EBC จีน ทิเบต เนปาล

นั่งรถไฟ… ไต่หลังคาโลก ไปทิเบต … รถไฟขบวนนี้วิ่งผ่านที่ราบสู่ชิงไห่-ทิเบต ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญของโลก เช่น หวงเหอ แยงซี โขง สาละวิน พรหมบุตร ภาพวิวทิวทัศน์ที่จะได้เห็น ภายในเวลา 26 ชม. ที่อยู่บนรถไฟ จึงเป็นภาพของภูเขาหิมะเป็นส่วนใหญ่ เพราะในบางช่วง รถไฟขบวนนี้ไต่ความสูงขึ้นไปถึง 5,072 เมตร เลยทีเดียว

วันที่หนึ่ง

 กรุงเทพฯ – เฉิงตู

14.00   พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์การบินไทย (TG) เพื่อเดินทางไปยังเมืองเฉิงตู เที่ยวบินที่ TG 0618 ออกเวลา 10.05 น. ถึงสนามบินเฉินตูเวลา 14.00 น. เข้าที่พัก

วันที่สอง

 เฉิงตู – ซีหนิง – นั่งรถไฟ ไปลาซา

เช้า  หลังรับประทานอากหารเช้า เที่ยวชมเมือง เฉฺงตู หลังจากนั้นเดินทางไปสนามบิน เพื่อขึ้นเครื่องบินไปเมือง ซีหนิง ถึงเมืองซีหนิง จากนั้นเดินทางไปยัง วัดถ่าเอ่อซื่อ หรือ Kumbum monastery 1 ใน 6 วัดสำคัญของทิเบต

18.30 เดินทางมาที่สถานีรถไฟซีหนิง เพื่อทำการขึ้นรถไฟสายชิงไห่ – – ทิเบต บนเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก นอนบนรถไฟ ใช้เวลาเดินทางสู่เมืองลาซา ประมาณ 24 ชม.

 

วันที่สาม

 เส้นทางรถไฟสายชิงไห่ ทิเบต – เกอร์เอ่อร์มู่ – นาฉือ – ลาซา

เช้า-เย็น  วันนี้โดยสารอยู่บนรถไฟตลอดทั้งวัน ระหว่างทางจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ของ ทะเลสาบเกลือฉาเอ้อหั่นทะเลสาบน้ำเกลือที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก เกลือท่ามกลางทะเลสาบดูเหมือนหินปะการัง เจดีย์ ดอกไม้หรืองาช้าง ซึ่งทะเลสาบนี้ สร้างด้วยเกลือทั้งหมด มีความหนา 18 เมตร ยาว 32 กม. และเกิดปรากฏการณ์ภาพลวงตาบนทะเลสาบบ่อยครั้ง เขาหิมะยู่จู หน้าหนาวหลังคาโลกเต็มไปด้วยหิมะ สามารถมองเห็นปรากฏการณ์หลากหลายที่เปลี่ยนแปลงจากแสงแดดส่องหิมะและธารน้ำ แข็งที่อยู่บนเขา เมื่อเข้าสู่หน้าร้อน น้ำแข็งกับหิมะละลายกลายเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำพุคุนลุ้นและแม่น้ำเก๋อเอ๋อร์ มู่ ขึ้น เขาเทวดาคุนลุ้น ถือเป็นกระดูกสันหลังภูเขาทั้งหลายของประเทศจีน ยาว 2, 500 กม. กว้าง 130-200 กม. มีความสูงเฉลี่ย 5, 600 เมตร สูงสุด 7, 719 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นบรรพบุรุษของภูเขาอีกหมื่นๆ ลูก ในนิทานโบราณจีนมักจะเรียกเป็นชีพจรมังกร เป็นต้นกำหนดของศาสนาเต๋า

ลอดอุโมงค์เขาคุนลุ้น ยาว 1 , 686 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 4, 648 เมตร เป็นอุโมงค์ที่ยาวสุดในเขตดินน้ำแข็งของโลก รถไฟวิ่งผ่าน สวนอนุรักษ์สัตย์เข๋อ เข๋อซีลี่ เป็นศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่กว้างที่สุด   มีระดับน้ำทะเลสูงสุดและมีสัตว์มากที่สุดของจีน มีเนื้อที่ 8.3 ตร.กม. ระดับเหนือน้ำทะเล 5, 000 เมตรขึ้นไป อากาศหนาวและมีลมพัดแรงตลอดปี จึงเรียกกันว่าเป็น ขั้วโลกแห่งที่สาม แต่กลับกลายเป็นสวนสนุกของสัตว์ชนิดต่างๆ มากกว่า 230 ชนิด (ชาวทิเบตถือเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจามรีป่า ลาป่า และแอนทิโลพ์ป่า) เพื่อไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของสัตว์ จึงจำเป็นต้องสร้างสะพานลอยขึ้น ข้างบนให้รถไฟวิ่ง ข้างล่างเป็นช่องวิ่งของสัตว์ท้องถิ่น  

