ทัวร์ดอกไม้บานฮอกไกโด

กำหนดการเดินทาง

*จัดทริปส่วนตัว  – ราคาพักเดี่ยว กรุณาสอบถามทีมงาน

Trip Review

 

ทำไมต้องดอกไม้บานฮอกไกโด
ทริปนี้เราเที่ยวกันแบบไหน (แต่ละทริปมีรูปแบบแตกต่างกัน)
  • ทัวร์สไตล์กลุ่มเล็ก กันเอง คล่องตัว
  • เน้นเที่ยว ถ่ายรูปเต็มที่
  • เดินทางด้วยรถไฟสาธารณะที่เป็นระบบการขนส่งที่ดีที่สุดในโลก
  • ไปได้ไกลกว่า เพราะรถไฟวิ่งได้ 300 Km/h เราจึงไปได้เยอะกว่าและประหยัดเวลากว่า
  • โรงแรม 3 ดาวหรือเทียบเท่า ใกล้สถานีรถไฟถือเป็นย่านการค้าสำคัญชอบปิ้งสะดวกปลอดภัย


Line Line
ติดต่อเรา (กดจากปุ่มได้เลย)
painaima
painaimadotcom
02-635-3445
089-478-9334
travel@painaima.com

icon-day-01กทม – นาริตะ

  • 20.30 นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เตรียมตัวเดินทางไปสู่นาริตะ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG642 เวลา 23.50 น.

 

icon-day-02นาริตะ – Chitose – อาซาฮิกาว่า

  • 08.10 เดินทางถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ผ่านพีธีตรวจคนเข้าเมืองและรอต่อเครื่องเพื่อบินต่อสู่เกาะฮอกไกโด
  • สนามบิน Chitose แห่งเกาะฮอกไกโด จากนั้นนั่งรถไฟสู่เมืองอาซาฮิกาว่า เมื่อเดินทางถึงเมืองอาซาฮิกาว่า เข้าที่พักเก็บสัมภาระ ก่อนพาท่านออกมาเดินเล่น
  • ถนนช้อปปิ้งเฮวะ(Heiwa Dori) เป็นถนนคนเดินหลักของเมืองอาซาฮิกาว่า สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์เนม และในฤดูร้อนจะมีแผงขายของสด ผักผลไม้ และอื่นๆมาเปิดขายกันอย่างคึกคัก ซึ่งถนนแห่งนี้เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างย่านธุรกิจทางฝั่งตะวันออก กับย่านร้านอาหาร และคลับ บาร์ ทางฝั่งตะวันตก เริ่มเปิดตั้งแต่ปี 1972 นับเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นที่จัดให้เป็นถนนคนเดินแบบถาวร และยังมีระบบทำความร้อนที่พื้นเพื่อไม่ให้น้ำแข็งจับจนลื่นในช่วงฤดูหนาว และ อิสระรับประทานอาหารเย็น จากนั้นเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย   ** คืนนี้นอนที่ เมืองอาซาฮิกาว่า **

 

icon-day-03อาซาฮิกาว่า – Tomita farm – Asahikawa

  • Tomita farm ชื่นชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงามจนได้ชื่อว่าเป็น โปรว้องซ์ของเอเซีย
  • สถานี Lavender Farm Station เราจะได้พบกับทุ่งดอกไม้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทุ่งลาเวนเดอร์ สีม่วงชูช่อ บนเนินเขากว้างใหญ่ และทุ่งดอกไม้สีรุ้ง ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ ของ Tomita Farm ไปแล้ว ฟาร์มจะแบ่งออกเป็นแปลงๆ มีอยู่ 6 ส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแปลงดอกไม้หลากชนิดสีสันจัดจ้าน อาทิ ดอกป็อปปี้หลากพันธุ์ต่างสี ดอกหญ้าโทดเฟล็กซ์ ดอกรัสเซลลูปิน จะเบ่งบานสวยงามเต็มที่ในเดือนกรกฎาคม และ แปลงดอกไม้สีสายรุ้งที่เราคุ้นตากัน นอกจากแปลงดอกไม้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีบ้านหรืออาคารให้เข้าชมอีกหลายหลัง เลือกสินค้าของที่ระลึกที่ผลิตจากดอกไม้ที่ปลูกอยู่ภายในฟาร์ม เช่น สบู่ ลิปมัน  ครีมอาบน้ำ โลชั่น ลูกอม ไอศครีม พัด  ชากระป๋อง น้ำหอม เสื้อยืด ผ้าปิดตา ถุงผ้า
  • เมืองซัปโปโร เก็บสัมภาระเข้าที่พัก ก่อนออกไป ย่านซูซูกิโนะ(Susukino) เป็นย่านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยร้านค้า บาร์ ร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ และตู้ปาจิงโกะ รวมกว่า 4,000 ร้าน ป้ายร้านค้าสว่างไสวยามค่ำคืนจนถึงเที่ยงคืนเลยทีเดียว และที่นี่ตรอกราเมง Yokocho ที่มีชื่อเสียงของซัปโปโร และร้านอื่นๆหลายร้านให้เลือกลิ้มลองรสชาติ

