10 สถานที่ ที่สุดแห่งการชมใบไม้แดง

ต้นไม้สีเขียวชะอุ่มคือสิ่งที่ชาวเขตร้อนชื้นแถบศูนย์สูตรอย่างพวกเราคุ้นเคย ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายต่อหลายคนใฝ่ฝันว่าต้องการชมความงามของใบไม้สีแดงสลับส้มทั่วผืนป่าของฤดูใบไม้ร่วงในภูมิภาคอื่น และญี่ปุ่นก็เป็นอีกแหล่งที่หลายๆคนชื่นชอบที่จะไปชมใบไม้ที่เปลี่ยนสี

1 ที่แรกของประเทศ: อุทยานแห่งชาติไดเซะสึซัง

หากคุณอยากชมใบไม้เปลี่ยนสีก่อนใครในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนกันยายนแน่นอนว่าคุณต้องมาที่นี่เลย อุทยานแห่งชาติไดเซะสึซัง ฮอกไกโด เพียงนั่งรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR คะมิคะวะ มา 30 นาที คุณก็จะได้สัมผัสกับภูเขาทั้งลูกที่ค่อยๆเปลี่ยนสีไล่ลงมาจากยอดจนถึงโคนเขา สามารถนั่งกระเช้าขึ้นเขาเพื่อชมความงามได้อย่างทั่วถึง รอบๆนั้นยังมีบ่อน้ำพุร้อนอีก 10 แห่ง ที่คุณสามารถเลือกแช่น้ำพุร้อนกลางแจ้งพร้อมชมธรรมชาติไปด้วย

การเดินทาง: นั่งรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR คะมิคะวะ 30 นาที

 

2 แอปเปิ้ลเลิศรส: ทะเลสาบโทะวะดะโกะ

ถ้าการล่องเรือในทะเลสาบ ชมใบไม้สีแดงที่ภูเขา และชิมแอปเปิ้ลเลิศรส เป็นกิจกรรมที่คุณสนใจ ทะเลสาบโทะวะดะโกะก็เป็นคำตอบของคุณ เพียงขึ้นรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR โมริโอกะ คุณก็จะพบกับทะเลสาบขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยภูเขา สามารถล่องเรือชมความงามของทะเลสาบโทวะดะโกะที่รายรอบไปด้วยใบไม้ค่อยๆเปลี่ยนสี ใกล้ๆกันนั้น คุณยังสามารถเลือกเก็บแอปเปิ้ลอาโมโมริ เพื่อลองชิมรสชาติ หวานเป็นเอกลักษณ์ของแอปเปิ้ลในฤดูใบไม้ร่วงได้อีกด้วย

การเดินทาง: นั่งรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR โมริโอกะ

 

3 น้ำตกหัวมังกรแดง: นิกโก้

นิกโก้ ไม่ใช่เพียงเมืองมรดกโลกที่มีแต่ศาลเจ้าสวยงาม หากแต่นิกโก้ยังเป็นแหล่งชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในภูมิภาคคันโต ด้วยทิวของต้นแปะก๊วยที่ขึ้นอยู่สองข้างทางของถนนอิโรฮะซะกะ ที่จะกลายเป็นสีเหลืองในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี หากนั่งรถประจำทางขึ้นไปต่อจากสถานีรถไฟ JR นิกโกะ คุณจะพบกับทะเลสาบชูเซ็นจิที่เต็มไปได้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย รอบทะเลสาบ คุณจะพบน้ำตกเคกอน น้ำตกที่สวยติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น คุณยังสามารถเดินทางไปชม “น้ำตกริวชู” ที่มีความหมายว่า หัวมังกรได้อีกด้วย และในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้แถบน้ำตกริวชูก็จะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงาม รวมถึงต้นไม้บริเวณก้อนหินใหญ่ระหว่างกลางน้ำตก ทำให้น้ำตกที่มีรูปร่างเหมือนหัวมังกรกลายเป็นสีแดงสวยงาม นอกจากนี้ทะเลสาบชูเซ็นจิยังเป็นแหล่งน้ำแร่ที่มีชื่อเสียง ผมขอแนะนำให้คุณได้แช่ออนเซนที่ริมทะเลสาบพร้อมมองทิวทัศน์ภายนอก กับใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดง

การเดินทาง: รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR นิกโกะ

 

