ทัวร์ยุโรปตะวันออก ออสเตรีย เชค

กำหนดการเดินทาง

*จัดทริปส่วนตัว – ราคาพักเดี่ยว กรุณาสอบถามทีมงาน


ทัวร์ออสเตรีย เชค ยุโรปตะวันออก ของเราแตกต่างยังไง

  • ทัวร์สไตล์ Exlusive Road trip กดอ่านรูปแบบและเงื่อนใข
  • ซอกซอนไปตามที่เที่ยวได้ลึกกว่า ส่วนตัวกว่า
  • เน้นเที่ยว ถ่ายรูปเต็มที่ มีเวลาให้ดื่มด่ำธรรมชาติงาม
  • โรงแรมเล็กๆน่ารักๆ หรือระดับ 4 ดาว หรือบูทีค โฮเทล หรือเทียบเท่า
    • Highlight ที่พัก : ปรากพักริมสะพานชาล ตื่นมาก็เจอ ก่อนนอนก็เจอ ฮอลสตัด นอนกลางใจเมือง ครั้งหนึ่งในชีวิตความความโรแมนซ์ คลุมลอฟ นอนในโอลทาวน์

Line Line
ติดต่อเรา (กดจากปุ่มได้เลย)
painaima
painaimadotcom
02-635-3445
089-478-9334
travel@painaima.com

reviewbanner-morocco

 

วันที่ 1
กทม. – มิวนิค

21.00 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช็คอิน สายการบินไทย เครื่องออกเดินทางสู่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน

 

วันที่ 2
มิวนิค ซิลเบิร์ก

7.55  เดินทางถึงกรุงมิวนิค ผ่านการตรวจคน รับสัมภาระแล้วเดินทางสู่ Salzburg (180 km ) เมืองแห่งเสียงดนตรีนี้อันเป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก “โมสาร์ท” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ราบสลับเนินเขาเตี้ยๆ มีแม่น้ำ Salzach ไหลผ่ากลาง แบ่งเมืองออกเป็นสองฝั่ง ชมสวนมิราเบล สวนสวยประจำเมืองซัลเบิร์ก อดีต ที่นี่เป็นที่ประทับในฤดูร้อนของเจ้าผู้ครองนคร และเป็นฉากที่ใช้ถ่ายภาพยนต์เรื่อง The sound of music อีกด้วย

บ่าย – เดินเล่นเลาะ ริมน้ำ Salzach จุดหมายปลายทางที่ย่านเมืองเก่า เริ่มต้นจาก สะพาน Staatsbrucke ทีมีกุญแจคู่รักคล้องอยู่เต็มราวสะพาน พาช๊อปเบาๆเพลินๆ ที่ ตลาดเก่า Alter Market สำหรับของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ จากจุดนี้ไม่ไกล จะเป็น จัตุรัส Residenzplatz ถ่ายรูปกับน้ำพุและบรรยากาศสวย จากนั้นนั่งรถรางสู่ ป้อมปราการโบราณ Hohensalzburg Fortress ที่ถูกสร้างขึ้นมากว่า 1000 ปี ที่ได้มีการสร้างต่อเติมมาเรื่อย ๆ จนถึงศตวรรษที่ 17 ถูกใช้เป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปผู้ครองนคร ป้อมนี้ยังเป็นป้อมขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการอนุรักษณ์ไว้ในยุโรปกลาง  จุดนี้สามารถชมวิวเมือง Salzburg จากมุมสูงได้ทั้งเมือง อำลาแสงสุดท้ายของวันจากมุมสูง