 

icon-day-04ซัปโปโร หอนาฬิกา โรงงาน ชอคโกแลต- โอตารุ

  • เมืองซัปโปโร เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศญี่ปุ่น
  • อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่า หรือ อะคะเร็งงะ(Akarenga) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2416 เป็นอาคารในสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา โดยลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ถูกตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง อาคารหลังนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ.2512
  • หอนาฬิกาซัปโปโร ซึ่งมีความเก่าแก่มาก ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นโรงฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน แล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ    
  • สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ตัดผ่านใจกลางเมืองซัปโปโร มองไปด้านตะวันตกของสวนสาธารณะโอโดริก็จะเห็นหอโทรทัศน์ซึ่งเป็นหอที่มีความสูงที่สุดทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นเลย ร่วมกันเก็บภาพความประทับใจ และ ชมความงามของพันธุ์ไม้นานาชนิดโดยรอบ
  • โรงงานช็อกโกแลต ชิรอยคอยบิโตะ เป็นสถานที่รวบรวมประวัติความเป็นมา ของช็อคโกแลตชนิดต่างๆ ที่ผลิตช็อกโกแลตอันเลื่องชื่ออย่าง Shiroi Koibito คุ้กกี้สอดไส้ไวท์ช็อกโกแลต ที่ทำจากนมโคจากฮอกไกโดที่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่น เหล่าตุ๊กตาเชฟพ่อครัวจะพากันร้องรำทำเพลงในช่วงเริ่มต้นชั่วโมงใหม่ทุกชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกาะฮอกไกโด  ก่อนนั่งรถไฟประมาณ 40 นาทีเพื่อเดินทางสู่เมืองโอตารุ
  • เมืองโอตารุ  หนึ่งในเมืองโบราณ ที่เคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือของญี่ปุ่น (ในสมัยก่อนใช้ในการขนถ่ายสินค้า และทำการประมง) พาท่านเที่ยวชมความสวยงามและโรแมนติคของเมืองโอตารุด้วยการสรรสร้างอย่างลงตัวของสไตล์ยุโรป ถ่ายรูปวิวสุดแสนโรแมนติคของโกดังเก่าที่สะท้อนบนผิวน้ำของคลองโอตารุ และสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองจากร้านค้าต่าง ๆ ที่ถูกดัดแปลงมาจากโกดังเมื่อสมัยก่อนได้อีกด้วย อาทิเช่นกล่องดนตรี
  • พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ชมวิธีการผลิตกล่องดนตรีและเลือกซื้อกล่องดนตรีหลากหลายแบบหลากหลายขนาดหรือแม้แต่ออกแบบกล่องดนตรีของคุณเองที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก , ผลิตภัณฑ์จากแก้วเป่า จากโรงงานเป่าแก้ว ให้ท่านชมความสวยงามของแก้วหลากสีสัน ส่องแสงแวววาวราวคริสตัล จนสมควรแก่เวลา 

 

icon-day-05ซัปโปโร – ฮาโกดาเตะ – เมืองเก่า Motomashi  -โกดังอิฐแดง

  • Hakodate เมืองเล็กๆที่อยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะฮอกไกโด เป็นเมือง
    ท่าและที่นี่ยังเป็นท่าเรือนานาชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นถือเป็นประตูการค้า ของเกาะฮอกไกโดเลยก็ว่าได้
  • เมืองเก่า Motomashi ที่ครั้งหนึ่งเป็นย่านการค้าที่คึกคักแต่ในปัจจุบันกลายเป็นย่านโรแมนติคแสนหวาน ประกอบไปด้วย โบสถ์เก่าสไตล์กอธิค โบสถ์สไตล์ไบแซนไตน์ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮากาดาโตะ ตึกเก่าสไตล์โคโลเนียล กงสุลเก่าของอังกฤษ หนึ่งในสถานที่ที่คู่รักนิยมมาประกอบ พิธีแต่งงานกัน ตึกแดง ที่สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมของราชวงศ์ฉิง และถูกรายล้อมรอบด้วยอาคารโคโลเนียลมากมาย
  • ย่านตึกแดง หรือ โกดังแดง  ซึ่งตั้งโดดเด่น เรียงรายริมอ่าวจนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮาโกดาเตะแห่งนี้ ซึ่งอาคารอิฐแดงเก่าแก่ร้อยกว่าปีที่เคยใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าเพราะอดีตเคยเป็นท่าเรือริมน้ำ และปัจจุบันได้ดัดแปลงมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของเมือง มีร้านค้ามากมาย ทั้งร้านของที่ระลึก ร้านเสื้อผ้า รวมไปถึง ร้านอาหาร ภัตตาคารที่มีการตกแต่งให้น่านั่ง ท่ามกลางวิวสวยๆ ริมอ่าว ให้ความรู้สึกเหมือนมายุโรป โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟตกแต่งโรแมนติกมาก 
  • ขึ้นกระเช้าชมวิวคุ้งอ่าวฮาโกดาเตะ มองเห็นตัวเมืองฮาโกดาเตะภายใต้แสงไฟสวยงามอย่างยิ่ง  


