ทัวร์โมรอคโค 10 วัน

มาราเกซ • เทือกเขาแอตลาส • เอธบันฮัดดู • โอซาเซต • เมอซูก้า • เออโฟร • ทะเลทรายซาฮาร่า • อิฟราน • เฟส • โวลูบิลิส • เชฟชาฮุน • ราบัด • คาซาบลังก้า

กำหนดการเดินทาง

จองทริปกดเลย จองทริปกดเลย
ช่องทางจองทริป (กดจากปุ่มได้เลย)
02-635-3445
089-478-9334
@painaima
travel@painaima.com

จุดเด่นที่แตกต่างของทัวร์โมรอคโคของเรา

    • คนอื่นกำหนดขึ้นต่ำ เรากำหนดขนาดคณะไม่เกิน 20 คน เพื่อความไม่วุ่นวาย
    • เราจัดทริปเอง ไม่ได้ส่งต่อให้ใคร
    • เน้นเที่ยว มีเวลาถ่ายรูปเต็มที่
    • มีเวลาเดินชมเมืองมากกว่า
    • นั่ง 4WD ชมสันทราย ที่ซาฮาร่า
    • ขี่อูฐชมอาทิตย์ขึ้น ที่ซาฮาร่า
    • เดินทางด้วยรถโค๊ช VIP
    • โรงแรม 4 ดาว
    • พิเศษสุด ทัวร์เดียวที่จัดให้ พักริยาดแท้ๆ ที่ Fes และ Chefchaoun (ริยาดคือโรงแรมที่โรงแรมในแบบTraditional Morocco แท้ๆ ตบแต่งด้วยกระเบื้องโมเสก และ มีสวยอยู่กลางโรงแรม)

reviewbanner-morocco

icon-day-01
กรุงเทพฯ – คาซาบลังก้า

23.00 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 Row Q ประตู 8 ทีมงานทำการเช็คอินสายการบินการ์ตาแอร์เวย์ เที่ยวบิน QR837 ออกเดินทางสู่คาซาบลังก้า เที่ยวเวลา 01.40 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา

icon-day-02

Casablanca – Marakesh

07.30 น. บินต่อสู่ คาซาบลังก้า ด้วย เที่ยวบิน QR1395

13.25 น.  ถึงสนามบินนานาชาติโมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งเมืองคาซาบลังก้าซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของประเทศ และเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมด้วย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 6-7 ชั่วโมง) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมรับสัมภาระ

จากนั้นออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศโมรอคโค (ประมาณ 3 ชม.) คำว่า มาราเกซ มีความหมายว่า ดินแดนแห่งพระเจ้า เมืองมาราเกซนั้นแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นเมืองเก่า ในย่านนี้จะมีอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมและมีร้านค้าที่ขายของท้องถิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก อีกย่านหนึ่งนั้นเป็นย่านเมืองใหม่ที่จะมีอาคารปลูกสร้างสมัยใหม่ตั้งอยู่มากมาย

ถึงมาราเกซ พาท้านเดินเล่นที่ จัตุรัสจาม่า เอลฟีน่า (Jama El Fna Square)เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองอันมือชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโมรอคโค ในอดีตเคยเป็นลานประหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นลานการค้าที่คึกคัก ร้านขายของและร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก จะเริ่มเปิดร้านในช่วงเย็นๆ จัตุรัสแห่งนี้ยังมีนักดนตรี นักเต้น มาโชว์ความสามารถกันมากมาย ที่พลาดไม่ได้คือน้ำส้มคั้นสดๆ ราคาถูก รอบจตุรัสแห่งนี้

Dinner&Hotel รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนที่ เมือง Marakesh

icon-day-03

Marakesh – Ait banhatduo – Ouazazate

เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม โปรแกรมแรก พาทุกท่านชม อ่างเก็บน้ำ Menara Garden  อดีตใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ มีไฮไลท์เป็นอาคารที่ริมอ่างเก็บน้ำและมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอตลาส จากนั้นเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าหรือที่เรียกว่า เมดิน่า ซึ่งจะมีกำแพงเมืองล้อมรอบ นำชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) ที่มีการตบแต่งในศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้คือความงามของเสาคอลัมน์หินอ่อน ในห้องโถงขนาดใหญ่ รวมถึงลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนผนังและตามเพดาน

