ทัวร์โมรอคโค แกรนด์ทัวร์ 11 วัน 8 คืน

ทัวร์โมรอคโค 


อ่านก่อน – Culture Style

  • เดินทางกลุ่มเล็ก การันตีไม่เกิน 20 ท่าน
  • โปรแกรมไม่เร่งรีบ มีเวลาให้ถ่ายรูป
  • ทริปเราจัดเองไม่ได้ส่งต่อให้ใคร
  • พักโรงแรม 4 ดาว (ขึ้นกับสภาพพื้นที่) สะอาด ปลอดภัย
  • พักริยาด ที่พักแบบโมรอคโคแท้ๆที่ เฟสและมาราเกซ
  • เดินทางโดยรถโค้ชส่วนตัว
  • รวมทุกสิ่งอย่าง (ยกเว้นทิป)
รูปรีวิวทริปโมรอคโคกดที่นี่
Reviewtrip-Morocco

Reviewtrip-Morocco

กำหนดการเดินทาง
  • 22 ธ.ค.- 1 ม.ค. ค่าทริป  82,900 บาท

ติดต่อเรา (กดเลย)

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1     กรุงเทพฯ – คาซาบลังก้า

16.30 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4  ทีมงานทำการเช็คอินสายการบินเอทิฮัด เที่ยวบิน EY401

20.35 น. ออกเดินทางสู่คาซาบลังก้า(แวะเปลี่ยนเครื่องที่อบูดาบี)

วันที่ 2     Casablanca – Essaouira

02.45 น. บินต่อสู่ คาซาบลังก้า ด้วย เที่ยวบิน EY613

08.35 น. ถึงสนามบินนานาชาติโมฮัมเหม็ดที่ 5 แห่งเมืองคาซาบลังก้าซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตะวันออกของประเทศ และเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมด้วย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 6-7 ชั่วโมง) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมรับสัมภาระ

จากนั้น แวะชม สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Mosque Hassan II) (ชมด้านนอก) ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นสุเหร่าที่สวยงาม สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1993 ในวาระเฉลิมพระชนม์ครบ 60 พรรษาของกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 แห่งโมร็อกโก สุเหร่ามีขนาดใหญ่มาก จุคนได้ราว 25,000 คน มีหอคอยสูงถึง 210 เมตร เป็นศิลปะสไตล์โมร็อกโก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส มิเชล แปงโซ (Michel Pinseau) และจัดลำดับเป็นสุเหร่าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในคาซาบลังกาและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสุเหร่าที่เมืองเมกกะ (Mecca) และเมดิน่า

ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่เมือง Essaouira

–บ่าย–
 เดินทางถึงเมือง Essaouira ชาวท้องถิ่นเรียกเมืองนี้ว่า Mogador เป็นภาษาโปรตุเกสมีความหมายว่า กำแพง ซึ่งน่าจะหมายถึงกำแพงเมืองแห่งนี้นั้นเองเมืองนี้มีประวัติความเป็นมาเริ่มตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในอดีตเคยเป็นโรงงานย้อมสีแห่งสำคัญที่คอยป้อนสินค้าให้กับชาวโรมันเมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งตกปลาที่มีชื่อเสียง และมีตลาดซื้อขายจิวเวลลี่และงานฝีมือที่มีชื่อเสียงอีกด้วยจากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับสู่เมืองมาราเกซเอสซาอุรา เป็นเมืองชายทะเลที่โด่งดังเรื่องอาหารทะเลสดๆ ให้ทานได้ลองทานอาหารทะเลสดกัน

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศั

 

วันที่ 3     Essaouira – Marakesh

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า เดินทาง ออกเดินทางสู่ เมืองมาราเกซ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของ ประเทศโมรอคโค คำว่า มาราเกซ มีความหมายว่า ดินแดนแห่งพระเจ้า เมืองมาราเกซนั้นแบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นเมืองเก่า ในย่านนี้จะมีอาคารบ้านเรือนแบบดั้งเดิมและมีร้านค้าที่ขายของท้องถิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก อีกย่านหนึ่งนั้นเป็นย่านเมืองใหม่ที่จะมีอาคารปลูกสร้างสมัยใหม่ตั้งอยู่มากมาย