icon-day-06Hakodate – เซนได – วัดยามาเดระ – ถนนช้อปปิ้งอิจิบันโจ

  • ตลาดเช้า(Hakodate Asaichi) ตลาดนี้เปิด 6 โมงเช้า ตลาดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮะโกะดะเตะ เป็นตลาดที่จำหน่ายอาหารรสเลิศจากฮะโกะดะเตะ เช่น สินค้าจากทะเล ผัก ผลไม้ ของหวาน และชินมิ (อาหารทะเลแปรรูป) ไฮไลท์ที่นี่คือ บ่อตกปลาหมึก ที่มีบริการชำแหละหมึกกันสดๆ ให้ทานเป็นซาซิมิ ขึ้นชื่อของที่นี่
  • เดินทางลอดอุโมงใต้ทะเลที่เชิ่มต่อระหว่างเกาะฮอกไกโดและเกาะฮอนชู มุ่งหน้าสู่เมืองเซนไf
  • เมืองเซนได เข้าที่พักเก็บสัมภาระ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมวัด Yamadera ที่แปลว่า วัดบนภูเขา และมีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดบันไดพันขั้น ประกอบไปด้วยอาคารของวัด วิหาร ต่างๆ  ชั้นล่าง คือ วิหารคอนปอน-ชูโดะ   เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่กว่า 800 ปี  และเมื่อเดินขึ้นบันได 1100 ขั้นแล้ว 
  • วัดริชชะคุจิ ที่สร้างขึ้นเมื่อ 860 ปีที่แล้ว เพื่อเป็นวัดสาขาของวัดเอ็นเรียคุจิ วัดต้นกำเนิดศาสนาพุทธนิกายเทนใด

 

icon-day-07เซนได – เกียวโต

  • เมืองเกียวโต (ใช้เวลานั่งรถไฟชินคันเซนประมาณ 4.30 ชม.)
  • วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิซึเดระ ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ.798 มีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ไหลผ่านทำให้เป็นที่มาของชื่อ “วัดน้ำใส” เราจะไปชมอาคารที่มีชื่อเสียงของวัด นั่นก็คืออาคารไม้ขนาดใหญ่ เสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน  ความพิเศษก็คืออาคารไม้ของวัดคิโยะมิซุสร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูตอกแม้แต่ตัวเดียวในการก่อสร้าง และโถงอาคารก็ถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามสามารถมองเห็นเมืองเกียวโตในฤดูต่างๆ อีกทั้งยังเป็นจุดชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโตอีกด้วย ความพิเศษก็คืออาคารไม้ของวัดคิโยะมิซุสร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูตอกแม้แต่ตัวเดียวในการก่อสร้าง วัดนี้ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของโตเกียว และได้ถูกคักเลือกให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์เกียวโตโบราณ และยังได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลก จาก UNESCO
  • วัดทอง หรือ วัดคินคะคุจิ เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเกียวโต วัดนี้ถูกสร้างเพื่อใช้เป็นบ้านพักของท่านโชกุนอาชิกาก้า โยชิมิสุ และท่านมีความตั้งใจยกบ้านพักแห่งนี้ให้เป็นวัดนิกายเซนภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต  ที่วัดแห่งนี้มีสถาปัตกรรมที่งดงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมด้านหน้าใกล้กับทางเข้าวัด เป็นภาพวัดสีทองที่สะท้อนกับผืนน้ำ   และอย่างทุกท่านเคยได้ยิน วัดนี้เก่ยวข้องกับตำนานเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องอิกคิวซัง เพราะวัดนี้เคยเป็นที่พำนักของโชกุนอาชิคางะ โยชิมิซึ (Shogun Ashikaga Yoshimitsu) ผู้ที่ชอบทายปุจฉา – วิสัชนากับอิกคิวซังในการ์ตูนอีกด้วย
  • ย่าน Dotomburi ชมสีสันยามค่ำคืนของเมืองโอซาก้า ชิมอาหารขึ้นชื่อ (Ramen, Yakisoba, Okonomiyaki และพลาดไม่ได้กับ ทาโกะยากิต้นตำรับเมืองโอซาก้าแท้ๆ) 

