามายลโฉมและสัมผัสความงดงามแล้วไปบอกต่อ  อิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ หุบเขาพานเดอร์ เที่ยวชมหมู่บ้าน และถ่ายภาพต้นผลไม้ หลากสีสัน มากมาย

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น

วันที่ 8     Phander Lake- Gilgit

–เช้า-เย็น–
รุ่งเช้าที่ ทะเลสาบฟันดาร์ Phander Lake เพียงมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบทะเลสาบน้ำสีเขียวใส ต้นไม้สูงเรียวกำลังผลัดใบเรียงรายตามริมทะเลสาบ ท่ามกลางภูเขาสูงที่ไม่มีต้นไม้เลยสักต้น นอกจากเกล็ดหิมะสีขาวโรยบางๆ และห่มคลุมยอดเขาสูงราวกับภูเขาสวมหมวกสีขาว เงาของต้นไม้และภูเขาสะท้อนลงน้ำในทะเลสาบเหมือนกระจกเงา ทอดเวลาให้ทุกท่านได้เพลินเพลิด เก็บภาพธรรมชาติอันงดงาม

ชมหุบเขายาซิน Yasin Valley ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาฮินดูกูช  ชมความงดงามของฤดูไม้ไม้ผลิที่คอยต้อนรับผู้มาเยือนด้วยดอกไม้ ใบไม้ที่ค่อยๆแย้มดอก ออกใบมาให้เหล่าผู้เดินทาง

–ค่ำ–
รับประทานอาหารเย็น **คืนนี้พักผ่อนกันที่ Gilgit**

วันที่ 9     Gilgit – Islamnabad

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังสนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางสู่เมืองหลวงอิสลามาบัด โดยสายการบินภายในประเทศ

–เที่ยง-
รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นนำท่านถ่ายภาพที่มัสยิด Faisal Mosque เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทราย นำชมพิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) สถานที่จัดแสดงพุทธประติมากรรมล้ำค่า อาธิเช่น พุทธศิลป์แบบกรีก จิตรกรรม ประติมากรรม เหรียญกษาปณ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานศิลปะอื่น ๆ นำชมโบราณสถานมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนาสองแห่ง มหาวิทยาลัยจูเลียนและโมห์รา

–ค่ำ–
รับประทานอาหารเย็น **คืนนี้พักผ่อนกันที่ เมืองอิสลามาบัด**

***กรณีที่สายการบินภายในประเทศยกเลิกการเดินทางเราจะเปลี่ยนเป็นการนั่งรถแทน โดยนั่งรถไปที่เมือง Naran และต่อเข้า Islamabad – ละฮอร์ ในวันรุ่งขึ้น***

วันที่ 10     IsIamnabad – Lahore

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่เมือง Lahore (เดินทางประมาณ 4 ชม) ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง

–บ่าย–
รับประทานอาหารเที่ยง ถึงเมืองละฮอร์ นำท่านเข้าสู่ด่านชายแดนระหว่างปากีสถานและอินเดีย เพื่อดูพิธีการมอบธงระหว่าง 2 ประเทศ และความเข้ามแข็งของปากีสถาน

–เย็น–
รับประทานอาหารเย็น จากนั้นเข้าพักที่โรงแรม

วันที่ 11     Lahore City tour

–เช้า–
รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางชมเมืองละฮอร์ (Lahore city) เมืองที่มีประวัติศาตร์ที่ยาวนาน มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีชีวิตชีวา ตลาดในตรอกซอกซอยของเมืองค้าขายสินค้าต่างๆ เช่น ผ้าที่ปักด้วยมือ เครื่องหนัง เครื่องประดับ สร้อยข้อมือ-ข้อเท้าที่ทำด้วยแก้ว และเครื่องประดับทองคำและเงิน ชมลาฮอร์ฟอร์ท (Lahore Fort) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้าง ถูกทำลาย และสร้างใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่จะกลายมาเป็น Lahore Fort ในปัจจุบัน สร้างโดยจักรพรรด์อัคบาร์ ในปี 1566 และสวนหย่อมที่สร้างแล้วเสร็จโดย จักรพรรดิ์แห่งมองโกล อัคบาร์, ป้อมปราการละฮอร์นี้ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ซ่อนเร้นซากอันเก่าแก่โบราณที่สุด

–บ่าย–
จากนั้นนำคณะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ละฮอร์ (Lahore) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศปากีสถาน ซึ่งได้รวบรวมสิ่งของทางประวัติศาสตร์ที่มีค่าไว้ ซึ่งมีห้องแสดงโชว์หลายห้อง จากคันทราราฎษ์ (GANDHARA), ศาสนาพุทธ (BUDDHIST), เจน (JAIN), โมกุล (MOGUL) และสมัยอาณานิคมพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงที่สุด คือพระพุทธรูปปางทุกข์กริยาของพระพุทธเจ้า (สิทธทัตถะ) ก็ได้จัดแสดงอยู่ที่นี่

–เย็น–
นำคณะเดินทางสู่ชายแดน Wagha Border ซึ่งเป็นชายแดนปากีสถาน-อินเดีย เพื่อชมพิธีปิดชายแดน (Closing Ceremony) (มีพิธีปิดทุกวัน) ท่านจะได้เห็นพิธีปิดด่าน ที่เป็นเหมือนพิธีปลุกใจของชาวปากีสถานและชาวอินเดีย ซึ่งว่ากันว่าถ้ามาละฮอร์จะพลาดการชมพิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด พร้อมทั้งให้ท่านเก็บภาพประทับใจของเจ้าหน้าที่ปิดด่านชายแดนในเครื่องแบบเต็มยศ

–ค่ำ–
รับประทานอาหารค่ำ ก่อนเดินทางสู่สนามบิน ละฮอร์ เที่ยวบิน TG346 เวลา 23.40 น.

วันที่ 12    Bangkok

06.10 น.
เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ


รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ- ปากีสถาน  และภาษีสนามบิน
  • วีซ่าแบบปกติ (สำหรับพาสปอร์ตไทย)
  • โรงแรม 2-3 ดาวในเขตเมือง / เกสต์เฮ้าส์ หรือเทียบเท่า ตามสภาพของเมืองนั้นๆ พักห้องละ 2 ท่าน
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ตลอดการเดินทาง
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม
  • ค่าเข้าชมตามรายการที่ระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ไม่รวม

  • ทิปตามสมัครใจ : Guide เป็นคนไทย ไม่มีการบังคับทิปขั้นต่ำ
  • ทิป Local Guide และ คนขับรถ : 4 ยูโร / วัน / คน
  • ค่าหนังสือเดินทาง และค่าแปลเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ประกันกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย (ซื้อเพิ่มได้)
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี vat 7% และ service tax 3%

การจองทริป

  • สำรองที่นั่ง 20,000 บาท ภายใน 3 วัน​ ส่วนที่เหลือ​ชำระก่อนเดินทาง ​30 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
เงื่อนใขการบริการ
  • ทริปออกเดินทางเมื่อครบ  15 ท่าน สำหรับทริปมาตรฐาน
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)
error: Content is protected !!