บนรถไฟท่านสามารถมองเห็นสัตว์กำลังวิ่งเล่นอยู่สองข้างทาง ชมวิวธรรมชาติบนธารน้ำแข็ง จากนั้น ลอดอุโมงค์ลมไฟ เป็นอุโมงค์ที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก( 5,010 ม.) ยาว 1,338 ม. ผ่านแม่น้ำธงเทียน  เป็นแม่น้ำลือชื่อในเรื่องไซอิ๋ว พระถังซำจั๋งได้เดินทางไปเชิญ พระไตรปิฎกจากอินเดียผ่านที่นี่แล้วพระไตรปิฎกโดนปลายักษ์กินหมด หลังจากได้คืนกลับมาแล้วด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าแม่กวนอิม พระไตรปิฎกทั้งหมดต้องตากแห้งในสองฝั่งแม่น้ำสายนี้ เป็นแม่น้ำสายแรกตอนบนแยงซีเกียง รถไฟชะลอเพื่อให้ท่านชมวิวช่อง เขาถังกู่ระ (5, 072 ม.) ซึ่งเป็นประตูเข้าสู่ดินแดนลึกลับทิเบต และเป็นจุดสูงสุดที่มีทางรถไฟผ่านในโลก  ผ่านสูงสัตว์นานับชนิด ก่อนจะลอดอุโมงค์ผ่านเข้า เมืองลาซา

หลังจากเข้าสู่สถานีรถไฟลาซา เดินทางเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันที่สี่

ลาซา -พระราชวังโปตาลา – พระราชวังฤดูร้อนนอร์บูลิงกา -อารามโจคัง – จตุรัสบากอร์

เช้า-เย็น   พระราชวังโปตาลา มีบางคนขนานนามว่าเป็นวาติกันแห่งลาซา ที่ซึ่งนักแสวงบุญชาวทิเบตหรือแม้แต่ชาวพุทธทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าเพื่อยลโฉมและสักการะพระราชวังศักดิ์สิทธิ์   อันเปรียบดังที่ประทับขององค์พระศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ พระราชวังสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 13 โดยพระเจ้าซองเซ็น กัมโป โปรดให้สร้างบนเนินเขาแดง   พร้อมกับการสร้างอารามโจคัง พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของกษัตริย์เรื่อยมา จนถึงรัชสมัยของพระเจ้าซองขปะ (Tsongkhapa) พุทธศตวรรษที่ 20 ผู้ทรงสถาปนานิกายเกลุกปะ (Gelugpa) หรือ นิกายหมวกเหลือง และทรงเริ่มมีตำแหน่งดะไลลามะขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งตำแหน่งนี้เปรียดดังสังฆราชา   พระราชวังจึงกลายเป็นพระอารามหลวงไปโดยปริยาย ตัวพระอารามได้รับการบูรณะหลายครั้ง การบูรณะต่อเติมครั้งใหญ่ในสมัยของดะไลลามะองค์ที่ 5 ผู้ซึ่งได้รับยกย่องว่าสร้างความแข็งแกร่งก้าวหน้าให้แก่ประเทศ แต่เกิดสวรรคตในระหว่างนั้น (พ.ศ.2225)   เพื่อมิให้เกิดความแตกแยกในประเทศ ข่าวการสวรรคตถูกปิดอยู่นานถึง 15 ปี จนการก่อสร้างแล้วเสร็จ ตลอดระยะเวลา 50 ปี พระราชวังแห่งนี้จัดแบ่งนับได้ 13 ชั้น บนความสูง 700 เมตร หรือจากระดับน้ำทะเล 1,220 เมตร ยาวประมาณ 300 เมตร อาคารถูกแบ่งสีตามลักษณะการใช้งานคือ สีแดง ขาว และเหลือง นับได้ถึง 1,000 ห้อง และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพแม้แต่ห้องเดียว

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง  พระราชวังฤดูร้อนนอร์บูลิงกา  อุทยานนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2098 โดยดะไลลามะองค์ที่ 7 และสร้างต่อเติมเรื่อยมาจนในปีพ.ศ.2499 พระตำหนักด้านหน้าสุดซึ่งสร้างขึ้นโดยพระดำริของดะไลลามะองค์ปัจจุบัน พระองคประทับได้เพียง 3ปีก็เสด็จลี้ภัย ยามที่พสกนิกรคิดถึงพระองค์ จะไปชื่นชมหรือสักการะภาพถ่ายซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวหน้าตำหนักนี้