ค่ำ – เข้าพักที่ซัลเบิร์กนำทุกท่านเข้าที่พัก

วันที่ 3
ซัลเบิร์ก – ฮัลล์สตัทท์ – เหมืองเกลือ

austria018-002

เช้า หลังอาหารเช้า เดินทางสู่เมืองเมือง  Hallstatt ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางอันสวยงาม และตราตรึงใจ มุ่งหน้าสู่ ฮัลล์ซตัทท์ (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวยอายุกว่า 4500 ปีเป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในหุบเขาริมทะเลสาบถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงชัน สร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆตามแนวเขาริมทะเลสาบ
บ่าย – นำทุกท่านสู่จุดชมวิวมุมสูง สามารถมองเห็นเมือง Hallstatt และทะเลสาบอันโอบล้อมด้วยขุนเขาอยู่เบื้องล่าง ถ่ายรูปกันเต็มที่แล้วพาไปชม เหมืองเกลือ Hallstatt Salt Mine  เหมืองเกลือแห่งฮอลสตัดนับเป็นเหมืองเกลือเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 5000 ปี จนเรียกยุคนั้นว่า Hallstatt Iron Age  เนื่องจากสมัยก่อนใช้เกลือในการถนอมอาหาร ฉะนั้นเกลือจึงมีความสำคัญมาก ที่ตรงไหนมีเกลือก็เปรียบเหมือนมีทอง ในปัจจุบัน Hallsatt salt mine ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ในการเดินทางเข้าสู่เหมือง เราจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดหมีสีแดงและสีเขียว โดยวิทยากร จะนำบรรยายประวัติศาสตร์การทำเหมือง โดยในเหมืองจะมีไม้เลื่อน ให้ได้ประลองความเร็ว เป็นกิจกรรมสนุกๆที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงเหมืองเกลือ ได้เวลาสมควร เดินทางลงจากเหมือง  จากนั้นอิสระเดินเล่นชมหมู่บ้านที่เป็นดินแดนในฝันของใครหลายคน มุมถ่ายรูปต่างๆมากมายให้ได้ครีเอทและเก็บเป็นที่ระลึก

ค่ำ คืนนี้พักผ่อนกันที่เมือง Hallstatt

วันที่ 4
เวียนนา – Hundertwasserhaus – กรินซิ่ง – Prater

austria018-004

เช้า หลังอาหารเช้า โบกมืออำลา Hallstatt เหลือทิ้งไว้แค่เพียงความทรงจำอันสวยงาม ระหว่างเดินทางกลับสู่เวียนนา ผ่านทะเลสาบที่มีวิวสวยๆ เช่น traunsee ที่มีภูผาอันยิ่งใหญ่เป็นฉากหลัง ออกเดินทางสู่ทะเลสาบ เซนต์ โวล์ฟกัง เป็นหนึ่งเมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองเล็กน่ารักขนาดกะทัดรัดมีเทือกเขาสูงใหญ่เป็นฉากหลัง เชิญทุกท่านล่องเรือชมความงามอันสงบกลางทะเลสาบน้ำใสราวกระจก

บ่าย
เดินทางถึงเวียนนา เมืองหลวงแห่งดนตรีคลาสสิก อันแสนโรแมนติกเมืองหนึ่งของโลก นำทุกท่านเก็บของที่ โรงแรม เย็นย่ำตะวันคล้อย นั่งรถรางไปกรินซิ่งหมู่บ้านประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นในหุบเขาติดกับป่าเวียนนา มีบ้านสวย ทิวทัศน์และบรรยากาศรื่นรมย์เหมาะกับการเดินเล่น จุดชมวิวมองเห็น เมืองเวียนนาในอีกมุม ที่มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน

(หากมีเวลา)พาชมกลุ่มบ้านสีสันสดใส ที่ Hundertwasserhaus ออกแบบโดยสถาปนิกผู้รังเกียจเส้นตรง Hundertwasser’s Strange Architecture แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วใช่ไหม แนวคิดคือการออกแบบความงามที่เติบโตอย่างไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ปรัชญาคือทําไมจะต้อง ออกแบบให้เป็นเส้นตรงเมื่อความสวยงามไม่มีกฏเกณฑ์ แค่นี้ก็สนุกแล้ว

 ค่ำคืนนี้ หากใครยังไม่เหนื่อนเกินไป ชวนกันไปเดิน Prater สวนสนุกแห่งแรกของยุโรป ที่มีชิ้งช้าสวรรค์ อายุกว่า 150 ปี (ไม่รวมค่าขึ้น)

ค่ำ
เข้าพักกลางกรุงเวียนนา

วันที่ 5
เวียนนา – พระราชวังเชินน์บรุนน์ – Melk

austria018-005

เช้า หลังรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว นำพาทุกท่านเยี่ยมชม พระราชวังเชินน์บรุนน์  พระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก  ที่สร้างเพื่อประชันความวิจิตรโอฬารกับพระราชวังแวร์ซาย ด้านนอกสร้างตามแบบศิลปะบารอคซึ่งกำลังอยู่ในยุคทอง ส่วนด้านในตกแต่งด้วยศิลปะแบบร็อกโคโคที่เน้นความอ่อนช้อย โปร่งเบา สบายตา ตามพระบัญชาของพระจักรพรรดินีมาเรีย เทเรเซีย แวดล้อมด้วยอุทยาน สวนดอกไม้แบบบาร็อค ใจกลางอุทยานคือ ลานน้ำพุเนปจูน นอกจากนี้ยังมีสวนวงกตและสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกบนเนินเขาด้านบนมีอนุเสาวรีย์ขนาดเล็กชื่อ กลอเรียตเต้ (Gloriette) เป็นศิลปะยุคนีโอคลาสสิค จากบนนั้น ยืนชมทัศนียภาพเมืองเวียนนาและป่าเวียนนาที่อยู่ไกลออกไปได้เพลินๆ