นำชม Bahia Palace เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก่อสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์โมรอคโค ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี เพื่อให้ปราสาทแห่งนี้ออกมาสมบูรณ์แบบและงดงามที่สุด สร้างขึ้นโดยผู้สำเร็จราชการในสมัยนั้น เพื่อให้เป็นวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ตัวอาคารมีศิลปะกรรมที่แฝงไปด้วยการตบแต่งที่ละเอียดละออ

พาชม Koutoubia Mosque เป็นมัสยิดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเมืองมาราเกซ มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินและอิฐแดง มีความสูงกว่า 80 เมตรด้วยกัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนใน มาราเกซ เราก็จะมองเห็น Koutoubia Mosque เยี่ยมชม Ali ben Youssef Medersa โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 และเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโมรอคโคอีกด้วย

บ่าย – หลังรับประทานอาหารกลางวัน พาทุกท่านเดินทางข้าม เทือกเขา Atlas เทือกเขาที่ตั้งชื่อตามเทพ Atlas ที่มีตำนานกล่าวว่าเทพ Atlas พยายามโค่นล้มเทพเซอุส (Zeus) แต่ว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับและลงโทษด้วยการให้แบกเอาโลกไว้บนศีรษะ ระหว่างทางจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปถนนที่ผ่านสู่เทือกเขาแห่งนี้อันเหมือนผ้าพับ ในจุดที่จอดรถได้

ระหว่างทาง แวะเที่ยว เมือง Aït-Benhaddou เป็นเมืองที่ก่อสร้างหินทรายและเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกอีกด้วย ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ จุดพักของคณะคาราวาน ที่มาจากซาฮาร่ามุ่งหน้าไปยังมาราเกซ  เมืองนี้เคยมีทีมงานภาพยนตร์มาใช้โลเคชั่นแห่งนี้ในการถ่ายทำหนังมาแล้วกว่า 10 เรื่อง เช่น Lawrence of Arabia และ Gladiator

จากนั้นนำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมือง Ouazazate ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ทะเลทราย เมืองแห่งนี้มีรายได้หลักจากการให้เช่าโลเคชั่นในการถ่ายทำหนัง ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและเคยมาถ่ายทำหนังที่เมืองแห่งนี้ ได้แก่ Lawrence of Arabia , The Mummy ,Gladiator และ Games of Thrones เป็นต้น

 Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนที่ เมือง Ouarzazate

 

icon-day-04

Ouarzazate – Merzuga – Desert camp

เช้า –หลังอาหารเช้า ออกเดินทางสู่ Todra Gorge เป็นช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่กลางแม่น้ำ ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านช่องเขาบริเวณนี้จึงมีลักษณะรูปทรงแปลกตาออกไปไม่เหมือนกับที่อื่นๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่ ถ้าโชคดีทุกท่านจะได้พบชาวบ้านที่ลากจูงลา อูฐ และแพะออกมาหาอาหารกินกันด้วย

บ่าย – พักรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง นำทุกท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน Merzouga ซึ่งอยู่ริมทะเลทรายซาฮาร่า ถือได้ว่าที่นี่เป็นประตูแห่งซาฮาร่า โดยรถ 4WD ถึงที่พัก เก็บสัมภาระเพื่อเดินทางเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เมื่อราว 1,000 ปีที่ผ่านมาเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เนื่องจากสมัยก่อนทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นแม่น้ำมาก่อนนั่นเอง แดดล่มลมตก สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาทราย (Sand Dune) ณ ยอดเขา เราจะมองเห็นเม็ดทรายที่สะท้อนแสงเป็นสีชมพูอ่อนหวาน และเหลื่อมเงาที่เกิดจากลอนทราย กลายเป็นคลื่นทะเลทรายที่สวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคณะอูฐที่เดินมาตามสันทราย เหมือนกับสารคดีที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