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง  อารามโจคัง ศาสนสถานสำคัญแห่งนี้สร้างขึ้นในราว พ.ศ.1182-1190 ในรัชสมัยพระเจ้าซองเซ็นกัมโป ปฐมกษัตริย์แห่งทิเบต เจ้าหญิงเหวินเฉินแห่งราชวงศ์ถัง พระมเหสีองค์หนึ่งของพระเจ้าซองเซ็นกัมโป ได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญที่อัญเชิญมาจากบ้านเกิดของตน ที่ตั้งเดิมเป็นทะเลสาบใหญ่ จึงต้องสูบน้ำออกจนหมดและทำพิธีสะกดวิญญาณร้ายให้จมอยู่ใต้ทะเลสาบ ไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเจริญของพุทธศาสนาตามความเชื่อในยุคสมัยนั้น วัดโจคังตั้งอยู่ใจกลาง  ตลาดบากอร์ ซึ่งมีวิถีชีวิตของชาวทิเบตอันเต็มไปด้วยความตื่นตาพร้อมกับการเดินชมของฝากที่จตุจักรแห่งทิเบตหรือจตุรัสบากอร์ Barkhor Bazaar

ชม วัดเซรา จัดเป็นวัดที่ใหญ่อันดับสองของทิเบต รองจากวัดเดรปุง วัดเซรายังเป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่าทางพุทธศาสนา เช่นพระคัมภีร์ที่เขียนด้วยหมึกสีทอง พระพุทธรูปที่ทำจากอัญมณีและหล่อจากทองเหลือง

 

วันที่ห้า

 ลาซา – วัดเดรปุง – ทะเลสาบยังดร๊อกโซ – เจียนเซ่ – ซิกัตเซ่ (3,950m)

เช้า-เย็น   หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางสู่ วัดเดรปุง (DREPUNG MONASTERY) ชม อารามเตรปุง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองลาซา คำว่า Drepung นั้นมาจากคำว่า “ Juekang” ในภาษาทิเบตแปลว่า “พระพุทธเจ้า” (Sakyam-Uni Buddha) อารามแห่งนี้สร้างใน ค.ศ. 1416 โดยลูกศิษย์ของซองฆาปาเช่นกัน ในอดีตอารามนี้เป็นศูนย์กลางการค้าเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเวลานาน ที่นี่เป็นพระตำหนักขององค์ดาไลลามะก่อนที่ตำหนักโปตาลาสร้างเสร็จสถูปบรรจุพระศพ ของดาไลลามะองค์ที่ 2,3,4 ตั้งอยู่ในอารามแห่งนี้ด้วย เชื่อกันว่าอารามเตรปุง น่าจะเป็นอารามขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในยุคที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด

เดินทางไปยัง ทะเลสาบ ยัมดร๊อก-โซ (4,488m) ทะเลสาบสีเทอร์คอยซ์ เป็น 1 ใน 4 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ (อีก 3 แห่งคือ Lhamo La-tso, Manasarovar และ Nam-tso) ข้ามแม่น้ำยาร์ลุง ซังโป (Yarlung Tsangpo) ต้นกำเนิดของแม่น้ำพรหมบุตในอินเดีย ก่อนถึงทะเลสาบยัมดร๊อก-โซ ผ่าน Kamba-la pass (4,797m) สามารถเห็นเมือง Nangartse และผ่าน Kara-la pass (5,114m) ที่มีทัศนียภาพสวยแปลกตาด้วยธารน้ำแข็งจากเทือกเขา Nojin Kangtsang (7,191m)   จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าไปยัง เมืองซีกัตเซ่

คืนนี้พักที่เมืองซีกัตเซ่

วันที่หก  

 ซิกัดเซ่ – อารามทาชิลุนโป – ติงยื่อ (Tingri)

เช้า-เย็น   หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เที่ยวชม เมืองซิกัตเซ่ ในศตวรรษที่ 15 เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเล็กๆแห่งหนึ่ง ความรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตเคยมีอารามถึง 15 อาราม ปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แต่ที่สำคัญคือ อารามเพลกอร์ (Pelkor Chode Monastery) อันมีสถูปคุมบุม (Kumbum) เป็นศาสนสถานสำคัญ

ชม อารามทาชิลุนโป (Tashilhunpo Monastery) อารามแห่งนี้ถูกค้นพบในปี พ.ศ. 1990 โดยมีพระซองขปะ Genden Drup ซึ่งถือเป็นดะไลลามะพระองค์แรกเป็นผู้ก่อตั้ง ปันเชนลามะถือเป็นตำแหน่งสำคัญรองจากดะไลลามะอีกที เปรียบเสมือนผู้สำเร็จราชการในช่วงรอการกลับชาติมาเกิดของดะไลลามะองค์ต่อไป

คืนนี้พักที่เมืองติงยื่อ (Tingri)

 

