ไปญี่ปุ่นเดือนไหน ชมดอกไม้อะไรดี?

เคยมีคนบอกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เที่ยวได้ทุกฤดู นั่นไม่เกินจริงเลย ญี่ปุ่นมีเสน่ห์ของตัวเองในทุกๆ ฤดู ไม่เว้นแม้แต่เหล่าดอกไม้ใบหญ้าที่พากันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ชมตลอดปี มาดูกันดีกว่า ว่าถ้าอยากชมดอกไม้อะไร ต้องไปชมในเดือนไหน

 

เดือนมกราคม

          ช่วงเดือนมกราคมนั้นในญี่ปุ่นถือเป็นฤดูหนาว ที่มีหิมะโปรยปราย โดยทั่วไปแล้วฤดูนี้จะไม่นิยมชมดอกไม้กันแต่จะชมพืชตระกูลสน โดยเฉพาะพืชที่นำมาปลูกแบบบอนไซ อย่างไรก็ตามหากใครอยากชมดอกไม้ ก็จะมีดอกคังฮิซากุระ สีจะสดกว่าซากุระทั่วไป เป็นซากุระที่บานชนิดแรกๆของปีในประเทศญี่ปุ่นบริเวณเกาะโอกินาวา สามารถเริ่มชมได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมเป็นต้นไป โดยจะมีเทศกาลชมดอกคานิซากุระจัดขึ้นตามจุดต่างๆรอบเกาะโอกินาวาลักษณะให้เดินชม ซึ่งแตกต่างจากเทศกาลชมดอกซากุระตามส่วนอื่นของประเทศญี่ปุ่นที่นิยมให้นั่งชม

สถานที่แนะนำ: เขตปราสาทนากิจิน ในโอกินาวา

 

เดือนกุมภาพันธ์

          เดือนกุมภาพันธ์ แม้จะยังเป็นเดือนที่มีอากาศหนาวเย็นแต่ฤดูใบไม้ผลิก็เริ่มใกล้เข้ามา ดอกไม้บางชนิดที่บานเร็วกว่า รวมถึงดอกไม้ทางตอนใต้ของประเทศที่อากาศอบอุ่นกว่าก็เริ่มผลิบาน ดอกไม้ที่น่าสนใจในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ได้แก่ อุเมะ หรือดอกบ๊วย ที่หลายคนมักจะสับสนกับดอกซากุระ ดอกบ๊วยนี้เป็นดอกไม้สีสันสดใส มีตั้งแต่สีขาวไล่ไปจนถึงชมพูเข้มเลยทีเดียว จุดสังเกตที่แตกต่างจากดอกซากุระคือ ดอกบ๊วยจะมีกลีบ 5 กลีบ แต่ละก้านดอกจะมีดอกน้อยกว่าซากุระ และจะมีกลิ่นหอมหวานต่างจากดอกซากุระ

สถานที่แนะนำ: ศาลเจ้ายุชิมะเท็นมังงู (เดินเท้าประมาณ 8 นาทีจากสถานีรถไฟ JR โตเกียว)

 

เดือนมีนาคม

          แน่นอนว่ามีนาคมเป็นช่วงโด่งดังที่สุดสำหรับการชมดอกไม้ในญี่ปุ่น เพราะตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเป็นต้นไป ดอกซากุระ ดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่นจะเริ่มบานไล่ไปเรื่อยๆ ในแต่ละเมือง แหล่งชมความงามของซากุระนั้นก็หาได้ไม่ยาก มีตลอดทั่วประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่แบบเป็นธรรมชาติริมน้ำ แบบสวนสาธารณะ แบบแซมอยู่ตามเมืองเก่าไปจนถึงแบบตกแต่งเป็นส่วนหนึ่งของสวนสไตล์ญี่ปุ่น

หากใครอยากเป็นเด็กแนวไปชมดอกไม้อื่นนอกจากซากุระในเดือนมีนาคมแล้ว เฮ้าส์เทนบอชที่ฟูกุโอกะก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะในช่วงปลายเดือนจะมีเทศกาลดอกทิวลิปที่นำเอาดอกทิวลิปหลากหลายพันธุ์มาจัดแสดงให้ชมกันอย่างเต็มที่

สถานที่แนะนำ: สวนสาธารณะฮิโรซากิ (นั่งรถบัสจากหน้าสถานี JR Hirosaki ประมาณ 15 นาที )

 