icon-day-05

Merzugar – Fez

เช้า – บ่าย ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนนำท่าเปิดประสบการณ์ ขี่อูฐ รับประทานอาหารเช้าที่แคมป์ริมทะเลทราย ให้ท่านดื่มด่ำบรรยากาศทะเลทรายยามเช้าอีกซักหน่อย ก่อนเดินทางกลับสู่ Merzugar นำทุกท่านแวะชม Fossil Museum ซึ่งพิพิธภัณฑ์บรรพชีวินแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่อยู่ในทะเลทรายซาฮาร่า ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ท่านจะได้พบ ซากฟอสซิลหลากหลายสายพันธุ์

จากนั้นออกเดินทางสู่เมือง  Fez ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโมรอคโค Fez เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศโมรอคโคเมื่อปี 1925 เมืองแห่งนี้ถูกค้นพบโดยกษัตริย์ Idris I เมื่อปี 789 เมืองเฟซถูกยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกเนื่องจากตัวเมืองมีการอนุรักษ์ย่านเมืองเก่าได้ดีที่สุดในบรรดาประเทศในอาหรับด้วยกัน วันนี้เรียกว่าเป็นวันนั่งรถกันเลยทีเดียว แต่ระหว่างทาง ให้ท่านแวะชมบรรยากาศเมือง Ifrane เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์ ยุโรปแห่งโมรอคโค

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองเฟส

icon-day-06

Fez – City tour

เช้าเย็น หลังรับประทานอาหารเช้า พาท่านท่องเที่ยวในเมืองเฟชกันเต็มวันเลย โดยเริ่มที่แรก ชม Moulay Idriss Mausoleum สุสานของ Moulay Idriss II ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ปกครองประเทศโมรอคโคในช่วงปี 807 – 828 ชม Kairaouine Mosque & University สุเหร่าซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยและมัสยิดในพื้นที่เดียวกัน และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกในประเทศโมรอคโคและเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนศาสนาอิสลาม ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

เยือน Madarsa Bou Inania เป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่สร้างขึ้นราวปี 1351 คำว่า Bou Inania ซึ่งเป็นชื่อของโรงเรียนสอนศาสนานั้นมาจากชื่อของสุลต่าน Abou Inan นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาไม่กี่แห่งที่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามได้เข้าไปเยือนอีกด้วย

ชม Chouara Tannery หรือ ลานย้อมผ้าประจำเมือง Fez เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหนังมาก ใครมาเยือนก็จะต้องซื้อหาเครื่องหนังติดมือไปเป็นของฝาก สาเหตุที่เมืองแห่งนี้โด่งดังในเรื่องเครื่องหนังเนื่องจากกรรมวิธีในการฟอกหนังนั้นทำด้วยมือทั้งหมด และเป็นวิธีการที่สืบทอดกันมากว่าพันปีแล้วนั่นเอง ลานฟอกหนังในเมือง Fez ถือว่าเป็นลานฟอกหนังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศโมรอคโคเลยทีเดียว ปิดท้ายวันด้วยการไปชม พระราชวัง Dar el-Makhzen ถ่ายรูปและชื่นชมความงดงามของพระราชวังแห่งนี้จากภายนอก เนื่องจากพื้นที่ภายในไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองเฟส

   icon-day-07

Fez – Volubilis – Chefchaoun

เช้า – รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำทุกท่านออกเดินทางไปเยี่ยมชมเมืองโบราณ Volubilis ซึ่งเป็นเมืองที่เคยอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันอยู่นานถึง 700 ปี จากนั้นจึงถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งกษัตริย์ Idris ibn Abdallah ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ Idrisid แผ่ขยายอาณาเขตมาปกครองเมืองแห่งนี้ สิ่งก่อสร้างที่เหลืออยู่ในเมืองโบราณแห่งนี้คือ ซากบ้านเรือนสไตล์โมรอคโคและพื้นกระเบื้องโมเสคที่ได้รับการอนุรักษ์และต่อเติมเป็นอย่างดี