วันที่เจ็ด

Tingri – วัดรองพู (Rongbu) – เอเวอร์เรสต์ เบสแคมป์

เช้า-เย็น   หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินทางต่อไปยัง วัดรองพู ซึ่งเป็นทางแยกเข้าไปสู่ เอเวอร์เรสต์ เบสแคมป์ ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Qomolangma National Nature Preserve มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า North Face จากเชการ์ไปวัดรองพูเหลือระยะทางราว 100 กิโลเมตร โดยจะวิ่งผ่านช่องเขาปางลาพาส (Pang-la Pass) 5,200m จะได้พบเห็นทิวทัศน์ระหว่างจุดตัดของทะเลทรายและเทือกเขาหิมาลัย จากวัดรองพู สามารถมองเห็นยอดเขาสูงกว่าระดับ 8,000m เรียงตัวกันเป็นแนวยาว นับจากยอดเขามากาลู (Makalu – 8,463m), ยอดเขาลอตเซ (Lhotse – 8,516m), ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (Everest – 8,848m), และยอดเขาโช-โอยุ (Cho-oyu – 8,201m)

เดินทางต่อไปยังเบสแคมป์ ระยะทางราว 8 กิโลเมตร หากเดินทางโดยรถจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น แต่หากนั่งรถม้าเข้าไปจะใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง ที่เบสแคมป์จะมองเห็นธารน้ำแข็งที่เชิงเขาเอเวอร์เรสต์ มีลักษณะคล้ายเจดีย์น้ำแข็งสูงท่วมหัว โดยรอบเบสแคมป์จะเป็นที่ราบสลับเนินเขา และคืนนี้กลับมาพักที่เกสเฮ้าส์ที่รองพู

วันที่แปด

รองพู – จางมู่

เช้า-เย็น   ทานอาหารเช้าที่เกสต์เฮ้าส์ เดินทางต่อไปยัง เมืองจางมู่ ระหว่างทางผ่านเมืองนียาแลม เมืองจุดพักรถของพวกรถจิ๊บและรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่วิ่งระทางไกลมาตลอดเส้นทางถนนสายมิตรภาพ จางมู่เป็นเมืองชายแดนทิเบต-เนปาล เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าของบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีสิ่งก่อสร้าง ตึกรามบ้านช่องอัดแน่นกันบนซอกเขา มีป่ารกทึกกั้นอาณาเขตระหว่างทิเบตและเนปาล โดยมีแม่น้ำกั้นกลางอยู่

คืนนี้พักที่โรงแรมในเมืองจางมู่

 

วันที่เก้า

จางมู่ – กาฏมัณฑุ

เช้า-เย็น   หลังรับประทานอาหารเช้า เตรียมตัวข้ามด่านทิเบตไปสู่ เนปาล ผ่านพิธีผ่านตรวจคนเข้าเมือง และต้องเดินข้ามสะพานผ่านพรมแดนที่มีแม่น้ำขวางกั้น โดยทางการจีนไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป หรือบันทึกภาพใดๆระหว่างผ่านด่าน มิเช่นนั้นอาจถูกยึดอุปกรณ์ถ่ายภาพได้ เมื่อข้ามด่านไปยังเนปาลแล้วจะมีรถและเจ้าหน้าที่เนปาลมารอรับ เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ เมืองกาฏมัณฑุ

เช็คอินเข้าที่พักที่ย่าน ทาเมล คืนนี้พักที่กาฎมัณฑุ

วันที่สิบ

กาฎมัณฑุ – กรุงเทพฯ

เช้า  รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นเดินเล่นชมสินค้าย่านทาเมล แหล่งรวมสินค้าสำหรับการปีนเขา เดินป่า เสื้อหนาว ราคาถูกและของที่ระลึก ย่านนี้เป็นแหล่งที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท

จากนั้นเดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ

13.30 เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินไทย (TG) เที่ยวบิน TG 0320

18.15 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

** เงื่อนไข ต้องการรายชื่อเพื่อซื้อตั๋วรถไฟก่อนล่วงหน้า 61 วันก่อนเดินทางค่ะ **

—————————————————————————————————————————-

อัตราค่าบริการดังกล่าวรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร ไป-กลับ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าวีซ่าปกติ (สำหรับพาสปอร์ตไทย) และภาษีสนามบินทุกแห่งตามที่กำหนดไว้ในรายการ
  • ค่าโรงแรมระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน) ,อาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่ายานพาหนะ และค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
  • น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม
  • ค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท (ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท) ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

อัตราค่าบริการดังกล่าวไม่รวม

  • ค่าหนังสือเดินทาง และเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)
  • ค่า VAT 7 % หักภาษี ณ ที่จ่าย 3 %

เงื่อนไขการให้บริการ

  • ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 5,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • การใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสมทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สภาพทางการเมือง ภัยทางธรรมชาติ

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

 

Leave a Reply

Be the First to Comment!

เตือน
avatar

wpDiscuz
error: Content is protected !!