 

icon-day-08โอซาก้า  –  กทม

  • ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ถือว่าเป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่และสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เนื่องจากปราสาทนี้ยังไม่เคยถูกทำลายในยุคที่มีสงคราม ไฟไหม้ หรือการเกิดแผ่นดินไหว ยังคงรูปแบบดั้งเดิมของตัวปราสาทเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์(ปราสาทดั้งเดิมที่เหลืออยู่มีทั้งหมด 12 แห่ง) จึงทำให้ได้รับการบันทึกเป็นมกดกโลกจากยูเนสโก้ และเป็น 1 ใน 4 ปราสาทที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น (ร่วมกับอีก 3 แห่งคือ Matsumoto Castle, Inuyama Castle และ Hikone Castle) ปัจจุบันนี้มีการบูรณะซ่อมแซมปราสาทตรงส่วนหลังคาและผนัง ระยะเวลาการซ่อมแซมตั้งแต่เดือนเมษายน 2010 จนเพิ่งมาเปิดให้เข้าชมเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม 2015 ที่ผ่านมา
  • เมือง Kyoto เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีสเน่ห์ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เที่ยววัด Fushimi Inari หรือ วัดจิ้งจอกขาว อันเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งการเพาะปลูก แทนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ในการทำเกษตรกรรมในอดีต วัดแห่งนี้มีจุดเด่นที่ประตูเสาแดงหรือโทริอิ (Torii) สีแดงนับพันเรียงรายไปตามทางเดิน เป็นฉากหนึ่งในหนังเรื่องเกอิซาที่หนูน้อยวิ่งผ่านไปขอพร
  • ย่านชินไซบาชิ Shinsaibashi ย่านช็อปปิ้งชื่อดังของนครโอซาก้า ภายในย่านนี้มีร้านค้าเก่าแก่ ปะปนไปกับร้านค้าอันทันสมัย และสินค้าหลากหลายรูปแบบทั้งสำหรับเด็ก และผู้ใหญ่ ซึ่งย่านนี้ถือว่าเป็นย่านแสงสี และบันเทิงชั้นนำแห่งหนึ่งของนครโอซาก้า อีกทั้งยังมีร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งเสน่ห์อย่างหนึ่งคือ ทุกร้านจะประดับประดาร้านของตนด้วยแสงไฟนีออนซึ่งดัดทำให้เป็นรูปปู กุ้ง และปลาหมึก ซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและแวะถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกอย่างมาก และร้านค้าทุกแห่ง จะพยายามสร้างจุดเด่นให้แก่ร้านของตนให้ได้มากที่สุด เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ สัญลักษณ์เด่นของย่านนี้คือ ตึกรูปเครื่องหมายการค้าของ กูลิโกะ ผลิตภัณฑ์ขนมชื่อดังจากญี่ปุ่นนั่นเอง ปล่อยอิสระช้อปปิ้งในค่ำคืนสุดท้ายที่เมืองโอซาก้าเต็มที่ และ เราจะฝากท้องมื้อเย็นนี้ที่นี่ จนได้เวลาอันสมควร
  • 21.00 เดินทางไปที่สนามบินคันไซ  เพื่อเตรียมตัวเชคอิน กลับสู่ กรุงเทพมหานคร  โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG673

icon-day-09กทม

  • 00.30 บินกลับสู่ประเทศไทย
  • 04.20 เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ

 

รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ – ญี่ปุ่น ชั้น economy สัมภาระ 20 Kg
  • ที่พักระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่า ใกล้สถานีรถไฟ พักห้องละ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • ค่าพาหนะ และค่าเข้าชมตามระบุในโปรแกรม

ไม่รวม

  • อาหารกลางวันและเย็น
  • มินิบาร์
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี ser tax 3% และ tax  7 %

การจองทริป

  • ชำระส่วนแรกท่านละ 5,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่สอง 50% ของที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 45 วัน 
  • ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 25 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

ตารางทริปตลอดปี

 

Leave a Reply

Be the First to Comment!

เตือน
avatar
wpDiscuz
error: Content is protected !!