–บ่าย–
หลังอาหารกลางวัน พาท่านเดินเล่นที่ จัตุรัสจาม่า เอลฟีน่า (Jama El Fna Square) เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองอันมือชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโมรอคโค ในอดีตเคยเป็นลานประหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นลานการค้าที่คึกคัก ร้านขายของและร้านอาหารท้องถิ่นจำนวนมาก จะเริ่มเปิดร้านในช่วงเย็นๆ จัตุรัสแห่งนี้ยังมีนักดนตรี นักเต้น มาโชว์ความสามารถกันมากมาย ที่พลาดไม่ได้คือน้ำส้มคั้นสดๆ ราคาถูก รอบจตุรัสแห่งนี้

จากนั้นเดินทางเข้าสู่เขตเมืองเก่าหรือที่เรียกว่า เมดิน่า ซึ่งจะมีกำแพงเมืองล้อมรอบ นำชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) ที่มีการตบแต่งในศิลปะแบบ    มัวริส (Moorish) แท้ๆ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้คือความงามของเสาคอลัมน์หินอ่อน ในห้องโถงขนาดใหญ่ รวมถึงลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนผนังและตามเพดาน

นำชม Bahia Palace เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก่อสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์โมรอคโค ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 7 ปี เพื่อให้ปราสาทแห่งนี้ออกมาสมบูรณ์แบบและงดงามที่สุด สร้างขึ้นโดยผู้สำเร็จราชการในสมัยนั้น เพื่อให้เป็นวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น ตัวอาคารมีศิลปะกรรมที่แฝงไปด้วยการตบแต่งที่ละเอียดละออ

พาชม Koutoubia Mosque เป็นมัสยิดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในเมืองมาราเกซ มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินและอิฐแดง มีความสูงกว่า 80 เมตรด้วยกัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนใน มาราเกซ เราก็จะมองเห็น Koutoubia Mosque เยี่ยมชม Ali ben Youssef Medersa โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่14 และเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโมรอคโคอีกด้วย

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 4     Marakesh – Ait banhatdu

–เช้า–

หลังทาอาหารเช้า พาทุกท่านชม อ่างเก็บน้ำ Menara Garden  อดีตใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ มีไฮไลท์เป็นอาคารที่ริมอ่างเก็บน้ำและมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอตลาส

–บ่าย–

หลังรับประทานอาหารกลางวัน พาทุกท่านเดินทางข้าม เทือกเขา Atlas เทือกเขาที่ตั้งชื่อตามเทพ Atlas ที่มีตำนานกล่าวว่าเทพ Atlas พยายามโค่นล้มเทพเซอุส (Zeus) แต่ว่าไม่สำเร็จ จึงถูกจับและลงโทษด้วยการให้แบกเอาโลกไว้บนศีรษะ ระหว่างทางจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปถนนที่ผ่านสู่เทือกเขาแห่งนี้อันเหมือนผ้าพับ ในจุดที่จอดรถได้ ระหว่างทาง แวะเที่ยว เมือง Aït-Benhaddou เป็นเมืองที่ก่อสร้างหินทรายและเป็นเมืองที่อยู่ในรายชื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกอีกด้วย ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือ จุดพักของคณะคาราวาน ที่มาจากซาฮาร่ามุ่งหน้าไปยังมาราเกซ  เมืองนี้เคยมีทีมงานภาพยนตร์มาใช้โลเคชั่นแห่งนี้ในการถ่ายทำหนังมาแล้วกว่า 10 เรื่อง เช่น Lawrence of Arabia และ Gladiator

จากนั้นนำทุกท่านออกเดินทางสู่ เมือง ouazazate ได้ชื่อว่าเป็นประตูเมืองสู่ทะเลทราย เมืองแห่งนี้มีรายได้หลักจากการให้เช่าโลเคชั่นในการถ่ายทำหนัง ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและเคยมาถ่ายทำหนังที่เมืองแห่งนี้ ได้แก่ Lawrence of Arabia , The Mummy ,Gladiator และ Games of Thrones เป็นต้น

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

ทัวร์โมรอคโค 

วันที่ 5     Ouarzazate – Merzuga – Desert camp

–เช้า–
หลังอาหารเช้า ออกเดินทางสู่ Todra Gorge เป็นช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่กลางแม่น้ำ ด้วยความที่มีแม่น้ำไหลผ่านช่องเขาบริเวณนี้จึงมีลักษณะรูปทรงแปลกตาออกไปไม่เหมือนกับที่อื่นๆ พื้นที่บริเวณนี้ยังมีคนท้องถิ่นอาศัยอยู่ ถ้าโชคดีทุกท่านจะได้พบชาวบ้านที่ลากจูงลา อูฐ และแพะออกมาหาอาหารกินกันด้วย