เดือนเมษายน

          ด้วยบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยสีสัน แม้ว่าในหลายภูมิภาคดอกซากุระจะยังบานอยู่ช่วงเดือนเมษายน แต่ดอกไม้ที่มีชื่อเสียงอีกหลายชนิดก็เริ่มบานในเดือนนี้เช่นกัน หนึ่งในดอกไม้ที่คนไทยนิยมเดินทางไปชมที่ญี่ปุ่นก็คือดอกวิสทีเรีย ดอกไม้สีม่วงที่มีลักษณะเป็นพวงย้อยห้อยระย้าลงมา หลายสวนในญี่ปุ่นจัดไว้เป็นซุ้มให้เดินลอด ดูแล้วสวยงาม

ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากดอกวิสทีเรียสีม่วงก็ลองมาดูทุ่งดอกเนโมฟีล่า ดอกไม้สีฟ้าที่บานสุดลูกหูลูกตาเต็มทุ่งที่สวนฮิตาชิ จังหวัดอิบารากิกันดูได้ รับรองว่าประทับใจแน่นอน

          แต่ถ้าใครนิยมดอกไม้หลากสี ขอแนะนำดอกซึซึจิ ช่อใหญ่สีชมพู ม่วงและขาว ที่ปลูกเรียงรายกันแล้วสลับสีสวยงามไม่แพ้ดอกไม้อื่นๆเลยทีเดียว ศาลเจ้าเนซึในโตเกียวจะมีเทศกาลชมดอกซึซึจิทุกปีช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม

          นอกจากนี้เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ใบหญ้าต่างๆ ผลิบานเต็มที่ หากใครอยากชมดอกไม้ทั่วๆไป อย่างทุ่งดอกทิวลิปที่สวนต่างๆ แข่งกันปลูกเป็นรูปแปลกตา หรือดอกไม้อื่นๆ อีกมากมายก็มีให้ชมเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการชมดอกไม้เลยทีเดียว

สถานที่แนะนำ: สวนฮิตาชิ ซีไซต์ พาร์ค (นั่งรถบัสประมาณ 15 นาทีจากสถานี JR คัสซึตะ)

 

เดือนพฤษภาคม

          ในเดือนพฤษภาคมนี้นอกจากดอกวิสทีเรียและดอกเนโมฟีล่าที่ยังบานต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว ก็ยังมีทุ่งดอกไม้อีกชนิดหนึ่งให้เลือกชมกัน ดอกไอริชหรือดอกอายาเมะ เป็นดอกไม้ที่มีความหมายถึงการมาถึงของเรื่องดีๆ จึงเป็นดอกไม้ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมปลูกกันเป็นอย่างมาก และในเดือนพฤษภาคมนี้เองที่สวนโฮริคิริ โชบุเอน ดอกไอซิสทั้งสีม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ขาว หลายเฉดสีก็จะบานพร้อมกันเต็มท้องทุ่งให้ชมอย่างสวยงาม

          หากยังไม่เต็มอิ่มกับทุ่งดอกไม้ที่บานเต็มทุ่งอย่าพลาดบริเวณลานสกีอีโบชิ ลานสกียอดนิยมในแถบซาโอะจังหวัดมิยาหงิ ที่ในเดือนพฤษภาคมที่ไม่มีหิมะให้เล่นสกีจะแปลงโฉมเป็นทุ่งแดฟโฟดิล หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่าซุยเซ็น สีเหลืองบานสะพรั่งสุดลูกหูลูกตา

          นอกจากนี้ฤดูใบไม้ผลิอย่างนี้ยังมีทุ่งชิบะซากุระ (พิงค์มอส) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องใดๆกับซากุระเลยนอกจากชื่อที่คล้ายกันบานสะพรั่งเต็มทุ่งแถบภูเขาไฟฟูจิ ที่จะทำให้ทุ่งทั้งทุ่งกลายเป็นสีแดง สีชมพู สีม่วง และสีขาวละลานตา แถมถ้าโชคดีฟ้าเปิดอาจจะได้เห็นฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิอีกด้วยครับ

          ส่วนใครยังไม่เต็มอิ่ม ช่วงเดือนนี้ยังมีราชาดอกไม้ อย่างดอกโบตั๋นสีสดที่ปกติจะพบได้ในประเทศจีนบานสะพรั่งให้ชมที่ญี่ปุ่นหลายจุดด้วยกัน เช่น วัดฮาเซะเดระที่นารา หรือ ศาลเจ้าอุเอโนะ โทโชกุ เป็นต้น

