ทัวร์อินเดีย เคราล่า 6 วัน 4 คืน

วันที่จัด
  • xx/xxx/xxxx ค่าทริป 39,900 บาท
รูปรีวิวทริปอินเดีย เคราล่า

รูปรีวิวทริป

ติดต่อเรา (กดเลย)

โปรแกรมการเดินทาง

วันที่ 1     กรุงเทพฯ – เมืองโคชิน (อินเดีย)

19.00 น.   คณะเดินทางพบกัน ณ สนามบินนานาชาติดอนเมือง TERMINAL 1 ชั้นผู้โดยสารขาออก เพื่อทำการเช็คอินและรับบัตรโดยสาร

21.55 น.   คณะออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง สู่เมืองโคชิน ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน AIRASIA เที่ยวบินที่ FD170

00.15 น.   คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติเมืองโคชิน หรือสนามบินเนดุมบาสเซอรี่ (NEDUMBASSERY AIRPORT)  หลังเสร็จพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจเช็คกระเป๋าเดินทางกับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโคชิน

เมืองโคชิ หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย คือ เมืองโคชิน ตั้งอยู่ในมณฑลเออนาคุลัม (ERNAKULAM) รัฐเคราล่าภาคกลาง เป็นเมืองที่ถูกขนานนามว่า “ราชินีแห่งทะเลอาราเบียนในอินเดียใต้” และเป็นเมืองที่มีประวัติอันยาวนานและมีความสำคัญมาก ในฐานะเมืองท่าที่มีความสำคัญด้านเครื่องเทศมาแต่สมัยโบราณ และมาโด่งดังในช่วงสมัยล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก แม้กระทั่งวาสโกดากาม่า นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ชาวโปรตุเกส ยังได้มาสัมผัสและฝังร่างกายของเขา ณ ดินแดนที่น่ามหัศจรรย์แห่งนี้

เมืองโคชินแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม การประมง และการปลูกยางพารา รวมไปถึงเป็นเมืองที่ประสิทธิ์ประสาทศาสตร์แห่งอายุรเวทที่โด่งดังไปทั่วโลก

–ค่ำ–

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองโคชิน

วันที่ 2     เมืองโคชิน – เมืองมุนนาร์

–เช้า–
หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ เมืองมุนนาร์ “ดินแดนแห่งไร่ชา ป่าโกโก้ และสวนสมุนไพรในสายหมอก” ซึ่งเมืองมุนนาร์เป็นเมืองที่มีความหมายว่า “จุดบรรจบของมหานทีทั้ง 3” แต่ในทางภูมิประเทศนั้น เมืองมุนนาร์ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบกันของแนวเขา 3 ลูก อันได้แก่ มัทรบูชา นาลลาธานี และคันธารา ซึ่งอยู่ในระดับความสูง 1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่รายล้อมไปด้วยไร่ชาสุดลูกหูลูกตา โดยในสมัยที่ประเทศอินเดียเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ เมืองมุนนาร์ถูกใช้เป็นสถานที่พักตากอากาศของรัฐบาลอังกฤษ ในช่วงฤดูร้อน และเกิดอุตสาหกรรมชาเกิดขึ้น จนเป็นเศรษฐกิจหลัก

–บ่าย–
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้น
นำท่านเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์ชาคานันเดวาน (KANAN DEVAN TEA MUSUEM) ชมจุดกำเนิดของไร่ชาในเทือกเขาคานันเดวาน (KANAN DEVAN HILLS) ที่ปัจจุบันยังคงดำเนินกิจการด้านการทำไร่ชา ที่แวดล้อมไปด้วยไร่ชานิลคีรีอันมีชื่อเสียงของอินเดียใต้ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้จัดแสดงเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมชาและอุปกรณ์ต่างๆที่มีการ  เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สื่อสารในยุคโบราณ ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้ให้บริการขายชาและผลผลิตต่างๆ ของเมืองมุนนาร์ อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย (ปิดทำการทุกวันจันทร์ ศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