บ่าย
พาเดินลัดเลาะตรอกซอกซอย สไตล์ไปไหนมาพาเพลิน ทำความคุ้นเคยกับกรุงเวียนนา ไปทักทาย โยฮันน์ สเตราสส์ คีต กวีเอกเลื่องชื่อในสวนสวย Stad Park ชมความงามของสวนดอกไม้  พาชมอีกหนึ่งอันซีน ไปบนถนนโบราณ ผ่านโบสถ์พระราชวัง อนุเสาวรีย์ อาคารสวยๆ อันเป็นมนต์เสน่ห์เมืองหัวใจของยุโรปที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและวัฒนธรรมตะวันตก  ชม โบสถ์ Karlskirche โบสถ์สุดสวยสไตล์ไบเซนไทน์และบาร็อคสวนสาธารณะ พระราชวัง พิพิธภัณฑ์เวียนนา โรงโอเปร่า โรงแรมซ่าเค่อร์ Sacher Hotel (เจ้าของเค้กช็อคโกแล็ต Sachertorte ชื่อดังที่เป็นหนึ่งในตำนานของเวียนนาที่ใครมาเวียนนาต้องลิ้มลอง)เดินชมความหรูหราของร้านค้าสองฟาก ถนน Karntnerstabe ที่มีทุกอย่างจากร้านดังสุดแพงจนถึงอาหารจานด่วนราคาประหยัด อิ่มแล้วแวะชื่นชม Stephan Cathedral มหาวิหารโกธิกสูงที่สุดอยู่คู่บุญเมืองเวียนนามากว่าแปดร้อยปี

เดินเข้า ย่านGraben ถนนดังอีกสายที่มีร้านคลาสสิคสุดสวยขายงานศิลปะลือชื่อรวมไปถึงของแบรนด์เนม และร้านเค้กชื่อดัง Cafe Damel ที่มี Creme Schnitte (cream slice) แสนอร่อย แดดร่มลมโชยเดินทางกลับโดยรถรางในเส้นทาง Old ring road ผ่าน พระราชวัง Hofburg รัฐสภาและศาลาว่ากลางเมือง จากนั้นได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่เมือง Melk อันเป็นเมืองที่อยู๋ไปทางตะวันตกของเวียนนาประมาณ 1.30 ชั่วโมง

ค่ำ เข้าพักที่ Melk

วันที่ 6
เมลค์ – เทลค์– ปราก

เช้า ชมเมือง Melk เมืองแห่งนี้ เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องของศาสนสถาน ขนาดใหญ่ (วัดของชาวคริสต์ ที่เรียกว่า Melk Abbey)  นำทุกท่านเยี่ยมชม วิหารสตีฟท์เมลค์ (Stift Melk) ตั้งอยู่บนชะง่อนผาริมแม่น้ำดานูป ซึ่งปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์ที่มีความสำคัญยิ่งในการอบรมบาทหลวงและเหล่านักร้องรุ่นเยาว์ที่ขับกล่อมในโบสถ์หลวง วิหารหลังนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่นี่ ที่ว่าใครมาเมืองนี้ก็ต้องแวะมา ที่ทางลงของตัวปราสาทเสร็จ เป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ มีเวลาให้สมาชิกได้เดินหามุมเก๋ๆถ่ายรูปกัน รับประกันว่าน่ารักถูกใจกันแน่นอน โดยเฉพาะในตัวโบสถ์ที่มีภาพวาด ที่นับได้ว่าสวยงามที่สุดในออสเตรีย เรารับประกันความพึงพอใจ

เดินทางข้ามสู่ประเทศเชคสู่ เมือง telc เมืองมรดกโลกอีกแห่งของประเทศเชค เมือง Telc นี้ได้ก่อตั้งขึ้นกว่า 800 ปีมาแล้ว ซึ่งเคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่าง โบฮีเมีย โมราเวีย และออสเตรีย ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 17 ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา มีการสร้างอาคาร บ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างเรเนสซองและบาร็อค ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกตา และลงตัว เอกลักษณ์นี้เองจึงทำให้ได้รับการยกให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี 1992 ถ่ายรูปเมืองกับตึกสวยๆตามอัธยาศัย

