10สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโต

เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นมากว่า 1000ปีก่อนที่จะย้ายมาที่เอโดะ(โตเกียวในปัจจุบัน) เมื่อปี1869 เกียวโตนั้นเปรียบเสมือนแหล่งวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ที่โตเกียวคุณอาจจะเห็นตึกสูงระฟ้า และฝูงมนุษยเงินเดือนในชุดสูท แต่ในเกียวโต วัด ศาลเจ้า และกิโมโนเป็นเรื่องปกติที่พบได้ตามท้องถนน จะมีที่ไหนในญี่ปุ่นอีก ที่คุณจะสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้เท่าที่เกียวโต
วันนี้ผมนำ 10 แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ทั้งสวยงามและแฝงไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมเก่าแก่มาฝากกันครับ

อาราชิยามา
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟ JR ซะงะอะระชิยะมะ 10 นาที
สีโทนร้อนของใบไม้หลากสีตัดกับสีเขียวสดใสของน้ำในแม่น้ำ มองไปเห็นสะพานทงเก็ตสึเคียวประดับอยู่เป็นภาพที่งดงามที่คุณสามารถหาได้จากฤดูใบไม้ร่วงในอาราชิยาม่านอกเหนือไปจากป่าไผ่อาราชิยาม่า สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่อยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากนี้หากคุณเป็นคนรักรถไฟแล้วบริเวณอาราชิยาม่ายังมีทางรถไฟสายโรแมนติกที่ให้คุณสามารถล่องรถไฟชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี หรือถ้าเป็นคนรักเรือก็ไปล่องเรือชมความงามตามแม่น้ำได้อีกเช่นกัน

วัดคิโยมิสึ
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
วัดคิโยมิสึหรือวัดน้ำใสเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเกียวโต ด้วยระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองเกียวโตได้ของอาคารหลักที่เป็นมรดกแห่งชาติของญี่ปุ่น และสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใส่สะอาดสมชื่อวัด เมื่อประกอบกับใบไม้หลากสีทั้งแดง ส้ม เหลืองจากต้นไม้ที่มีอยู่มากมายในวัด ให้บรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงามเกินบรรยาย

วัดชิเซนโด
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
วัดชิเซนโดเป็นวัดพุทธนิกายเซนที่มีสวนที่สวยงาม จัดโดยอิชิกาวะ โจซัน อดีตซามูไรที่ผันตัวมาเป็นนักจัดสวนผู้มีฝีมือ ภายในวัดคุณจะพบกับอาคารหลักที่เป็นอาคารอย่างญี่ปุ่นแท้ซึ่งคุณสามารถนั่งในห้องที่ปูด้วยเสื่อตาตามิ แล้วมองออกไปยังสวนด้านนอกที่จัดไว้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่สวนนี้จะมีสีสันสลับกันสวยงามน่ามองเป็นอย่างยิ่ง สำหรับใครที่อยากชมสวนสวยๆให้จิตใจสงบอย่างเซนแล้ววัดนี้เป็นที่ที่ผมแนะนำเลยครับ

วัดเอนโคจิ
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
วัดเอนโคจิเป็นวันของนิกายเซนที่ก่อตั้งโดยโชกุนคนแรกในสมัยเอโดะ ภายในมีสระน้ำและสวนหย่อมที่จัดไว้อย่างสวยงาม ประกอบด้วยต้นเมเปิลจำนวนมากที่จะค่อยๆ เปลี่ยนสีไล่จากเหลือง ส้ม และแดงสดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ในวัดยังมีเนินเขาที่สามารถปีนขึ้นไปชมวิวของวัด และตัวเมืองอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นวัดที่สวยงามตามอย่างญี่ปุ่นแท้ๆ อีกวัดหนึ่งเลยครับ