สถานที่แนะนำ: สวนโฮริคิริ โชบุเอน (เดินเท้า 10 นาทีจากสถานี JRโฮริคิริ โชบุเอน)

 

เดือนมิถุนายน

          ฝนตกพรำๆในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ดอกไฮเดรนเยียหรืออาจิไซหลากสีทั้งชมพู ขาวและฟ้า โชว์พุ่มดอกให้ได้ชมกัน ส่วนสถานที่ชมที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือที่วัดมิมูโรโตจิ มีสวนขนาดใหญ่ประกอบด้วยดอกไฮเดรนเยียกว่าหมื่นต้น หรือหากใครอยากได้บรรยากาศการนั่งรถไฟโดยมีดอกไฮเดรนเยียรายรอบข้างทางแล้ว ทางรถไฟสายฮาโกเน่ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะตลอดทางขึ้นภูเขาฮาโกเน่จะมีดอกไฮเดรนเยียสีต่างๆ สลับกันอยู่นับหมื่นต้นเลยทีเดียว นอกจากนี้หากใครอยากชมดอกไฮเดรนเยียแบบมีปราสาทที่สวยงามเป็นฉากหลัง ขอแนะนำที่สวนของปราสาทโอซาก้าเลย รับรองว่าสวยจับใจ

สถานที่แนะนำ: วัดมิมูโรโตจิ (นั่งรถบัส 20 นาทีจากสถานี JR อุจิ)

 

เดือนกรกฎาคม

          เดือนกรกฎาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนยอดนิยมสำหรับการชมดอกไม้ในญี่ปุ่น เพราะดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสดที่ฮอกไกโดกำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่วทุ่ง สถานที่ชมลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง คือฟาร์มโทมิตะที่มีทุ่งลาเวนเดอร์กว้างสุดลูกหูลูกตาแทบจะเห็นเป็นพรมสีม่วงเลยทีเดียว นอกจากฤดูนี้จะชมดอกลาเวนเดอร์ได้แล้วยังสามารถซื้อหาผลิตภัณฑ์กลิ่นลาเวนเดอร์กลับมาชื่นใจที่บ้านต่อได้อีกด้วย

นอกจากดอกลาเวนเดอร์แล้วฤดูร้อนอย่างเดือนกรกฎายังมีดอกโคลเวอร์สีชมพู ม่วง และ ขาวที่แม้จะเป็นวัชพืชแต่เมื่อบานตามทุ่งหญ้าต่างๆ ก็สวยงามแปลกตาสำหรับคนเมืองร้อนอย่างพวกเราไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

สถานที่แนะนำ: ฟาร์มโทมิตะ (เดินเท้า 20 นาทีจากสถานีรถไฟ JR นากาฟูราโนะ)

 

เดือนสิงหาคม

          สมกับเป็นหน้าร้อนอย่างเต็มที่ ดอกไม้ที่สามารถชมได้ในเดือนสิงหาคมก็คือ ดอกฮิมาวาริ หรือดอกทานตะวันที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเองครับ ทุ่งทานตะวันที่กว้างสุดลูกหูลูกตาเติมความสดใสให้ฤดูร้อน

ถ้าท่านรู้สึกว่าแค่ทานตะวันจะดูญี่ปุ่นไม่พอ ลองเปลี่ยนไปชมดอกบาระ หรือดอกกุหลาบ ดอกไม้ประจำจังหวัดฮิบารากิดูก็ได้ครับ โดยสถานที่ที่มีชื่อเสียงสำหรับชมดอกกุหลาบก็คือสวนกุหลาบอิวะมิซาวะ พาร์ค ที่มีกุหลาบมากกว่า 2หมื่นต้นเลยทีเดียว

สถานที่แนะนำ: สวนกุหลาบอิวะมิซาวะ พาร์ค (นั่งรถประมาณ 15 นาทีจากสถานี JR ชินบุน )

 