4 แหล่งกลางเมือง: สวนเมจิจิงงุไกเอง

หากว่าคุณบังเอิญเดินทางไปที่กรุงโตเกียวในช่วงเดือนพฤศจิกายนและไม่มีเวลาเดินทางออกนอกเมือง อย่าเพิ่งหมดความหวังว่าจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีครับ เพราะในเขตมินะโตะมีแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีกลางกรุงอยู่ ที่สวนเมจิจิงงุไกเองมีต้นโอจิหรือต้นแปะก๊วยอยู่จำนวนมาก ซึ่งต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนสีใบรูปพัดเป็นสีเหลืองสวยงามก่อนจะร่วงหล่นเต็มพื้น จนมีเทศกาลชมใบแปะก๊วยเลยทีเดียว การเดินทางก็ไม่ยากอะไรเพียงขึ้นรถไฟไปลงที่สถานี JR ชินะโนะมะจิก็ถึงแล้ว ส่วนคนที่อยากชมใบไม้สีแดงก็สามารถเลือกไปที่สวนชินจูกุเกียงเอ็ง สวนสาธารณะโยโยหงิ สวนสาธารณะฮิปิยะ ฯลฯ เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสีได้เช่นเดียวกัน

การเดินทาง: สถานีรถไฟ JR ชินะโนะมะจิ

5 สัญลักษณ์ของญี่ปุ่น: ภูเขาไฟฟูจิ

หากพูดถึงการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่แรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงน่าจะเป็นภูเขาไฟฟูจิ โดยเฉพาะการชมความงามที่ริมทะเลสาบคะวะงุจิโกะ ภาพของภูเขาไฟฟูจิที่มีทะเลสาบอยู่ด้านหน้าแสดงเงาสะท้อนของภูเขาไฟที่สมมาตรในน้ำเป็นภาพที่สวยงามเหลือเชื่อ แต่ถ้าหากคุณบังเอิญไปชมความงามนี้ในเดือนพฤศจิกายนแล้วคุณก็จะได้พบกับต้นเมเปิ้ล(โมะมิจิ)ที่เปลี่ยนใบของตนเป็นสีแดงรับฤดูใบไม้ร่วงตัดกับทิวทัศน์สีน้ำเงินขาวของภูเขาไฟฟูจิที่มีหิมะปกคลุมบริเวณยอดและทะเลสาบเบื้องหน้าได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ในช่วงดังกล่าวยังมีเทศกาลชมใบโมะมิจิที่จะประดับไฟสวยงามถึง 4ทุ่มให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศราวกับอยู่ในความฝันเลยทีเดียว

การเดินทาง: รถไฟสาย ฟูจิคิว สถานีคาวากูจิโกะ (เปลี่ยนสายจากสถานีรถไฟ JR โอทสุกิ)

6 เมืองหลวงเก่า: เกียวโต

ใครบอกว่าคุณต้องเลือกระหว่างชมบรรยากาศเมืองเก่าและชมธรรมชาติ ที่เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นอย่างเมืองเกียวโตมีแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายที่สามารถชมทั้งใบไม้สีสวยและชมสถาปัตยกรรมยุคเก่าไปพร้อมๆ กัน

แหล่งที่มีชื่อเสียงได้แก่ที่อะระชิยาม่า ที่เพียงขึ้นรถไฟไปลงที่สถานี JR อะระชิยาม่า คุณก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีสดใสบนภูเขาอะระชิยาม่าที่เป็นฉากหลังของสะพานโทเง็งสึเคียวที่สวยงาม และหากใครไม่อยากออกมานอกเมืองเกียวโตก็สามารถเลือกชมใบไม้แดงได้ตามวัดและศาลเจ้าชื่อดังต่างๆ เช่น วัดคิโยมิสึ วัดกิงคาคุจิ ฯลฯ เรียกได้ว่าชมใบไม้แดงท่ามกลางบรรยากาศญี่ปุ่นสุดๆ แถมสาวๆ หรือหนุ่มกลุ่มไหนอยากได้รูปถ่ายสวยๆ ผมขอแนะนำให้เช่าชุดกิโมโนจากบริเวณศาลเจ้าคิโยมิสึมาใส่เพื่อเดินถ่ายรูปกับใบไม้แดงทั้งวัน