บ่าย ได้เวลาสมควรเดินทางสู่ กรุงปราก เมื่อถึงกรุงปราก พาชม ชมวิวโค้งแม่นํ้าวัลตาวาที่ เห็นสามสะพานเรียงกันราวกับภาพฝัน นั่งรถรางขึ้นสู่จุดชมวิวเมืองปราก ที่สามารถมองเมืองปรากได้จากมุมสูง และเห็นปราสาทปรากอันยิ่งใหญ่อยู่ข้างๆ จะนั่งจิบกาแฟหรือปีนหอคอยขึ้นไปถ่ายรูปก็ได้

ค่ำ เข้าพักที่กรุงปราก

วันที่ 7
นาฬิกาดาราศาสตร์ สะพานชาร์ลส์ยามราตรี – ครุมลอฟ

austria018-006

เช้า  – พาท่านเดินเที่ยว สะพานชาร์ลส์ มาให้ถึงก่อนคลื่นมหาชนจะมาถึง เก็บรูปตัวเองกับบรรยากาศแสนสวยแสนสงบ ให้สมกับการเป็นสะพานอันดับ 1 ในโลก ที่ทุกคนจะต้องดั้นด้นมาถึงให้ได้ ชื่นชมรูปปั้นนักบุญคนสำคัญที่ยืนเรียงรายบนสองฝั่งสะพาน เดินผ่าน โดยเฉพาะนักบุญเนโปมุก สัมผัสหมาน้อย ใต้แท่นของนักบุญ แล้วท่านจะได้กลับมาอีก เดินเล่น ย่าน Lesser Town ที่มีบรรยากาศของเมืองเก่าคลาสสิคและนิยมใช้เป็นฉากถ่ายหนัง เยี่ยมชม โบสถ์ St.Nicholas ศิลปะยุคบาร็อกที่โดดเด่น ชมความยิ่งใหญ่มโหฬารตระการตาของ ปราสาทปราก เมืองหลวงและพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์เชค ซึ่งมีมหาวิหาร St.Vitus สร้างตัÊงแต่ศตวรรษที่ 9 และใช้เวลาสร้างและขยายเพิ่มเติมติดต่อกันมากว่า 900 ปี เดินเล่น Golden Lane ตรอกทองคํา ถนนเล็กๆ ที่อดีตเป็ นที่อยู่ของนักเขียนและศิลปินระดับเทพของชาวเชค

บ่าย
เดินชม เมืองเก่า “โอลด์ทาวน์” โดยเดินตามรอยเส้นทางพระราชดำเนินของเจ้าผู้ครองกรุงปรากในอดีตซึ่งมีจตุรัสเมืองเก่าอยู่ใจกลางเมือง ชม หอนาฬิกาดาราศาสตร์ อายุหลายร้อยปีเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มารวมกัน เมื่อเข็มนาฬิกาหมุนครบชั่วโมง มีศาลาประชาคมที่โดดเด่นด้วยศิลปะอาร์ทนูโวอยู่หัวถนนเคียงข้างกับประตูดินปืนศิลปะโกธิกที่น่าเกรงขาม

เยี่ยมชม Church of St.Nicholas และ Church of Our Ladybefore Tyn เพลิดเพลินกับฟังประวัติ และ ชมตึกแถวอาคารโบราณ สีหวานสไตล์ร็อคโคโค ที่หน้ามุขตบแต่งด้วยภาพเขียนภาพแกะสลักและลวดลายปูนปั้นที่งามวิจิตร แต่ละแห่งมีเลขบ้านและรูปสัตว์ต่างๆเป็นเอกลักษณ์  เพื่อให้ภาพที่สวยงามของโอลด์ทาวน์ติดตรึงหัวใจของคุณอีกแสนนาน เราจะพาคุณขึ้นไปชมวิวสูงของโอลด์ทาว์นบนหอคอย เห็นการเลื่อนไหลของนักเดินทางจากทุกมุมโลกอยู่เบื้องล่าง ได้เวลาสมควร เดินทางสู่คลุมลอฟ  