–บ่าย–
หลังอาหารกลางวัน ออกเดินทางต่อ นำทุกท่านเดินทางสู่ หมู่บ้าน Merzouga ซึ่งอยู่ริมทะเลทรายซาฮาร่า ถือได้ว่าที่นี่เป็นประตูแห่งซาฮาร่า โดยรถ 4WD ถึงที่พัก เก็บสัมภาระ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทะเลทรายซาฮาร่า ที่ถือว่าเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เมื่อราว 1,000 ปีที่ผ่านมาเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เนื่องจากสมัยก่อนทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นแม่น้ำมาก่อนนั่นเอง แดดล่มลมตก สัมผัสประสบการณ์ปีนเขาทราย (Sand Dune) ณ ยอดเขา เราจะมองเห็นเม็ดทรายที่สะท้อนแสงเป็นสีชมพูอ่อนหวาน และเหลื่อมเงาที่เกิดจากลอนทราย กลายเป็นคลื่นทะเลทรายที่สวยงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคณะอูฐที่เดินมาตามสันทราย เหมือนกับสารคดีที่เราคุ้นเคยกันแต่เด็กอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ 6     Merzugar – Fez

–เช้า – บ่าย–
ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนนำท่านเปิดประสบการณ์ ขี่อูฐ รับประทานอาหารเช้าที่แคมป์ริมทะเลทราย ให้ท่านดื่มด่ำบรรยากาศทะเลทรายยามเช้าอีกซักหน่อย ก่อนเดินทางกลับสู่ Merzugar นำทุกท่านแวะชม Fossil Museum ซึ่งพิพิธภัณฑ์บรรพชีวินแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่อยู่ในทะเลทรายซาฮาร่า ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ท่านจะได้พบ ซากฟอสซิลหลากหลายสายพันธุ์

จากนั้นออกเดินทางสู่เมือง  Fez ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโมรอคโค Fez เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศโมรอคโคเมื่อปี 1925 เมืองแห่งนี้ถูกค้นพบโดยกษัตริย์ Idris I เมื่อปี 789 เมืองเฟซถูกยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกเนื่องจากตัวเมืองมีการอนุรักษ์ย่านเมืองเก่าได้ดีที่สุดในบรรดาประเทศในอาหรับด้วยกัน วันนี้เรียกว่าเป็นวันนั่งรถกันเลยทีเดียว แต่ระหว่างทาง ให้ท่านแวะชมบรรยากาศเมือง Ifrane เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์ ยุโรปแห่งโมรอคโค

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ เมืองเฟส

ทัวร์โมรอคโค 

วันที่ 7    Moulay Idriss Mausoleum –  Chouara Tannery – Dar el-Makhzen

–เช้า-เย็น–
หลังรับประทานอาหารเช้า พาท่านท่องเที่ยวในเมืองเฟชกันเต็มวันเลย โดยเริ่มที่แรก ชม Moulay Idriss Mausoleum สุสานของ Moulay Idriss II ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ปกครองประเทศโมรอคโคในช่วงปี 807 – 828 ชม Kairaouine Mosque & University สุเหร่าซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยและมัสยิดในพื้นที่เดียวกัน และถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกในประเทศโมรอคโคและเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนศาสนาอิสลาม ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย เยือน Chouara Tannery หรือ ลานย้อมผ้าประจำเมือง Fez เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหนังมาก ใครมาเยือนก็จะต้องซื้อหาเครื่องหนังติดมือไปเป็นของฝาก สาเหตุที่เมืองแห่งนี้โด่งดังในเรื่องเครื่องหนังเนื่องจากกรรมวิธีในการฟอกหนังนั้นทำด้วยมือทั้งหมด และเป็นวิธีการที่สืบทอดกันมากว่าพันปีแล้วนั่นเอง ลานฟอกหนังในเมือง Fez ถือว่าเป็นลานฟอกหนังที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศโมรอคโคเลยทีเดียว

ปิดท้ายวันด้วยการไปชม พระราชวัง Dar el-Makhzen ถ่ายรูปและชื่นชมความงดงามของพระราชวังแห่งนี้จากภายนอก เนื่องจากพื้นที่ภายในไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