–เย็น–

นำท่านชมโชว์ การแสดงขัตถะกาลี  (KATHAKALI DANCE SHOW)  เป็นการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองโบราณของรัฐเคราล่า (ราว 200 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษ) ที่ใช้ศิลปะการแสดงผ่านทางมือ สีหน้า และอากัปกริยา ที่หยิบเนื้อเรื่องและถ่ายทอดเรื่องราวจากวรรณกรรมเอกของประอินเดีย ได้แก่ มหาภารตะและรามายณะ การแต่งหน้าและการแต่งกาย ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะของการแสดงขัตถะกาลี
(การแสดงขัตถะกาลี เริ่มเวลา 18.00 น. – 19.00 น. โดยคณะจะเดินทางไปยังโรงละครเวลาประมาณ 17.30 น. เพื่อชมการแต่งหน้าและแต่งกายนักแสดงก่อนการแสดงฯ)

–ค่ำ–

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองมุนนาร์ ณ โรงแรม สุด CHIC ในไร่ชา พร้อมรับประทานอาหารค่ำ

วันที่ 3     เมืองมุนนาร์ – เมืองโคชิน

–เช้า–

หลังอาหารเช้า นำท่านเที่ยว ชมไร่ชาแบบสุดเอ็กคลูซีฟในเมืองมุนนาร์ อิสระให้ท่านได้เข้าสัมผัสสวนชาอันแสนงดงามที่ตัดกับลมหนาวและสายหมอก เต็มอิ่มกับวิวทิวทัศน์ของไร่ชา ขนาด 50,000 เอเคอร์แห่งเทือกเขาคานันเดวาน โดยภายในบริเวณไร่ชา จะมีบริการถ่ายภาพพร้อมใส่ชุด คนงานเก็บชา (อัตราค่าบริการ 15-20 รูปี/ 1 รูปภาพ) และร้านรวงที่ขายผลผลิตในบริเวณไร่ชา

–เที่ยง–

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ในโรงแรมเมืองมุนนาร์

–บ่าย–

นำท่านเที่ยวชม ตัวเมืองมุนนาร์ ชมวิถีชีวิตประจำวันของชาวเมืองมุนนาร์ พร้อมชมย่านการค้า รวมไปถึงความศรัทธาต่อศาสนาต่างๆของชาวเมืองมุนนาร์ เนื่องจากหากเดินในเมืองจะสามารถมองเห็น 3 มหาศาสนสถาน อันประกอบไปด้วย โบสถ์คาทอลิก เทวาลัยฮินดู และมัสยิด ที่ตั้งตระหง่านอย่างวิจิตรงดงาม

จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเมืองโคชิน อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตพลเมืองท้องถิ่นริมสองฝั่งทาง

–ค่ำ

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองโคชิน ณ โรงแรมแบบ INTERNATIONAL CHAIN HOTEL

วันที่ 4     เมืองโคชิน

–เช้า–

หลังอาหาร นำท่านเปิดประสบการณ์ในเมืองท่าโบราณ “เขตป้อมปราการแห่งโคชิ (FORT KOCHI)” ที่เป็นเกาะตามแนวชายฝั่งทะเลอาระเบียนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมนต์เสน่ห์แบบยุโรป ที่คงไว้ซึ่งอารยธรรมที่น่าจดจำ โดยป้อมปราการแห่งโคชินั้น ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่พักอาศัยของชุมชนชาวโปรตุเกส โดยสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนต่างๆในเขตนี้จะถูกเรียกว่า “อินโด-โปรตุกีส” ซึ่งถือได้ว่าเป็นศิลปะที่เกิดก่อนเมืองโบราณในจังหวัดภูเก็ต ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “ชิโน-โปรตุกีส” ภายหลังเมื่อโปรตุเกสหมดอำนาจ ชาวฮอลันดาและชาวอังกฤษได้เข้ามาเปลี่ยนมือตามลำดับเหตุการณ์ล่าอาณานิคมของยุโรป

