10 เรื่องเด่นน่ารู้ เคียงคู่ประวัติราเมง

“ราเมง” เมนูเส้นแสนอร่อยของญี่ปุ่นที่หลายคนคงรู้จักกันดี อาหารชนิดนี้ประเทศจีนเป็นผู้นำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งต่อมากลายเป็นเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของแดนปลาดิบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานบะหมี่ชนิดนี้ คงอยากรู้ว่าที่มาที่ไปของราเมง เป็นอย่างไร และสูตรเด็ดเคล็บลับความอร่อยอยู่ที่ไหน พบคำตอบที่น่าสนใจได้ ใน “10 เรื่องเด่นน่ารู้ เคียงคู่ประวัติราเมง”

1. จุดเริ่มต้นของเมนูประจำชาติญี่ปุ่นอย่าง ราเมง เกิดขึ้นในยุคการปฏิรูปเมจิ ซึ่งเป็นช่วงที่วัฒนธรรมจีนหลั่งไหลเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น โดยทำให้มีไชน่าทาวน์เกิดขึ้นในหลายเมือง อย่างโกเบ โยโกฮามา และฮาโกดเตะ แม้ว่าต้นกำเนิดของราเมงจะมาจากประเทศจีน แต่เมื่อนำมาปรับเปลี่ยน จากการปรุงรสโดยใช้เครื่องปรุงของญี่ปุ่น อย่างโชยุและเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น ก็ทำให้เมนูราเมงมีรสชาติความอร่อยที่แตกต่างไปและกลายมาเป็นเมนูเส้นที่มีสัญชาติญี่ปุ่นไปโดยปริยาย

2. เมื่อหลายร้อยปีก่อน ย่านอาซาคุสะในกรุงโตเกียว เป็นที่ตั้งของร้านราเมงร้านแรกของประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่าร้านไรไรเคน เจ้าของร้านซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ปรุงน้ำซุปราเมงโดยใช้โชยุเหมือนที่ใช้กับบะหมี่โซบะ จากการที่ย่านอาซาคุสะเป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นทำให้ราเมงร้านนี้ได้รับความนิยมจากนักชิม กลายเป็นร้านที่ทุกคนในประเทศรู้จัก เมนูชนิดนี้จึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วประเทศในเวลาต่อมา

3. หลังจากที่ผ่านพ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ไป เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพง ข้าวสารขาดแคลน ทำให้เส้นราเมงซึ่งทำจากแป้งสาลี เข้ามาเป็นทางเลือกของคนในยุคนั้น ทหารญี่ปุ่นที่เคยไปร่วมรบในการทำสงครามโลก จึงได้นำเอาความรู้จากการที่เคยลิ้มรสราเมงในประเทศจีน มาเปิดเป็นร้านที่ขายข้างทาง นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการกินราเมง โดยถ้าอยากลิ้มรสราเมงรสชาติต้นตำรับต้องมานั่งกินข้างทาง

4. ในด้านความหมายของคำว่าราเมงนั้น มีการตั้งข้อสันนิษฐานกันว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ลาเมียน ซึ่งเป็นคำในภาษาจีนถิ่นกำเนิดแท้ๆของเมนูนี้ โดยคำว่าลาเมียนนี้มีความหมายว่า เส้นก๋วยเตี๋ยวที่ใช้มือนวด หรืออาจจะมาจากอีกคำ คือ เลาเมียน ที่หมายถึง ก๋วยเตี๋ยวโบราณ อาหารเมนูเส้นอย่างราเมง จึงหมายถึง ก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงแบบญี่ปุ่นนั่นเอง

5. จากการที่ราเมงได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศญี่ปุ่นและขยายไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย ทำให้โมโมฟุคุ เจ้าของนิชชินฟู้ดส์ได้นำเมนูชนิดนี้มาดัดแปลงเป็นราเมงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รองรับกระแสความต้องการบริโภคเมนูเส้นสัญชาติญี่ปุ่นนี้ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยเราที่มีผู้ชื่นชอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในลักษณะราเมงนี้อยู่ด้วย