เดือนกันยายน

          ฤดูใบไม้ร่วงเริ่มใกล้เข้ามาส่งผลให้ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มเปลี่ยนสีในเดือนกันยายน แต่ใครที่เบื่อสีแดงของใบไม้หรือมาเร็วไปจนใบไม้ยังไม่เปลี่ยนสีลองเปลี่ยนไปชมดอกไม้สีแดงที่ฟูฟ่องอยู่เต็มทุ่งอย่างดอกคินชะคุดะ หรือ สไปเดอร์ลิลลี่ แถบไซตามะดูก็สวยงามไม่ใช่เล่น โดยดอกไม้ชนิดนี้จะบานตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนยาวไปจนถึงเดือนตุลาคมเลยทีเดียว นอกจากนี้ช่วงเดือนกันยายนยังอยู่ระหว่างการบานของดอกคอสมอส สีสันสดใส สถานที่ชมที่มีชื่อเสียงก็ที่สวนฮิตาชิ ซีไซต์ ปาร์ค

สถานที่แนะนำ: สวนฮิตาชิ ซีไซต์ พาร์ค (นั่งรถบัสประมาณ 15 นาทีจากสถานีรถไฟ JR คัสซึตะ)

 

เดือนตุลาคม

          แม้จะเป็นช่วงที่หลายคนเลือกชมใบเมเปิลที่ค่อยๆเปลี่ยนสีตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ไปจนกระทั่งแดง แต่หากใครต้องการโทนสีที่หลากหลายกว่าเราก็มีเทศกาลชมดอกไม้มานำเสนอให้ชมกัน ช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ที่สวนของปราสาทโอซาก้าจะมีเทศกาลประดับดอกเบญจมาศซึ่งรวบรวมเอาดอกเบญมาศหลากหลายพันธุ์กว่า หมื่น 2พัน ดอก มาประดับไว้ 350 จุดรอบปราสาทด้วยกัน เรียกได้ว่า สีขาว ชมพู เหลือง แดง สวยไปทั่วเลยทีเดียว

สถานที่แนะนำ: ปราสาทโอซาก้า (สถานีรถไฟ JR โอซาก้าโจโคเอ็น)

 

เดือนพฤศจิกายน

          แม้เดือนพฤศจิกายนจะเป็นเดือนที่อากาศเริ่มหนาวเย็น เพราะเตรียมเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ก็ใช่ว่าจะหาดอกไม้ชมไม่ได้เลย เพราะที่ญี่ปุ่นนั้นสวนดอกไม้หลายต่อหลายสวนต่างมีเรือนกระจกที่ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมสำหรับดอกเบโกเนีย และดอกไม้อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ดอกไม้เหล่านี้บานให้ชมกันตลอดปี เรือนกระจกแต่ละที่ก็ใหญ่โตไม่ใช่น้อยทำให้เราได้บรรยากาศการชมดอกไม้ที่แปลกตาไปอีกแบบเหมือนอยู่ในสรวงสรรค์เลยทีเดียว

สถานที่แนะนำ: สวน นาบานา โนะ ซาโตะ (นั่งรสบัสประมาณ 10 นาทีจากสถานีรถไฟ JR คุวานะ)

 

เดือนธันวาคม

          แม้จะเป็นเดือนที่หนาวเย็นและหลายส่วนของประเทศญี่ปุ่นมีหิมะปกคลุมแต่เดือนธันวาคมก็ยังมีดอกไม้ให้ชม คือดอกไอซ์ทิวลิปหลากสี ทั้ง แดง เหลือง ชมพู ฯลฯ ที่จะมาโชว์สีสดใสตัดกับหิมะสีขาวได้อย่างสวยงามที่สุด สถานที่ชมก็ที่สวนยอดนิยมที่มีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ชมทั้งปีอย่างสวนฮิตาชิ ซีไซต์ ปาร์ค

สถานที่แนะนำ: สวนฮิตาชิ ซีไซต์ พาร์ค (นั่งรถบัสประมาณ 15 นาทีจากสถานีรถไฟ JR คัสซึตะ)

 

ญี่ปุ่นนี่สามารถชมดอกไม้ได้ตลอดปีจริงๆ อย่างไรก็ตามหากทุกท่านอยากจะไปชมดอกไม้ที่ญี่ปุ่นควรตรวจสอบข้อมูลก่อนออกเดินทาง เพราะอากาศที่แปรปรวนไม่เหมือนกันในแต่ละปีอาจจะทำให้ดอกไม้บางชนิดบานช้าเร็วต่างกันไปในแต่ละปี สวนส่วนมากในญี่ปุ่นจึงจะมีอัปเดตในเว็บไซต์ให้วันต่อวันเลยทีเดียวว่าดอกไม้ชนิดไหนบานแล้ว อย่าลืมตรวจสอบกันเพื่อความแน่ใจกันนะ ^^

error: Content is protected !!