ทัวร์โมรอคโค 

chefchaouen 002.JPG

8549.jpg

วันที่ 8    Fez – Volubilis – Chefchaoun 

–เช้า
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำทุกท่านออกเดินทางไปเยี่ยมชม เมืองโบราณ Volubilis ซึ่งเป็นเมืองที่เคยอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันอยู่นานถึง 700 ปี จากนั้นจึงถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งกษัตริย์ Idris ibn Abdallah ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ Idrisid แผ่ขยายอาณาเขตมาปกครองเมืองแห่งนี้ สิ่งก่อสร้างที่เหลืออยู่ในเมืองโบราณแห่งนี้คือ ซากบ้านเรือนสไตล์โมรอคโคและพื้นกระเบื้องโมเสคที่ได้รับการอนุรักษ์และต่อเติมเป็นอย่างดี

–บ่าย–
หลังอาหารกลางวันชม ป้อม Oudaya Kasbah เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ Almohads ภายในประกอบไปด้วยพระราชวังและมัสยิดที่สร้างต่อเติมขึ้นมาในภายหลัง ชม Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมืองราบัติ ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน คือ สุเหร่าฮัสซัน ที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่สร้างไม่เสร็จ จึงเหลือเพียงซากปรักหักพังและเสาอีก 365 ต้นเท่านั้น

Dinner&Hotel  รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

ทัวร์โมรอคโค

วันที่ 9     Chefchaouen – Rabat – Casablanca

–เช้า–
หลังรับประทานอาหารเช้า นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง Rabat เมืองหลวงของประเทศโมรอคโค ถูกสถาปนาขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองในช่วงปี 1912  แทนที่เมืองเฟสเนื่องจากเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงในเมืองเฟส (ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.)

–บ่าย–
หลังอาหารกลางวันชม ป้อม Oudaya Kasbah เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ Almohads ภายในประกอบไปด้วยพระราชวังและมัสยิดที่สร้างต่อเติมขึ้นมาในภายหลัง ชม Mohamed V Mausoleum and Hassan Tower สถานที่ทางประวัติศาสตร์ ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งประจำเมืองราบัติ ภายในเป็นสุสานที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ Hassan II และเจ้าชาย Abdallah ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมประจำราชวงศ์ Alaouite ที่เป็นอาคารสีขาว และมีหลังคาสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นถือว่าเป็นสีประจำศาสนาอิสลามอีกด้วย ด้านหน้าของสุสาน คือ
สุเหร่าฮัสซัน ที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่สร้างไม่เสร็จ จึงเหลือเพียงซากปรักหักพังและเสาอีก 365 ต้นเท่านั้น

–เย็น–

เดินทางสู่เมืองคาซาบลังก้า ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศโมรอคโค และถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเป็นลำดับต้นๆของทวีปแอฟริกาอีกด้วย รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พักที่ เมือง Casablanka พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันที่ 10     Casablanca – Airport

–เช้า–
หลังอาหารเช้า นำทุกท่านมุ่งหน้าสู่สนามบิน เชคอินสายการบินเอทิฮัด เที่ยวบิน EY612

11.25 น. ออกเดินทางจากคาซาบลังก้า หลังจากนั้นแวะเปลี่ยนเครื่องที่อาบูดาบี จากนั้นบินต่อสู่ประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน EY406

วันที่ 11     Bangkok

09.10  น. เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ


รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-คาซาบลังก้า  และภาษีสนามบิน
  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว หรือ เทียบเท่า พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • วีซ่าแบบปกติ (สำหรับพาสปอร์ตไทย)
  • อาหารทุกมื้อตามรายการ
  • ค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ตลอดการเดินทาง
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม
  • ค่าเข้าชมตามรายการที่ระบุ
  • ค่าขี่อูฐชมพระอาทิตย์ขึ้น
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ไม่รวม

  • ทิปตามสมัครใจ : Guide เป็นคนไทย ไม่มีการบังคับทิปขั้นต่ำ
  • ทิป Local Guide และคนขับรถ 4 Euro/วัน/คน
  • ค่าหนังสือเดินทาง และค่าแปลเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ประกันกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย (ซื้อเพิ่มได้)
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี vat 7% และ service tax 3%

การจองทริป

  • สำรองที่นั่ง 30,000 บาท ภายใน 3 วัน​ ส่วนที่เหลือ​ชำระก่อนเดินทาง ​30 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
เงื่อนใขการบริการ
  • ทริปออกเดินทางเมื่อครบ 20 ท่าน สำหรับทริปมาตรฐาน
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)
error: Content is protected !!