การเดินทาง: สถานีรถไฟ JR อะระชิยาม่า

7 อุทยานแห่งชาติ: น้ำพุร้อนอุนเซ็น

หากการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในระดับน้ำทะเลตื่นเต้นน้อยไปสำหรับคุณ ผมขอแนะนำภูเขาไฟอุนเซนดาเคะในนางาซากิ บริเวณนี้เป็นสววรค์ของนักไต่เขาที่คุณสามารถปีนเขาสูงหรือเลือกนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปและมองลงมายังไหล่เขาที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้สีแดงส้มและเหลืองสลับกันไปมาคล้ายทุ่งดอกไม้ของฤดูใบไม้ร่วงได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้จากยอดหน้าผาสูงที่ยื่นออกไปถึงทะเลจะทำให้นักไต่เขารู้สึกคล้ายชมใบไม้สีแดงอยู่กลางท้องฟ้าเลยทีเดียว การเดินทางก็ไม่ยากอะไรเพียงนั่งรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิซะฮะยะ

หากยังไม่จุใจกับการปีนเขาบริเวณน้ำพุร้อนอุนเซ็นยังเป็นแหล่งน้ำพุร้อนแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ ทำให้มีบ่อน้ำพุร้อนมากมายให้คุณเลือกแช่ และหลายบ่อก็เป็นบ่อกลางแจ้งที่สามารถมองทิวทัศน์อันสวยงามของฤดูใบไม้ร่วงได้ด้วย

การเดินทาง: รถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิซะฮะยะ

8 ผลของความพยายาม: ศาลเจ้าโคโตฮิระงุ

บนยอดของบันได 785ขั้นที่ภูเขาโซซุในเกาะชิโกกุนั้นเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโคโตฮิระงุ ศาลเจ้าเก่าแก่ของนิกายชินโต ที่สำคัญอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากศาลเจ้าที่นี่จะเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์แล้วด้านบนศาลเจ้ายังเป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงอีกด้วย และในทุกวันที่ 10 พฤศจิกายน ของทุกปียังมีเทศกาลชมใบไม้แดงที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะจะทำพิธีอย่างเคร่งครัดตามแบบโบราณอีกด้วย การเดินทางมาสู่เชิงบันไดก็ไม่ยากเพียงเดินจากสถานีรถไฟ JR โคโตฮิระ 15นาทีก็ถึงแล้ว

การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานีรถไฟ JR โคโตฮิระ

9 สวิสแห่งโลกตะวันออก: ซูวะ

แถบซูวะที่จังหวัดนากาโน่ของญี่ปุ่นได้รับการขนาานนามว่าเป้นสวิสแห่งโลกตะวันออกเพราะทิวเขาซึงาตาเดะที่สวยงาม และที่บริเวณนี้ก็มีแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามอยู่เรียกว่า หุบเขาโยโคยะเคียว ที่คุณสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีไล่ตั้งแต่ต้นน้ำของแม่น้ำ ชิบูที่บ่อน้ำพุร้อนเมจิ ไล่ไปจนถึงบ่อน้ำพุร้อนโยโคยะ ที่นี่คุณจะได้เห็นสีสันงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีประกอบกับความงดงามของน้ำตกโอโตเมะและน้ำตกโอ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางในฝันของนักเดินเขาเลยทีเดียว สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดผมแนะนำให้เดินทางมาช่วงเดือนตุลาคม เดินทางด้วยรถไฟJR ลงสถานี จิโน่

การเดินทาง: สถานีรถไฟ JR สถานีจิโน่

 

10 ชิมมันจู ดูใบไม้แดง: สวนสาธารณะโมะมิจิดะนิ

ที่จังหวัดฮิโรชิม่ามีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามและเดินทางไปได้สะดวกสบายเพียงแค่เดินจากสถานีรถไฟ JR มิยะจิมะงุจิไป 5 นาที คุณก็จะได้พบสวนสาธารณะโมะมิจิดะนิ ที่ตั้งอยู่บนเกาะมิยะจิมะ สวนที่มีต้นเมเปิ้ลถึง 200 ต้นแห่งนี้ตั้งอยู่หลังศาลเจ้าอิทสุกุชิมะที่เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม ด้านหน้าสวนมีสะพานโมมิจิที่เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดและจะมีงานเทศกาลชมใบไม้แดงทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน

การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟ JR มิยะจิมะงุจิ

error: Content is protected !!