ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์

กำหนดการเดินทาง

*จัดทริปส่วนตัว  – ราคาพักเดี่ยว กรุณาสอบถามทีมงาน

Trip Review


ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์

 

ทัวร์ปากีสถาน คาราโครัมไฮเวย์ แตกต่างอย่างไร

  • เน้นเที่ยว ถ่ายรูปเต็มที่
  • เดินทางด้วยรถส่วนตัวแบบ Exclusive (ตามขนาดกรุ๊ป)
  • โรงแรม 3 ดาว(ปากีสถาน) หรือเทียบเท่า

Line Line
ติดต่อเรา (กดจากปุ่มได้เลย)
painaima
painaimadotcom
02-635-3445
089-478-9334
travel@painaima.com

icon-day-01

Bangkok- ISB

16.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เช็คอินด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG349 เดินทางสู่ปากีสถาน 

22.10 น. เดินทางถึงเมืองอิสลามาบัด เดินทางเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย เก็บแรงไว้ในวันรุ่งขึ้น

 

icon-day-02

ISB – Faisai Mosque –Taxila – Besham

เยี่ยมชม มัสยิดไฟซาล (Faisai Mosque) ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สร้างโดยกษัตริย์ไฟซาลแห่งราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ใช้เงินงบประมาณ การสร้างสูงถึง 50 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ เที่ยวชม พิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) ที่รวบรวมเกี่ยวกับโบราณวัตถุของเมืองตักศิลาชมพระพทธรูปในศิลปะที่เรียกกันว่า คนธาราน (GANDHARAN) หรือพุทธศิลป์แบบกรีก GRECO-BHUDDIST เชื่อกันว่าพระพุทธรูปเกิดขึ้นครั้งแรกในดินแดนแห่งนี้ ในสมัยพระเจ้ามิลินด์ Milind พระพทธรูปยุคแรกหน้าตาจะเป็นชาวยุโรป นอกจากนี้ยังมีซากเมืองโบราณตักศิลาในส่วนที่สำคัญๆอีกหลายแห่งที่แสดงให้เห็นร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เช่น เจดีย์ธรรมาชิกา (Dharmarajika) ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตักศิลาจึงเป็นสถานที่สำคัญและได้เป็นเมืองมรดกของโลกด้วย เดินทางชม โขดหินภาพเขียนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่ เมืองชาติอัล (Shatial Rock Craving) หลังจากนั้นกลับเข้าสู่ที่พักที่เมืองเบชฮาม (Besham)

 

*เที่ยวบินภายในไป Gilgit มักจะ cancel ด้วยเหตผลทางสภาพอากาศ ในระหว่างนั้น เราต้องรอเพื่อให้รู้ว่า ไฟลท์ cancel หรือไม่ ซึ่งส่วนมากจะ cancel และทำให้เสียเวลาเดินทางไปหลายชั่วโมง การเดินทางบน KKH จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แม้จะเหนื่อยในวันแรกบ้าง แต่เราก็จะไม่พลาดที่เที่ยวใดๆไป

 

icon-day-03

Besham – Chilas – Gilgit

เดินทางสู่ เมืองกิลกิต (Gilgit) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธิ์ที่ตกสำรวจชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน และใช้เป็นเส้นทางการเผยแผ่ศาสนาพุทธจากอินเดียสู่ดินแดนต่างๆ ในเอเชีย ทำให้พบหลักฐานทางพระพุทธศาสนาในเมืองนี้เป็นจำนวนมาก ระหว่างทางผ่านจุดชมวิวยอดเขาสูงอันดับ 9 ของโลกชื่อ นันการ์ พาร์บัท ผ่านจุดสามประสบ อันเป็นจุดที่สามเทือกเขาสำคัญของโลกมาบรรจบกัน จุดนี้สามารถมองเห็น ยอดเขาระดับโลก Nanga Parbat 8125 เมตร Rakaposhi 7790 เมตร Batura 7785 เมตร  บรรยากาศของวิวแบบเส้นทางไหล่เขาที่ตัดเลียบแม่น้ำสินธุ (Indus River) โดยตลอดเป็นวิวทิวเขาสลับซ้อน ผ่านหมู่บ้าน และเมืองเล็กใหญ่ตลอดเส้นทาง

 

icon-day-04

Gilgit Hunza

เยี่ยมชม พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผา ( Karga Buddha ) เพราะความศรัทธาต่อพุทธศาสนาทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งปีนขึ้นไปสลักรูปศาสดาของเขาบนหน้าผาที่สูงจากแม่น้ำ 400 เมตร เชื่อว่าสลักขึ้นราวศตวรรษที่ 7 อำลาเมืองกิลกิตที่เปรียบเสมือน จุดกึ่งกลางของเส้นทางการค้า ขนส่ง บนคาราโครัมไฮเวย์ เดินทางต่อสู่เมืองฮุนซ่าร์ (Hunza) ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ระหว่างทางแวะจุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) 7,790 เมตร จากนั้นเดินทางสู่เมือง เมืองคารีมาบาด (Karimabad) ระดับความสูง 2,438 เมตรจากน้ำทะเล  ซึ่งเป็นเมืองเอกแห่งหุบเขาฮุนซ่า