วัดคินคาคุจิ
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
วัดคินคาคุจิหรือวัดทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกียวโต ที่สำคัญวัดนี้ยังเคยเป็นที่พำนักของ โชกุนอาชิคางะ โยชิมิซึ โชกุนที่มักประลองปัญญากับอิคคิวซังเสมอ ก่อนจะแปลงเป็นวัดนิกายเซนอีกด้วย ภายในวัดประกอบด้วยสวนสวยงามล้อมรอบบ่อน้ำที่มีศาลาสีทองหลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง ในฤดูใบไม้ร่วงนั้นใบไม้ในสวนรอบๆ จะค่อยๆเปลี่ยนสีสลับกันสวยงามอย่างมาก เรียกได้ว่านอกจากคนจะนิยมมาขอพรเพื่อให้เรียนเก่งกันแล้ว หากได้มาถ่ายภาพในมุมยอดนิยมที่มีศาลาสีทองสะท้อนเงาในน้ำโดยมีเบื้องหลังเป็นใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีแล้วคงสวยไม่ใช่เล่นเลยครับ
วัดกินคาคุจิ
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
วัดกินคาคุจิหรือวัดเงิน เป็นวัดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัดทอง แม้ว่าภายในวัดนี้ตัวอาคารที่ไม่โดดเด่นมากนัก แต่สวนของที่นี่สลับซับซ้อนไปด้วยต้นไม้ หลากหลายพันธุ์และบ่อน้ำที่จัดไว้อย่างงดงาม ในฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จากต้นไม้หลากพันธุ์ในวัดนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนสีสลับสับเปลี่ยนกันอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

พระราชวังอิมพีเรียล(เกียวโต)
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
พระราชวังอิมพีเรียล เกียวโตนั้นเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิมาหลายยุคสมัยจนกระทั่งญี่ปุ่นย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตไปที่โตเกียว สมเด็จพระจักรพรรดิจึงย้ายไปประทับที่พระราชวังอิมพีเรียลโตเกียวแทน แม้ว่าภายในพระราชวังจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหากไม่ได้แจ้งสำนักพระราชวังล่วงหน้า แต่สวนบริเวณพระราชวังนั้นเปิดเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปเดินเล่นได้ และในสวนของพระราชวังอิมพีเรียลนี้ก็ประกอบไปด้วยต้นไม้ต่างๆ มากมาย รับรองว่าใครอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศสวนอย่างญี่ปุ่นแล้วที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ
ทางเดินสายปรัชญา
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
ติดกับวัดเงินหรือวัดกินคาคุจินั้นมีทางเดินเล็กๆเลียบริมคลองเรียกกันว่าเส้นทางสายปรัชญา เพราะเป็นเส้นทางที่อาจารย์ผู้ก่อตั้งสถาบันปรัชญาในเกียวโตใช้เดินทางทุกวันระหว่างทำงานวิจัย เส้นทางสายนี้เป็นที่นิยมมากในฤดูใบไม้ผลิเพราะจะมีซากุระโปรยปรายสวยงามตลอดทาง อย่างไรก็ตามในฤดูใบไม้ร่วงที่ใบ้ไม้ค่อยๆ เปลี่ยนสีก็น่าสนใจไม่แพ้กัน หากใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากวัดมาเป็นอาคารบ้านเรือนและทางเดินเล็กๆ ที่เงียบสงบ ทางเดินสายปรัชญาก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
วัดเออิคันโดะ
การเดินทาง : รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต
วัดเออิคันโดะ หรือ วัดเซ็นรินจิเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงอย่างมากในฤดูใบไม้ร่วง ภายในวัดประกอบด้วยสวนโฮโจที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามตามสไตล์ญี่ปุ่น มีระเบียงไม้เชื่อมต่อกันโดยรอบ วัดแห่งนี้ปลูกต้นเมเปิลไว้มากกว่า 3000 ต้นกระทั่งได้รับการขนานนามว่า วัดแห่งต้นเมเปิ้ล เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดสวยงาม โดยเฉพาะค่ำคืนของฤดูใบไม้ร่วงจะมีการจัดแสงไฟให้เข้าชมเป็นพิเศษ
วัดโทคุฟุจิ
การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีรถไฟ JR โทฟุคุจิ
วัดโทคุฟุจิเป็นวัดเก่าแก่ขนาดใหญ่ ภายในมีต้นเมเปิ้ลกว่า 2000ต้น โดยต้นเมเปิ้ลที่นี่มีลักษณะใบที่ละเอียดทำให้เมื่อเปลี่ยนสีแล้วมองไกลๆ แล้วดูคล้ายพรมสีแดงสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระเบียงของวิหารหลักที่สามารถมองเห็นต้นเมเปิ้ลเหล่านี้จากด้านบนได้เป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากเรียกได้ว่าไม่ควรพลาดเลยครับ
ฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นอีก 1 ฤดูที่เมืองเกียวโตสวยงามและเต็มไปด้วยสีสันที่สุดนอกเหนือจากฤดูชมซากุระ อ่านแบบนี้แล้วคงต้องรีบไปชมสักครั้งกันแล้วใช่ไหมครับ

error: Content is protected !!