จากนั้นนำท่านเที่ยวชม มหาวิหารซางตาครูซ (SANTA CRUZ CATHEDRAL) โบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกที่ถูกสร้างขึ้นในปีพุทธศักราชที่ 2048 (คริสต์ศักราชที่ 1505) โดยชาวโปรตุเกส ซึ่งถือได้ว่าเป็นโบสถ์ที่สร้างเป็นลำดับต้นๆ รองมาจากโบสถ์เซนต์ฟรานซิส (ST. FRANCIS CHURCH) โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค  ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราชที่ 2101 (คริสต์ศักราชที่ 1558) โบสถ์แห่งนี้ ได้รับการเลื่อนฐานะเป็นมหาวิหารของคริสต์ศาสนาที่มีสังฆราช (BISHOP) เป็นประมุขและที่เป็นที่ตั้งของ “อาสนะสังฆราช” (BISHOP’S CATHEDRAL) โดยสันตะปาปาพอล ลำดับที่ 4

หลังจากความอ่อนแอของชาวโปรตุเกสได้เริ่มขึ้น ทำให้เกิดการแย่งชิงเมืองโคชินโดยชาวฮอลันดา ในปีพุทธศักราชที่ 2206 (คริสต์ศักราชที่ 1663) ทำให้เกิดการทำลายโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกทั้งหมด ยกเว้นโบสถ์เซนต์ฟรานซิส (ST. FRANCIS CHURCH) ซึ่งมหาวิหารซางตาครูซแห่งนี้ก็ถูกทำลายเช่นเดียวกัน แต่มหาวิหารแห่งนี้ได้รับการบูรณะกลับมาใช้งานได้ดั่งเช่นเคยเมื่อปีพุทธศักราชที่ 2430 (คริสต์ศักราชที่ 1887) ในสมัยที่อังกฤษปกครองประเทศอินเดีย โดยเป็นดำริของสังฆราช “ดี. เจา โกเมส เฟอร์ไรร่า” (BISHOP D. JOÃO GOMES FERREIRA) แต่มาแล้วเสร็จในช่วงสมัยสังฆราช “ดี. มาเฮอุส เดอ โอลิเวียร่า ซาเวียร์” (D. MAHEUS DE OLIVEIRA XAVIER) ในปีพุทธศักราชที่ 2448 (คริสต์ศักราชที่ 1905) และเมื่อปีพุทธศักราชที่ 2547 (คริสต์ศักราชที่ 2004) มหาวิหารซางตาครูซได้จัดการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 500 ปี

นำท่านเที่ยวชม โบสถ์เซนต์ฟรานซิส (ST. FRANCIS CHURCH) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปีพุทธศักราชที่ 2046 (คริสต์ศักราชที่ 1503) โดยนักบวชในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ตามสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโคชิน และเป็นสถานที่เก็บศพของวาสโกดากาม่า นักสำรวจชาวโปรตุเกสที่สิ้นชีวิต ณ เมืองโคชินแห่งนี้ เมื่อปีพุทธศักราช 2067 ก่อนจะย้ายศพของเขาไปเก็บไว้ที่ประเทศโปรตุเกสในเวลาต่อมา (ปิดทำการทุกวันพฤหัสบดี วันศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