ค่ำ – เข้าพักที่คลุมลอฟ

วันที่ 8
ปราก – ครุมลอฟ

austria018-007

austria018-008

เช้า เดินทางสู่ เมืองครุมลอฟ เมืองมรดกโลกอีกแห่งที่เราจะไปเยือน เมืองนี้ มีอาคารอันเก่าแก่กว่า 300 แห่ง และสถาปัตยกรรมของปราสาทส่วนใหญ่ถูกตกแต่งในลักษณะโกธิค , เรเนสซอง และ บาร็อค ผสมผสานกันอย่างลงตัว อีกทั้ง เมืองนี้ได้เกิดการล่มสลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนัÊนได้มีการฟื้นฟูเมืองขึ้นใหม่จนกระทั่ง ในปี 1992 องค์การยูเนสโกจึงยกให้เป็นเมืองมรดกโลก นอกจากเป็นเมืองประวัติศาสตร์แล้วยังเป็นเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยเนินเขา ลําธารเล็กๆ มีธรรมชาติที่งดงาม เหมาะแก่การมาเที่ยวสุดๆ

บ่าย เยี่ยมชม ปราสาทครุมลอฟ ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากปราสาทปราก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ไข่มุกเม็ดงามแห่งโบฮีเมียให้เต็มตา เดินเที่ยว หอคอยชมเมือง ใครไม่พาขึ้น เราพาขึ้น หอคอยที่สูงที่สุดอันดับสองของประเทศ เป็นจุดชมวิวที่จะได้ภาพเมืองตุ๊กตาหลังคาสีส้ม ที่เคยได้เห็นตาม Postcard

จากนั้น เดินชมเมืองเก่า เมืองที่น่ารักที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเมืองนี้ต้องมีเวลาเดินถ่ายรูป เพราะในบรรยากาศละมุนละไม จะแวะดื่มกาแฟ ตามร้านคาเฟ่เล็กๆ น่ารักริมแม่น้ำ เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มีร้านขายของที่ระลึกสวยๆ หรือ จะเดินเล่นชมเมืองเก่าตามแนวโค้งของแม่น้ำวัลตาวาที่อ่อนโยน แล้วจึงได้เวลาอันสมควรออกเดินทางสู่มิวนิค

ค่ำ เข้าพักที่มิวนิค

วันที่ 9
มิวนิค

เช้า เช้า ชมจตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) ตั้งอยู่ กลางใจเมืองของนครมิวนิค ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1158 (850 ปีมาแล้ว)ตั้งแต่ยุโรปสมัยกลาง (Middle Ages) เป็น ” หัวใจ ” ของเขตเมืองเก่า และเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มชมเมือง ในยุคกลางที่นี่เคยเป็นตลาด แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มาเรียนพลาตซ์ มีสิ่งที่น่าชมมากมาย อาทิ Mariensaule รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูง ศาลาว่าการเมืองใหม่ ( Neuse Rathaus ) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Glockenspiel หอระฆัง ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ

เดินเล่นชอปปิ้งตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวเดินทางกลับไทยโดย สายการบิน ไทย ออกเดินทาง เวลา 14.05 น. บินตรงสู่กรุงเทพมหานคร

วันที่ 10
กรุงเทพฯ

6.05 น.  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
 
 

รวม

  • วีซ่า
  • ที่พักระดับ 3-4 ดาว หรือเทียบเท่า พักห้องละ 2-3 ท่าน พร้อมอาหารเช้า
  • ค่ายานพาหนะการเดินทางตลอดรายการ
  • ค่าเข้าชมตามระบุในโปรแกรม

ไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ – มิวนิค
  • ค่าอาหารกลางวันและเย็น
  • มินิบาร์
  • หากต้องการใบกำกับภาษี มี ser tax 3% และ tax  7 %

การจองทริป

  • ชำระส่วนแรกท่านละ 20,000 บาท ณ วันที่ทำการจอง
  • ส่วนที่สอง 50% ของที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 45 วัน
  • ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือ ชำระก่อนเดินทาง 25 วัน

การยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย 25% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-14 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์

Trip Gallery

 

 

 

ตารางทริปตลอดปี



as-cz-015 as-cz-016 as-cz-017 as-cz-001 as-cz-002 as-cz-003 as-cz-005 as-cz-014

Leave a Reply

1 Comment on "ทัวร์ยุโรปตะวันออก ออสเตรีย เชค"

เตือน
avatar
เรียง:   ใหม่สุด | เก่าสุด
ตฤณ
Guest

ยังชอบทริปนี้อยู่เลย
สนุกมาก. เป็นคนชอบเดินเที่ยวอยู่แล้ว
ใกด์แนะมุมถ่ายรูปได้ดีมากเลยคะ. อันนี้ชอบที่สุดเลย
แต่SD card หาย. เศร้า. สงสัยต้องไปอีกรอบ

wpDiscuz
error: Content is protected !!