6. สำหรับราเมงนั้น ถือเป็นอาหารญี่ปุ่นเมนูนึงที่ค่อนข้างทำยากพอสมควร เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเคี่ยวน้ำซุปที่เกิดจากการต้มน้ำกับกระดูกเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ราเมงจะอร่อยมากน้อยแค่ไหน จึงต้องฝากความหวังไว้กับการเคี่ยวน้ำซุปที่ต้องได้รสชาติกลมกล่อม โดยแต่ละร้านราเมงก็จะมีสูตรน้ำซุปเด็ดที่แตกต่างกันไป บางที่ใช้กระดูกหมู กระดูกไก่ หรือปลาซาดีน หรือบางที่ก็ใช้สาหร่ายนานาชนิดมาเป็นส่วนผสม

7. การจำแนกประเภทราเมงนั้นสามารถจำแนกออกได้เป็นหลายประเภท ตามลักษณะของน้ำซุป อย่างชิโอะ เป็นน้ำซุปที่มีเกลือเป็นส่วนผสม หรือโชยุ ซึ่งเป็นน้ำซุปซีอิ้วญี่ปุ่น มิโซะ น้ำซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น รสชาตินี้เป็นรสชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง นอกจากนั้นยังมีทงคตสึต น้ำซุปกระดูกหมู เกียวไค น้ำซุปอาหารทะเล โทริ น้ำซุปกระดูกไก่ และอุชิ น้ำซุปเนื้อ

8. ส่วนประกอบหลักของการทำราเมงนั้นมีอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ น้ำซุป ซึ่งหัวใจหลักอยู่ที่การเคี่ยวเครื่องปรุงต่างๆ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง อย่างที่สองคือ เส้นบะหมี่ ที่มีสองแบบ คือ เส้นชิจิเระ แบบเส้นหยัก และแบบตรง ซึ่งขนาดและความหนาก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ส่วนสุดท้ายคือ เครื่องเคียง มีทั้งเนื้อหมูย่าง ไข่ต้มยางมะตูม ต้นหอม หน่อไม้ และลูกชิ้นปลา

9. สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสเมนูราเมงต้นฉบับที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น สามารถไปลิ้มลองรสชาติความอร่อยได้ที่พิพิธภัณฑ์ราเมงชินโยโกฮาม่า ซึ่งมีร้านอยู่ทั้งหมด 9 ร้าน เป็นการจำลองหมู่บ้านโบราณของประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1958 ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้น พิพิธภัณฑ์ราเมงแห่งนี้ ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอิ่มอร่อยกับเมนูราเมงหลากหลายรสชาติที่รวมไว้ในที่ที่เดียว

10.นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเมนูเส้นอย่างราเมงต้องไม่ควรพลาดไปเยือนหมู่บ้านราเมงฮาซาฮิคาว่า ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1996 โดยได้รวบรวมร้านราเมงชื่อดังของเมืองไว้ถึง 8 ร้าน โดยในแต่ละร้านก็จะออกแบบร้านเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของร้านตนเอง สำหรับฮาซาคิคาว่าราเมง ถือเป็นราเมงที่มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยโชวะตอนต้น โดยเป็นการผสมผสานระหว่างบะหมี่หลายชนิดของจีน

 

ความอร่อยของ ราเมง ทำให้เมนูนี้ไม่ได้โด่งดัง ได้รับความนิยมเพียงแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ได้แพร่กระจายไปในหลายประเทศในทวีปเอเชีย และบางประเทศในทวีปอื่นๆ ทั่วโลก สังเกตได้จาการที่มีร้านราเมงไปตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของนักชิมที่สนใจลิ้มรสความอร่อยของเมนูเส้นชนิดนี้

error: Content is protected !!