นำท่านเยี่ยมชม พระราชวังมัททันเชอรี่แห่งฮอลันดา (THE MATTANCHERRY DUTCH  PALACE) พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวโปรตุเกสเมื่อปีคริสต์ศักราช 1555 เพื่อเป็นเครื่องบรรณาการและสร้างสัมพันธไมตรีในการร่วมทำการค้าแก่ ราชาวีระ เคราล่า วาร์มา มหาราชาแห่งโคชิน (KING VEERA KERALA VARMA) แต่ได้มีข่าวลือว่าเป็นการสร้างถวายเพื่อเอาใจมหาราชา หลังจากที่ชาวโปรตุเกสได้ปล้นสะดมเทวสถานฮินดูในบริเวณใกล้เคียง ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคเสื่อมอำนาจของโปรตุเกส ชาวฮอลันดาได้เข้ามามีอิทธิพลในแผ่นดินแห่งนี้แทนและได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังแห่งนี้ ในปีคริสต์ศักราช 1663

พระราชวังมัททันเชอรี่แห่งฮอลันดา ถูกออกแบบสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเนลาเคตทู ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโบราณของรัฐเคราล่าที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบยุโรปตรงบริเวณซุ้มประตู โดยพระราชวังแห่งนี้เป็นอาคาร 2 ชั้น แบบจตุรมุข โดยเปิดลานกว้างตรงกลางของพระราชวัง และพื้นที่ปูในพระราชวังทำมาจากเปลือกมะพร้าวเผา ผสมกับปูนขาว ไข่ขาว และน้ำจากพืช ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพื้นหินอ่อนสีดำ

ภายในพระราชวังมัททันเชอรี่แห่งฮอลันดา ได้จัดแสดงภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังจากมหากาพย์วรรณกรรมเรื่องรามายณะ มหาภารตะ และวรรณกรรมเรื่องกุมารสัมภวาม (KUMARASAMBHAVAM) รวมไปถึงห้องท้องพระโรงที่ใช้ในพิธีราชาภิเษก ที่จัดแสดงพระราชานุสาวรีย์ของมหาราชาแห่งโคชิน เสลี่ยงพระที่นั่งฉลุลายเครือเถาว์ และเครื่องราชกกุธภัณฑ์ รวมไปถึงแผนที่เมืองโคชินโบราณในสมัยที่ฮอลันดาเข้ามาสร้างอาณานิคม

(ปิดทำการทุกวันศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ – พระราชวังมัททันเชอรี่แห่งฮอลันดาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ กรุณาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด)


หลังจากนั้น  นำท่านเยี่ยมชม โบสถ์ยิวพาราเดซี่ (PARADESI SYNAGOGUE) ที่ตั้งอยู่บริเวณชุมชนชาวยิว (JEW TOWN) และป้อมปราการโคชิน (FORT COCHIN) โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราชที่ 2111 (คริสต์ศักราช 1568) โดยชุมชนชาวยิว ที่ถูกเรียกว่า “ชาวยิวมาลาบาลี (MALABARI JEWS)” การจัดแสดงสิ่งของล้ำค่าภายในโบสถ์แห่งนี้ ประกอบไปด้วย มงกุฎทองคำ ตู้เก็บพระคัมภีร์ไบเบิ้ลแบบพันธสัญญาเดิมที่เขียนในภาษาฮีบรูที่ทำในรูปทรงบ้านเรือโนอาห์จากไม้สักหุ้มด้วยเงินและทองคำ จานทองแดงในยุคศตวรรษที่ 4 จารึกอักษรมาลายาลัม (MALAYALAM LANGUAGE) ที่เป็นภาษาของชาวดราวิเดียนโบราณ และในปัจจุบันเป็นภาษาท้องถิ่นที่นิยมใช้ในรัฐเคราล่า โคมไฟระย้าแก้วในยุคศตวรรษที่ 19 ที่นำเข้าจากประเทศเบลเยี่ยม พรมแบบถักลายแบบเอเชียตะวันออก ที่ได้รับจากจักรพรรดิ์เฮลี เซลาสซี จักรพรรดิ์องค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิเอธิโอเปีย และแท่นธรรมาสน์ของศาสนาคริสต์ที่ราวและรั้วทำจากทองเหลือง (ปิดทำการทุกวันศุกร์ เสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ – โบสถ์ยิวพาราเดซี่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ กรุณาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด)