บ่าย – ปิดท้ายวันด้วยการไปเยือนเมือง chefchaouen พาทุกท่านเดินสำรวจความงดงามอันแปลกตาของสถาปัตยกรรมในสไตล์ชาวยิว ที่นิยมตกแต่งบ้านเรือนด้วยสีขาวและสีฟ้า เมื่อมองจากบนเนินเขาจะเห็นเมืองนี้เป็นสีฟ้า-ขาว ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เมืองแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนเมืองอื่นๆ

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

chefchaouen 002.JPG

8549.jpg

icon-day-08

Chefchaouen- Rabad

เช้าหลังรับประทานอาหารเช้า นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง Rabat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค ถูกสถาปนาขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในช่วงปี 1912  แทนที่เมืองเฟสเนื่องจากเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงในเมืองเฟส (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.)

 

บ่าย หลังอาหารกลางวันชม ป้อม Oudaya Kasbah เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ Almohads ภายในประกอบไปด้วยพระราชวังและมัสยิดที่สร้างต่อเติมขึ้นมาในภายหลัง ชม Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมืองราบัติ ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน คือ สุเหร่าฮัสซัน ที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่สร้างไม่เสร็จ จึงเหลือเพียงซากปรักหักพังและเสาอีก 365 ต้นเท่านั้น

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

icon-day-09

Rabat – Casablanka – Airport 

เช้า-หลังอาหารเช้า เดินทางสู่เมืองคาซาบลังก้า ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโมรอคโค และถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเป็นลำดับต้นๆของทวีปแอฟริกาอีกด้วย นำทุกท่านแวะชม ถ่ายรูปด้านนอก สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Mosque Hassan II) (**ไม่รวมค่าเข้าชม 120 DH**) ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นสุเหร่าที่สวยงาม สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโก สุเหร่ามีขนาดใหญ่มาก จุคนได้ราว 25,000 คน มีหอคอยสูงถึง 210 เมตร เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส    มิเชล แปงโซ (Michel Pinseau) และจัดลำดับเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในคาซาบลังกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสุเหร่าที่เมืองเมกกะ (Mecca) และเมดิน่า

11.00 น. นำทุกท่านมุ่งหน้าสู่สนามบิน เชคอินสายการบินการ์ตาแอร์เวย์  เที่ยวบิน QR 1396  ออกเดินทางเวลา 14.45 หลังจากนั้นแวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา

icon-day-10

Bangkok

01.25 น.  บินต่อสู่ประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน QR 834

12.40 น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ


morrocco114-hd10 DSC_0578 DSC_0639 DSCF7655 DSCF7743 DSCF7828 DSCF7838 DSCF7878 DSCF8216 IMG_0234 morrocco114-hd03 morrocco114-hd04 morrocco114-hd05 morrocco114-hd09

รวม

  • ตั๋วเครืองบินตามระบุในโปรแกรม
  • วีซ่า
  • ที่พักตามระบุในโปรแกรม พักห้องละ 2-3 ท่าน
  • อาหารตามที่ระบุในโปรแกรม
  • รถโค้ช ตามขนาดของคณะ
  • ค่าเข้าชม และกิจกรรมทุกประเภท ตามระบุในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทาง วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท ตามเงื่อนใขในแนบท้าย

ไม่รวม

  • มินิบาร์ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • Vat 7% และ Service Tax 3 % ในกรณีที่ต้องการใบกำกับภาษี

การจองทริป

  • ชำระส่วนแรกท่านละ 20,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่เหลือชำระหลังได้รับวีซ่า หรือก่อนเดินทาง 20 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

Leave a Reply

Be the First to Comment!

เตือน
avatar
wpDiscuz
error: Content is protected !!