เที่ยวชม บัลติทฟอร์ด (BALTIT FORT) แลนด์มาร์คสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งเคยใช้เป็นที่อยู่ในอดีตของกลุ่มผู้ปกครองฮุนซ่า จากจุดนี้สามารถเห็นวิวรอบๆเมืองฮุนซ่า บัลติทฟอร์ดมีอายุกว่า 700 ปี โดยได้ถูกต่อเติมส่วนต่างๆ เช่นระเบียง หน้าต่าง กำแพง เรื่อยๆมา ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บัลติสถานผสมผสานกับทิเบต เดินพักผ่อนที่ ตลาดการค้าพื้นเมืองของเมืองคาริมาบัด เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย หรือจะเลือกเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตและบ้านเรือนก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย

Dinner & Hotel พักผ่อนตามอัธยาศัย ที่ Eagle Nest Resort เป็นรีสอร์ทที่อยู่สูงที่สุดในเมือง Karimabad สามารถมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างสวยงาม รวมถึงยอดเขาต่าง ที่อยู่รายรอบๆโดยเฉพาะ เลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งมาจากรูปทรงที่เหมือนนิ้วของหญิงสาว

icon-day-05

Hunza (Hunza Valley) – Passu – Sost

ชม ทะเลสาบบอริท ( Borit Lake) เป็นทะเลสาบน้ำจืดสีเขียวใส ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างสงบท่ามกลางหุบเขาสวยแห่งนี้ เเล้วเดินทางสู่ เมืองพาสสุ ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมทะเลสาบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอันสวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสีสันของน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งจากยอดเขาหิมะ มีสีฟ้าแปลกตาชวนมอง (ใช้เวลาในการล่องเรือ ประมาณ 2 ชั่วโมง) เที่ยวชม เมือง ซุส (Sost) เมืองชายแดนของปากีสถานก่อนจะเข้าอุทยานแห่งชาติ Khunjerab

 

icon-day-06

Sost – Khunjerab – Gulmit

เดินเที่ยว ช่องเขาคุนจีราบ เขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีนที่มีความสูง 4,730 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดบนคาราโครัมไฮเวย์สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ 1964 โดยความร่วมมือของจีนและปากีสถาน โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่ จีนสร้างถนนตั้งแต่เมืองคัชการ์ถึงเมืองกุลมิท ประเทศปากีสถานเสร็จในปี ค.ศ 1979 ส่วนปากีสถานสร้าถนนตั้งแต่เมืองกุลมิทลงไปจรดเมืองราวัลพินดิ แล้วเสร็จใน ปี ค.ศ 1982 พร้อมกับเปิดเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยว ส่วนช่องเขาคุนจีราบเปิดให้ข้ามแดนได้ตั้งแต่ปี ค.ศ 1986 พรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคุนจีราบซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูยาก เดินทางเข้าสู่ที่พักที่เมืองกุลมิต

icon-day-07

Gulmit – Gupis-Yasin-Phander Lake

เที่ยวชม แม่น้ำกิลกิต ลัดเลาะไปตามโตรกผาแนวภูเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ที่กำลังผลัดสีเขียวออกและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง/ส้ม/แดงตามชนิดของต้นไม้ ชม หุบเขายาซิน แวะ หมู่บ้านยาซินที่อยู่บนเทือกเขาฮินดูกูฎ ดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จากนั้นออกเดินทางสู่ ทะเลสาบฟันดาร์ทะเลสาบกลางหุบเขา น้ำใสราบเรียบดุจกระจกสีมรกต

Dinner & Hotel พักผ่อนตามอัธยาศัย ที่ Phander Lake

 

icon-day-08

Phander Lake- Chilas

เยี่ยมชม ทะเลสาบฟันดาร์ Phander Lake เพียงมองนอกไปนอกหน้าต่างก็พบทะเลสาบน้ำสีเขียวใส ต้นไม้สูงเรียวกำลังผลัดใบเรียงรายตามริมทะเลสาบ ท่ามกลางภูเขาสูงที่ไม่มีต้นไม้เลยสักต้น นอกจากเกล็ดหิมะสีขาวโรยบางๆ และห่มคลุมยอดเขาสูงราวกับภูเขาสวมหมวกสีขาว เงาของต้นไม้และภูเขาสะท้อนลงน้ำในทะเลสาบเหมือนกระจกเงา เดินทางสู่ เมืองชีลาส เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม ณ จุดเลาะเลียบแม่น้ำฮุนซาทางตอนเหนือและแม่น้ำสินธุ เมืองชีลาสแห่งนี้มีการค้นพบหลักฐานกว่า 20,000 ชิ้น เกี่ยวกับงานศิลปะภาพเขียนโบราณบนโขดหิน ระหว่างทางผ่าน จุดชมวิวยอดเขาสูงสุดอันดับ 9 ของโลกชื่อ Nangar Parbat ที่สูงถึง 8,126 เมตร เป็นยอดเขาที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย

 

icon-day-09

Chilas – Islamnabad

เดินทางสู่ เมืองหลวงอิสลามาบัด ตลอดเส้นทางท่านจะสนุกสนานกับภาพวาดสีสดใสของรถบรรทุก และรถประจำทางในรูปแบบเอกลักษณ์ของปากีสถาน ไม่เหมือนและไม่ซ้ำกับประเทศอื่นๆ ในแถบหิมาลัยแตกต่างทั้งเรื่องการตกแต่งโดยสิ่งประดับ และเรื่องการวาดภาพสีสดใสของรถแต่ละคันเดินทางถึง Isalamabad ช่วงเย็นๆ

icon-day-10

Islamnabad – Lahore – กรุงเทพฯ

เยี่ยมชม เมืองลาฮอร์ Lahore city เป็นเมืองที่มีประวัติศาตร์ที่ยาวนาน มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีชีวิตชีวา ตลาดในซอกหลืบของตรอกซอกซอยของเมืองค้าขายสินค้าต่างๆ เช่น ผ้าที่ปักด้วยมือ ผ้าชิ้น เครื่องหนัง เครื่องประดับ สร้อยข้อมือ ข้อเท้าที่ทำด้วยแก้ว และเครื่องประดับทองคำและเงิน ชม ลาฮอร์ฟอร์ท ( Lahore Fort ) สถานที่แห่งนี้ถูกสร้าง ถูกทำลาย และสร้างใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ก่อนที่จะกลายมาเป็น Lahore Fort ในปัจจุบัน สร้างโดยจักรพรรด์อัคบาร์ ในปี 1566 และสวนหย่อมที่สร้างแล้วเสร็จโดย จักรพรรดิ์แห่งมองโกล อัคบาร์, ป้อมปราการลาฮอร์ นี้ ถือได้ว่าเป็นสถานที่ซ่อนเร้นซากอันเก่าแก่โบราณที่สุด

ชม พิพิธภัณฑ์ลาฮอร์ (Lahore) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศปากีสถาน ซึ่งได้รวบรวมสิ่งของทางประวัติศาสตร์ที่มีค่ามากมายไว้ ซึ่งมีห้องแสดงโชว์หลายห้อง จาก คันทราราฎษ์ (GANDHARA), ศาสนาพุทธ (BUDDHIST), เจน (JAIN), โมกุล (MOGUL) และ สมัยอาณานิคมพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงที่สุด คือพระพุทธรูปปางทุกข์กริยาของพระพุทธเจ้า (สิทธทัตถะ) ก็ถูกแสดงอยู่ที่นี่

เดินทางสู่ ชายแดน Wagha Border ซึ่งเป็นชายแดนปากีสถาน-อินเดีย เพื่อชม พิธีปิดชายแดน (Closing Ceremony) (ซึ่งมีพิธีปิดทุกวัน) ท่านจะได้เห็นพิธีปิดด่าน ที่เป็นเหมือนพิธีปลุกใจของชาวปากีสถานและชาวอินเดีย ซึ่งว่ากันว่าถ้ามาละฮอร์จะพลาดการชมพิธีนี้ไม่ได้เด็ดขาด พร้อมทั้งให้ท่านเก็บภาพประทับใจของเจ้าหน้าที่ปิดด่านชายแดนในเครื่องแบบเต็มยศ

เดินทางสู่สนามบิน ละฮอร์ เช็คอินด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG346 เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ

 

icon-day-11

กรุงเทพฯ

06.20 น. เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ


รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ปากีสถาน ชั้น economy สัมภาระ 20 Kg
  • วีซ่า
  • ที่พักระดับ 3 ดาว (ปากีสถาน) หรือเทียบเท่า  พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • อาหารและเครื่องดื่ม ตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่ายานพาหนะ และค่าเข้าชมตามระบุในโปรแกรม

ไม่รวม

  • มินิบาร์
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี ser tax 3% และ tax  7 %

การจองทริป

  • ชำระส่วนแรกท่านละ 5,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่สอง 50% ของที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 45 วัน 
  • ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 25 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

 

 

ตารางทริปตลอดปี

 

 

Leave a Reply

Be the First to Comment!

เตือน
avatar
wpDiscuz
error: Content is protected !!