นำท่าน ผ่านชมวิถีชีวิตของชาวเมืองโคชินท้องถิ่น บริเวณย่านชายทะเลที่ถูกขนานนามว่า “ป้อมปราการแห่งโคชิน” พร้อมนำท่านผ่านชมอุตสาหกรรมการตกปลา ที่ยังคงอนุรักษ์อุปกรณ์จับปลา ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนในอดีต อันเนื่องมาเส้นทางสายไหมหรือถนนการค้าในตำนานอันลือชื่อของประเทศจีน รวมไปถึงการเดินเรือสมุทรเพื่อการค้าของราชวงศ์จีน โดยนักเดินเรือสมุทรที่มีชื่อเสียง ประกอบไปด้วย เจิ้งเหอ (ซัม ปอ กง) ผู้พิชิต 7 มหาสมุทร และ มาร์โคโปโล ข้าหลวงในรัชสมัยของจักรพรรดิกุบไลข่าน

 

–บ่าย–

หลังอาหารนำท่านเที่ยวชม พระตำหนักโบลกัตตี้ (BOLGATTY PALACE) เป็นหนึ่งในตำหนักของชาวฮอลันดาที่เก่าแก่ที่สุดในยุคล่าอาณานิคมทางทะเล ซึ่งสร้างอยู่ภายนอกประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยชื่อพระตำหนักแห่งนี้ถูกตั้งขึ้นตามชื่อเกาะโบลกัตตี้ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของตำหนักแห่งนี้ พระตำหนักโบลกัตตี้ ถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าวานิชชาวฮอลันดา เมื่อปีคริสต์ศักราชที่ 1744 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่พำนักของผู้บังคับบัญชาชาวฮอลันดาที่ดูแลภูมิภาคมาลาบาร์ และภายหลังได้มีการต่อเติมขยายขนาดและเพิ่มสวนของพระตำหนักจนเป็นภูมิทัศน์เฉกเช่นปัจจุบัน

จากนั้นนำท่านเที่ยวชม หอประภาคารไวพิน (VYPIN LIGHTHOUSE) ถูกขนานนามว่า “หอประภาคารแห่งโคชิน” เป็นหอประคารที่ถูกนำมาใช้ทดแทน หอประภาคารเก่าที่ตั้งอยู่ในเขตป้อมปราการโคชิ/โคชิน (เขตเมืองเก่า) ที่เป็นหอประภาคารที่เป็นแบบตะเกียงน้ำมัน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราชที่ 1839 (ภายหลัง หอประภาคารเก่าได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการส่องแสงสว่าง ด้วยวิธีการคำนวณจุดแสงกระทบในทะเล และต่อมาพัฒนาไปถึงการใช้ก๊าซ แต่ติดปัญหาในการเพิ่มส่วนสูงซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลเกินความจำเป็น จึงต้องเปลี่ยนมาสร้างหอประภาคารไวพินทดแทน)

นำท่านเที่ยวชม ชายหาดเชอไร (CHERAI BEACH) เป็นชายหาดที่สะอาด เงียบสงบ ที่มีความยาวถึง 10 กิโลเมตร และด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาพักผ่อนหย่อนใจ หากโชคดี นักท่องเที่ยวสามารพบเห็นฝูงโลมาว่ายเวียนอยู่บริเวณชายหาดแห่งนี้

–ค่ำ–

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองโคชิน

วันที่ 5     เมืองโคชิน – เมืองอลัปปูซา (อะเลปปี้) – เมืองโคชิน

–เช้า–
หลังอาหารเช้า นำท่านเดินทางสู่ เมืองอลัปปูซา (อะเลปปี้) ถือได้ว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของรัฐเคราล่า ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยคลองที่มีกระแสน้ำที่ไหลย้อนกลับ (BACKWATER) ทะเลสาบ หาดทรายและชายทะเล ทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า “เวนิซตะวันออก”

–เที่ยง–

ณ เมืองอลัปปูซา  นำท่านร่วมเปิดประสบการณ์เดินทางแห่งมหัศจรรย์แห่งสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ BACKWATER พร้อมบริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารบนบ้านเรือ ชาวยุโรปนิยมเรียกว่า “เรือขนข้าว (RICE BOAT)” เป็นเรือที่สร้างจากไม้ และแบ่งเป็นห้องนอนประมาณ 2-4 ห้องนอน ซึ่งผู้จัดทำสันนิษฐานว่า บ้านเรือบริเวณ BACKWATER นั้น น่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเรือของไทย ไม่ว่าจะเป็นเรือมาดประทุน หรือเรือ แต่แตกต่างในด้านการใช้พักอาศัยและใช้งาน

สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับเมืองโคชิน อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตพลเมืองท้องถิ่นริมสองฝั่งทาง ณ เมืองโคชิน อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ณ ห้างสรรพสินค้าลูลู่มอลล์

–ค่ำ–

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเมืองโคชิน หรือสนามบินเนดุมบาสเซอรี่ (NEDUMBASSERY AIRPORT) อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อนำท่านเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทฯ เช็คอินและรับบัตรโดยสาร และดูแลสัมภาระของท่าน

 

วันที่ 6     เมืองโคชิน (อินเดีย) – กรุงเทพฯ

00.45 น.   คณะเดินทางออกจากสนามบินนานาชาติเมืองโคชิน หรือสนามบินเนดุมบาสเซอรี่ (NEDUMBASSERY AIRPORT) สู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน AIR ASIA เที่ยวบินที่ FD171

06.15 น.   คณะเดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

 

รวม

  • ตั๋วเครืองบินตามระบุในโปรแกรม
  • อาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าโรงแรมที่พัก 3 – 4 ดาว / เกสต์เฮ้าส์ หรือเทียบเท่า ตามสภาพของเมืองนั้นๆ
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม
  • ค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ตลอดการเดินทาง
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน20 กิโลกรัม
  • ค่าเข้าชมตามรายการที่ระบุ
  • ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

ไม่รวม

  • ทิปตามสมัครใจ : Guide เป็นคนไทย ไม่มีการบังคับทิปขั้นต่ำ
  • ทิป Local Guide และ คนขับรถ : 4 ยูโร/ วัน/ คน
  • ค่าหนังสือเดินทาง และเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ประกันกระเป๋าล่าช้า หรือสูญหาย (ซื้อเพิ่มได้)
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี vat 7% และ service tax 3%

การจองทริป

  • ชำระส่วนแรกท่านละ 20,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่สอง 50% ของที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 45 วัน
  • ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 25 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด (ยกเว้นค่าใช้จ่าย ที่บริษัทได้จ่ายตามจริงไปก่อน เช่นวีซ่า หรือมัดจำตั๋ว)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
เงื่อนใขการบริการ
  • ทริปออกเดินทางเมื่อครบ 6 ท่านสำหรับ Roadtrip และ 15 ท่าน สำหรับทริปมาตรฐาน
  • ชำระส่วนแรกท่านละ 20,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่สอง 50% ของที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 45 วัน
  • ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 25 วัน
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆที่อาจเพิ่มขึ้นในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ เกิดการล่าช้าของสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเวลาของสายการบิน และยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบิน, อุบัติเหตุร้ายแรงตามธรรมชาติต่างๆ, การนัดหยุดงาน, ปัญหาทางการเมือง, การจลาจล, การโจรกรรม, และสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุอันเกิดขึ้นเหนือการควบคุมของบริษัท
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์, กำหนดวันเดินทาง, สายการบิน และราคาทัวร์ ตามความเหมาะสม และความจำเป็นที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ
  • ราคาทัวร์ข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และในกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้ (ท่านที่จองก่อนการเปลี่ยนแปลงราคา ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง)
error: Content is protected !!